‘หัวหิน ‘ไม่สิ้นมนตร์ขลัง
หัวหิน เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมในอดีต แม้ปัจจุบันจะมีเมืองท่องเที่ยวชายทะเลใหม่ๆ มาเป็นตัวเลือก แต่ถ้ายึดกรุงเทพเป็นจุดศูนย์กลาง หัวหินนับเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะไม่ไกลกรุงเทพฯ เกินไป ที่สำคัญยังมีเสน่ห์กลิ่นอายดั้งเดิม เพราะมีความเงียบสงบ ความสง่างามในที ที่ทำให้หลายคนนึกถึงเสมอ แต่ยังมีคาเฟ่ ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวแทรกแซม สร้างสีสันเมืองไม่ให้จืดชืดเกินไป
อีกทั้งยังเดินทางสะดวกได้หลากหลายรูปแบบ แต่สำหรับทริปครั้งนี้ เราเลือกนั่งรถไฟไปหัวหินด้วยขบวนด่วนพิเศษดีเซลราง รถนั่งปรับอากาศชั้น 2 ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง ได้ทั้งความสะดวกและความเพลิดเพลินจากวิวสองข้างทางระหว่างการเดินทาง
ทันทีที่มาถึงสถานีรถไฟหัวหิน การเที่ยวก็เริ่มขึ้นตั้งแต่ก้าวลงจากขบวนรถไฟ เพราะสิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความสวยงามและความโอ่อ่าของสถานีรถไฟแห่งนี้ บริเวณที่ผู้โดยสารลงจากรถไฟคือชานชาลาของอาคารสถานีหลังใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสถานีเดิมเล็กน้อย ตัวอาคารเป็นสถานียกระดับขนาด 3 ชั้น รวมชั้นใต้ดิน และยังถือเป็นสถานียกระดับแห่งแรกของประเทศไทยที่มีทางเดินลอดใต้สถานี แม้จะเป็นอาคารใหม่ แต่ยังคงออกแบบให้สะท้อนเอกลักษณ์ของสถานีหัวหินเดิม ผ่านสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรีย และโทนสีครีมตัดแดงอันเป็นภาพจำของสถานีรถไฟหัวหิน
จากนั้นเราไม่รอช้า ลากกระเป๋าเดินไปชมอาคารสถานีหลังเก่า ที่ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายความคลาสสิก ตัวอาคารเป็นแบบครึ่งตึกครึ่งไม้ สีครีมตัดแดง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2469 โดยพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการรถไฟแห่งกรุงสยาม ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมวิกตอเรีย มีลวดลายประดับเสาค้ำยันที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญที่อยู่ด้านทิศเหนือของสถานี คือ พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ พลับพลาจตุรมุขสีแดงครีมอันโดดเด่น ซึ่งเดิมมีชื่อว่า พลับพลาสนามจันทร์ ตั้งอยู่ภายในพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพื่อใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรการฝึกซ้อมยุทธวิธีของกองเสือป่าและลูกเสือทั่วประเทศ ก่อนที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะรื้อถอนและนำมาจัดแสดงไว้ที่สถานีรถไฟหัวหิน เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
บริเวณใกล้กันยังจัดแสดงหัวรถจักรไอน้ำโบราณที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเคยสั่งซื้อจากประเทศอังกฤษ และถูกใช้งานในประเทศไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ถือเป็นอีกหนึ่งโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนเรื่องราวของกิจการรถไฟไทยได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่สถานีรถไฟหัวหินจะถูกยกให้เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่สวยงามที่สุดของประเทศไทย และกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเยือนเมื่อมาถึงหัวหิน
จากสถานีรถไฟหัวหิน เดินทางต่อมายัง วัดหัวหิน วัดเก่าแก่คู่เมืองหัวหินที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่นาที ตัววัดก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2439 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อเดินเข้ามาภายในวัดสถานที่สำคัญที่ต้องมาสักการะคือ วิหารหลวงปู่นาค สถานที่ประดิษฐานรูปเหมือนของหลวงปู่นาค ปุญญนาโค หรือพระครูวิริยาธิการี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองไทย ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวหัวหิน ท่านยังเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดหัวหิน และมีชื่อเสียงทั้งด้านวิปัสสนากรรมฐานและวิทยาคม จนได้รับการยกย่องให้เป็นพระนักปฏิบัติธรรมผู้ทรงคุณธรรม
ภายในวิหารไม่ได้มีเพียงรูปเหมือนหลวงปู่นาค แต่ยังมีองค์พระประธาน รอยพระพุทธบาทจำลอง และรูปเคารพของพระเกจิชื่อดังอีกหลายองค์ ไม่ว่าจะเป็น หลวงพ่อตุ้ม หลวงพ่อจำรัส และหลวงพ่อเสริม ให้ได้กราบสักการะกันอย่างใกล้ชิด ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแวะเที่ยวในหัวหินที่ได้ทั้งความสงบ อิ่มเอมใจ
จากตัวเมืองหัวหิน เดินทางลงมาทางใต้ราว 14 กิโลเมตร มายัง วัดเขาตะเกียบ วัดชื่อดังที่ตั้งอยู่บนยอดเขาตะเกียบ ภูเขาริมทะเลที่ตั้งเคียงคู่กับเขาไกรลาสอย่างโดดเด่น ชื่อของ เขาตะเกียบ มีที่มาจากนิทานพื้นบ้านเรื่องตาม่องล่าย ที่เล่าขานกันในพื้นที่มาอย่างยาวนาน เดิมทีบริเวณวัดแห่งนี้เคยถูกทะเลโอบล้อม ก่อนที่ชาวบ้านจะช่วยกันถมทางและสร้างถนนขึ้นมายังวัดจนสำเร็จ จุดเด่นที่มองเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกลคือ พระพุทธรูปปางห้ามญาติองค์ใหญ่ที่หันพระพักตร์ออกสู่ทะเล ราวกับเป็นสัญลักษณ์คอยต้อนรับผู้มาเยือนหัวหินเสมอ ก่อนเดินขึ้นไปยังตัววัด
แวะยืนรับลมริมทะเล ชมความสวยงามของชายหาดหัวหินที่น้ำทะเลใสแจ๋ว แม้อากาศจะค่อนข้างร้อน แต่ก็ยังมีลมทะเลพัดเอื่อย ๆ ให้รู้สึกสดชื่น หากมองออกไปจากชายหาดจะเห็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ปางห้ามสมุทร พระพุทธรูปสีทององค์ใหญ่สูงกว่า 16 เมตร ตั้งเด่นหันหน้าออกสู่ทะเล เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ทั้งชาวประมงและนักท่องเที่ยวนิยมแวะมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
เสน่ห์ของวัดเขาตะเกียบอยู่ที่ลักษณะของภูเขาที่ยื่นออกไปในทะเล ทำให้ระหว่างทางขึ้นวัดสามารถมองเห็นวิวชายหาดหัวหิน น้ำทะเลสีฟ้า และโขดหินริมชายฝั่งได้แบบกว้างไกล บรรยากาศเงียบสงบและเต็มไปด้วยลมทะเลเย็นสบาย ระหว่างทางสามารถแวะสักการะศาลกรมหลวงชุมพร ก่อนเดินต่อไปยังจุดประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติ จากนั้นจึงขึ้นบันได 128 ขั้น ไปยังจุดประดิษฐานรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา
อีกหนึ่งสีสันของที่นี่คือฝูงลิงที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากรอบวัด นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจึงควรระวังของใช้ส่วนตัว และหลีกเลี่ยงการถืออาหารติดมือขึ้นไป เพราะอาจโดนลิงแย่งแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อเดินขึ้นมาถึงด้านบนแล้ว ภาพวิวทะเลหัวหินมุมสูงที่เผยให้เห็นแนวชายหาดโค้งยาวสุดสายตา รับลมชมวิวทะเลหายเหนื่อยเลยทีเดียว
พอตกเย็น กลับมาในเมืองหัวหินบรรยากาศก็ยิ่งคึกคักขึ้นมาเที่ยว 3 ตลาด ยามค่ำคืนเริ่มที่ตลาด Cicada หรือซิเคด้า มาร์เก็ต ตลาดสุดฮิตที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของงานศิลปะ งานแฮนด์เมด ดนตรีสด และอาหารหลากหลายสไตล์ ที่นี่แตกต่างจากตลาดทั่วไปด้วยบรรยากาศแบบอาร์ตมาร์เก็ต เดินไปมุมไหนก็เจอทั้งของทำมือ เสื้อผ้า งานคราฟต์ และมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ให้แวะเช็กอินตลอดทาง ยิ่งช่วงค่ำได้เดินเล่น ฟังดนตรีสดแบบชิล ๆ ท่ามกลางแสงไฟอบอุ่น ก็ยิ่งทำให้ค่ำคืนหัวหินมีเสน่ห์มากขึ้น
ถัดกันไม่ไกลคือ ตลาดมะขาม ตลาดนัดกลางคืนบรรยากาศสบาย ๆ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน จุดเด่นคือพื้นที่นั่งพักผ่อนกว้าง ๆ เหมาะกับการนั่งกินอาหาร ฟังดนตรีสด และใช้เวลาชิล ๆ กับเพื่อนหรือครอบครัว ภายในตลาดมีทั้งอาหารไทย อาหารฟิวชัน เครื่องดื่ม ขนมหลากหลายเมนู รวมถึงร้านค้าแนววัยรุ่น งานแฮนด์เมด และมุมถ่ายรูปน่ารัก ๆ ที่ช่วยเติมสีสันให้ค่ำคืนหัวหินดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือ ตลาดโต้รุ่งหัวหิน ถนนสายของกินชื่อดังที่คึกคักทุกคืน เต็มไปด้วยร้านอาหาร ซีฟู้ดสด ๆ และสตรีทฟู้ดหลากหลายเมนูให้เลือกชิมตลอดสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลเผา ผัดไทย โรตี หรือของหวานท้องถิ่น ก็ล้วนชวนให้เดินกินเพลินจนลืมเวลา เป็นอีกบรรยากาศที่สะท้อนเสน่ห์ยามค่ำคืนของหัวหินได้อย่างดี
หัวหิน ทุกช่วงเวลาล้วนเต็มไปด้วยสีสันและความผ่อนคลายทั้งความคลาสสิก วิถีท้องถิ่น และไลฟ์สไตล์ทันสมัยไว้ได้อย่างลงตัว ทำให้หัวหินยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่เที่ยวได้ทุกฤดู และเป็นเมืองที่หลายคนตกหลุมรักอยู่เสมอ