‘ชญาดา’ ควงครอบครัวลุยหาเสียงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง สก.เดินพบประชาชนเช้ายันค่ำ พร้อมทำงานเพื่อชาวคันนายาว
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตคันนายาว ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สก.เขตคันนายาว หมายเลข 9 ในนามกลุ่มอิสระ “ทีมคนทำงาน” ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต สส.กทม. และ นายพลพลัฐ วิภัติภูมิประเทศ บุตรชาย ร่วมเดินตลาด พูดคุย และขอคะแนนเสียงจากประชาชนในพื้นที่คันนายาว
โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยทั้ง 3 คน ได้เดินพบพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน และครอบครัวในชุมชนต่าง ๆ รับฟังข้อเสนอแนะ ปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการต้อนรับ และกำลังใจจากประชาชนจำนวนมาก
นางชญาดา กล่าวว่า การลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอทำให้ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการทำงานท้องถิ่น เพราะทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนล้วนต้องการผู้แทนที่เข้าใจพื้นที่และพร้อมผลักดันการแก้ไขอย่างจริงจัง
ตลอดระยะเวลาที่ทำงานในพื้นที่ สิ่งที่ยึดถือมาตลอดคือการรับฟังประชาชน เพราะคนในพื้นที่คือผู้ที่รู้ปัญหาดีที่สุด ทุกข้อเสนอ ทุกความเห็น และทุกกำลังใจที่ได้รับ จะเป็นพลังสำคัญในการทำงานเพื่อพัฒนาคันนายาวให้ดียิ่งขึ้น
ด้านนายพลภูมิ กล่าวว่า การเมืองท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องของความขัดแย้ง แต่เป็นเรื่องของการทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยผู้แทนที่ดีต้องเข้าถึงประชาชน รับฟังปัญหา และพร้อมทำงานอย่างต่อเนื่อง
“วันนี้เราออกเดินกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ เพราะเชื่อว่าทุกคะแนนเสียงมีคุณค่า และทุกกำลังใจจากประชาชนคือพลังของคนทำงาน สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้พบปะ พูดคุย และรับฟังเสียงของประชาชนด้วยตนเอง” นายพลภูมิ กล่าว
สำหรับการเลือกตั้ง สก. ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ นางชญาดา เชิญชวนประชาชนชาวคันนายาวออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมขอโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ในสภา กทม. เพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนในการผลักดันการพัฒนาพื้นที่ แก้ไขปัญหา และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนคันนายาวอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ นางชญาดา ยืนยันว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะยังคงยึดหลักการทำงานแบบเดิม คือ ลงพื้นที่ รับฟัง และทำงานร่วมกับประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยพร้อมเป็น สก.ที่ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน และเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการพัฒนากรุงเทพมหานครให้ก้าวหน้าต่อไป