"ไทยช่วยไทยพลัสวันแรก" คึกคัก เตรียมพิจรณา "กลุ่มรายได้น้อยไม่มีบัตรสวัสดิการ - สมาร์ทโฟน" เสนอเข้า ครม. ให้เปิดทบทวนสิทธิพรุ่งนี้
วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ลงพื้นที่ตลาดสดธนบุรีดูความพร้อมของร้านค้าและการใช้สิทธิของประชาชนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเริ่มให้ประชาชนและร้านค้าได้ใช้สิทธิเป็นวันแรก พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บางรายบอกใช้จ่ายเต็มวงเงินแล้ว ซึ่งข้อมูลจากธนาคารกรุงไทย ณ เวลา 09.00 น. หรือ 3 ชั่วโมงแรกของการใช้จ่าย มีประชาชนออกไปใช้สิทธิ 8.9 แสนราย ยอดใช้จ่าย 170 ล้านบาท จาก 2.2 หมื่นร้านค้า มีจำนวนธุรกรรม 1 ล้านรายการ
นายเอกนิติ บอกว่า จากการลงพื้นที่ พบว่า ไทยช่วยไทยพลัส ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพพี่น้องประชาชนได้จริง โดยรัฐช่วยจ่าย 60 % พร้อมลองใช้งาน ซื้อน้ำมะพร้าว พบว่า ระบบใช้งานได้คล่องตัว ซึ่งธนาคารกรุงไทยเปิดช่องสัญญาณรองรับการใช้งานบนแอปฯเป๋าตัง ไว้ถึง 3 แสนธุรกรรมต่อวินาที
พร้อมแนะนำให้ร้านค้าใช้ "นกกระซิบ" ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ที่จะช่วยวิเคราะห์ยอดขาย อะไรขายดี ช่วงเวลาไหนขายดี พร้อมเปรียบเทียบต้นทุน และจะสรุปยอดขายทุกวัน เป็นข้อมูลให้แม่ค้าใช้ประกอบวางแผนการขายในวันต่อไป และในอนาคต จะต่อยอดให้นำยอดขายไปขอสินเชื่อจากแบงก์รัฐได้ ไม่ต้องไปกู้นอกระบบ
ขณะที่การใช้จ่ายในวันนี้ มีร้านค้าทั้งหมด 1,050,000 ร้านค้า โดยเป็นส่วนเดิมของคนที่เคยเข้าโครงการคนละครึ่งแล้ว และมากดยืนยันรับสิทธิ์เข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งยังเปิดรับเรื่อย ๆ พ่อค้าแม่ค้าที่ไม่ได้เข้า ก็อยากแนะนำให้เข้าโครงการ เพราะยังเปิดรับตลอดจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
ส่วนสิทธิที่ค้างอยู่ 3,000,000 ล้านสิทธิ นายเอกนิติ ระบุว่า วงเงินที่เหลือสามารถนำไปใช้โครงการอื่น ที่ใช้เยียวยาประชาชน ช่วยลดความเดือดร้อน เพราะโครงการทั้งหมดที่รัฐบาลทำ เราต้องการช่วยชาวบ้าน วันนี้เกิดวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งยังไม่จบ สินค้าก็อาจจะยังแพงขึ้น เราต้องการแก้วิกฤตปากท้องของพี่น้องประชาชน ก็ดีใจที่เจอกับพ่อค้าแม่ค้าที่ซื้อของ และช่วยลดค่าครองชีพได้จริง
"โครงการไทยช่วยไทยพลัสวันนี้ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือบุคคลที่ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือรายได้น้อย ใช้ผ่านบัตรสวัสดิการ ซึ่งวันนี้มี 13.2 ล้านคน ซึ่งกลุ่มคนไม่มีสมาร์ทโฟนน่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย และ วันพรุ่งนี้จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีการเปิดให้ตรวจสอบสิทธิใหม่ โดยร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการตรวจสอบสิทธิ
ดังนั้น ใครที่ไม่มีสมาร์ทโฟน เข้าใจว่าน่าจะเป็นคนที่มีรายได้น้อยกลุ่มคนเหล่านี้ และเปิดให้ลงทะเบียนภายใน 2 เดือนโดยจะเริ่มต้นในวันที่ 1 กรกฎาคมให้สามารถเข้าสู่บัตรสวัสดิการ ส่วนเงื่อนไข จะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างนั้น ขอให้รอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้(2 มิ.ย.) แต่หากไม่มีสมาร์ทโฟน และไม่ได้เข้าข่ายอยู่ในกลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ติดต่อที่กระทรวงมหาดไทยได้เลย"