ราคาน้ำมันโลก ทรงตัวสูง จับตาเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน ปมช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันโลกเคลื่อนไหวทรงตัวในช่วงเช้าวันนี้ (2 มิ.ย.) ที่ตลาดเอเชีย หลังจากปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในการซื้อขายวันก่อนหน้า ตลาดยังคงจับตาสถานะการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน รวมถึงความเป็นไปได้ในการเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 6 เซนต์ หรือ 0.06% อยู่ที่ 95.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เทกซัส อินเตอร์มีเดียท (WTI) ลดลง 17 เซนต์ หรือ 0.18% อยู่ที่ 91.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันทั้งสองชนิดพุ่งขึ้นมากกว่า 5% ในวันก่อนหน้า ก่อนลดช่วงบวกลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐระบุว่า ยังไม่ได้รับแจ้งว่าอิหร่านระงับการเจรจากับสหรัฐ และอิสราเอลตกลงถอนกำลังทหารที่เตรียมโจมตีทางตอนใต้ของเลบานอน
อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่กังวลหากการเจรจาจะยุติลง ก่อนที่จะโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในเวลาต่อมาว่า การเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป และให้สัมภาษณ์กับเอบีซีนิวส์ว่า คาดว่าจะมีข้อตกลงขยายการหยุดยิง และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า
ทิม วอเทอเรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของเคซีเอ็ม เทรด กล่าวว่า ตลาดกำลังจับตาว่าจะมีความคืบหน้า หรืออุปสรรคที่ชัดเจนในการเจรจาระหว่างสหรัฐ กับอิหร่านหรือไม่ รวมถึงท่าที และเนื้อหาของแถลงการณ์จากทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะคำขู่ของอิหร่านเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ และการเคลื่อนตัวของเรือบรรทุกน้ำมันในเส้นทางดังกล่าว
เขาบอกด้วยว่า สถานะของการเจรจาระหว่างสหรัฐ กับอิหร่านจะเป็นปัจจัยกำหนดว่า ค่าความเสี่ยงที่สะท้อนอยู่ในราคาน้ำมัน จะยังคงอยู่ต่อไป หรือเริ่มคลี่คลายลง
ด้านเลบานอนประกาศการหยุดยิงบางส่วน ระหว่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กีบอิสราเอล ซึ่งถือเป็นการลดระดับความตึงเครียดในวงจำกัดของความขัดแย้ง ที่เชื่อมโยงกับสงครามในวงกว้างกับอิหร่าน
โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดของไอจี กล่าวว่า ตราบใดที่ยังมีข่าวสารจากตะวันออกกลางออกมาอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนต่อไป จนกว่าจะมีหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้น เกี่ยวกับความคืบหน้าของข้อตกลงสันติภาพ
อิหร่านได้จำกัดการเดินเรือ ที่ไม่ใช่ของอิหร่านเข้า และออกจากอ่าวเปอร์เซียเกือบทั้งหมดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเหลวของโลกประมาณ 1 ใน 5 และเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
ขณะเดียวกัน การส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนพ.ค. จากความต้องการของโรงกลั่นในเอเชีย และยุโรป ที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางวิกฤติตะวันออกกลาง
ผลสำรวจเบื้องต้นของรอยเตอร์ส ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 พ.ค. คาดว่าจะลดลงประมาณ 3.6 ล้านบาร์เรล ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่น และน้ำมันเบนซินมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน
ผู้บริหารธุรกิจขนส่งทางเรือซึ่งประชุมกันที่กรุงเอเธนส์ระบุว่า ข้อตกลงสันติภาพใด ๆ ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จำเป็นต้องกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อให้เรือสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ซีอีโอน้ำมัน' ชี้ 'สงครามอิหร่าน' เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลก ดันราคาน้ำมันสูงระยะยาว
- กูรูเตือน 'สงครามอิหร่าน' จ่อดันราคาน้ำมันดิบพุ่ง 120 ดอลลาร์ในเร็ววัน
- 'ซิตี้กรุ๊ป' เตือน 'ราคาน้ำมันเบรนท์' อาจพุ่ง 200 ดอลล์ หากวิกฤตืตะวันออกกลางยืดเยื้อ
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg