โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กองทัพภาคที่ 2" ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีเหตุระเบิดในพื้นที่ชายแดน

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“กองทัพภาคที่ 2” ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีเหตุระเบิดในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ย้ำปฏิบัติตามข้อตกลง และกลไกความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

ตามที่โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้แถลงข่าวต่อสาธารณะ เรื่อง เหตุระเบิดในพื้นที่ จ.อุดรมีชัย จนส่งผลให้ทหารกัมพูชาบาดเจ็บ 4 นาย เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุของการระเบิดที่เกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าเกิดการระเบิดจากกับระเบิด ของทหารกัมพูชาในพื้นที่ตนเอง และพยายามโยงว่ามีทหารไทยปฏิบัติการอยู่อีกฝั่งรั้วลวดหนามในฝั่งไทยนั้น

กองทัพภาคที่ 2 ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2569 บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา อย่างรอบด้าน โดยจากการตรวจสอบของหน่วยทหารในพื้นที่ และการรวบรวมข้อมูลจากพยานบุคคลในที่เกิดเหตุพบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทย ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับชุดสร้างเส้นทาง ได้เข้าไปประสานและแจ้งกำลังฝ่ายกัมพูชาที่อยู่บริเวณแนวรั้วลวดหนามว่า จะมีการปฏิบัติงานในการทำเส้นทางซึ่งการดำเนินการทั้งหมดเป็นการปฏิบัติภายในพื้นที่ของประเทศไทย ไม่ได้เข้าไปดำเนินการในพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด

การพูดคุยระหว่างกำลังพลทั้งสองฝ่ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีลักษณะของการโต้เถียง การคุกคาม หรือการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่การใช้กำลังแต่อย่างใด หลังการพูดคุยต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกลับไปยังพื้นที่ของตน ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารของไทยเดินกลับมาบริเวณจุดทำเส้นทางได้ไม่นาน ได้เกิดเสียงระเบิดขึ้นในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งอยู่นอกแนวรั้วลวดหนามของฝ่ายไทย โดยฝ่ายไทยไม่ได้มีการใช้กำลังหรือดำเนินการทางทหารใดๆ ในบริเวณที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ ถ้อยคำของพยานบุคคล ได้แก่ หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยมีความสอดคล้องกันในลำดับเหตุการณ์ว่า หลังการพูดคุยและแยกย้ายกันแล้ว ระหว่างที่หัวหน้าชุดฯ กำลังเดินกลับเข้ามาในพื้นที่วางกำลังของฝ่ายเรา ซึ่งห่างแนวลวดหนามได้ประมาณ 50 เมตร ได้ยินเสียงระเบิดจากฝั่งกัมพูชา พร้อมเสียงร้องขอความช่วยเหลือของกำลังพลฝ่ายกัมพูชา โดยไม่มีผู้ใดทราบสาเหตุของการระเบิดในขณะนั้น

กองทัพภาคที่ 2 ได้พิจารณาข้อมูลประกอบจากหลักฐานเบื้องต้นที่ปรากฏต่อสาธารณะ พบว่า ภาพผู้ได้รับบาดเจ็บของฝ่ายกัมพูชาจำนวน 3 นาย แสดงลักษณะการบาดเจ็บที่กระจุกตัวบริเวณฝ่าเท้า หน้าแข้ง และช่วงขาเป็นหลัก โดยผู้ได้รับบาดเจ็บที่มีอาการหนักมีบาดแผลบริเวณฝ่าเท้าซ้ายและหน้าแข้ง ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย มีบาดแผลบริเวณหน้าแข้งใต้หัวเข่าในลักษณะไม่รุนแรง เมื่อเปรียบเทียบกับลักษณะการบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดแต่ละประเภทแล้ว บาดแผลดังกล่าวมีความสอดคล้องกับการได้รับแรงระเบิดจากบริเวณพื้นดิน มากกว่าลักษณะการได้รับผลกระทบจากระเบิดขว้าง ซึ่งโดยทั่วไปจะทำให้สะเก็ดระเบิดกระจายเข้าสู่หลายส่วนของร่างกาย ทั้งบริเวณลำตัว แขน และใบหน้า และมักก่อให้เกิดการบาดเจ็บในวงกว้างกว่าที่ปรากฏในภาพข่าว

อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวเป็นเพียงการวิเคราะห์จากข้อมูลเบื้องต้น และไม่อาจใช้เป็นข้อยุติทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ จึงยังจำเป็นต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนี้ จากการรวบรวมข้อมูลของหน่วยในพื้นที่ ยังพบข้อสังเกตว่าจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชา จึงยังมีข้อสงสัยหลายประการที่ต้องได้รับการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของวัตถุระเบิดที่มีอยู่ในพื้นที่ หรือ อุบัติเหตุจากการจัดการวัตถุระเบิดของฝ่ายกัมพูชา

กองทัพภาคที่ 2 จึงขอยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อตกลง และกลไกความร่วมมือระหว่างสองประเทศ พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านกลไกทวิภาคี โดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นกลาง และพยานหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการคาดการณ์ หรือกล่าวหาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก่อนที่ผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จ เพื่อให้การสื่อสารต่อสาธารณชน ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความสัมพันธ์อันดี ความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน และความเชื่อมั่นของประชาคมระหว่างประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หยุดยาวคึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวปราสาทตาเมือนธม ให้กำลังใจทหาร

แม่ทัพภาค 2 ลั่น! เขมรลอบวางทุ่นระเบิด ละเมิดเงื่อนไขหยุดยิง หวังยั่วยุ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "กองทัพภาคที่ 2" ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีเหตุระเบิดในพื้นที่ชายแดน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...