MQDC กางแผน 3 ปี เร่งปิดจ๊อบบิ๊กโปรเจกต์ ปั๊มรายได้เข้าพอร์ตฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ
MQDC ประกาศเดินหน้าแผนธุรกิจ 3 ปี ปักหมุดเร่งโอนโครงการที่อยู่อาศัยเฟสสุดท้ายเพื่อรับรู้รายได้ทันที เตรียมเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์มิกซ์ยูส "คลาวด์ อีเลฟเว่น" มูลค่า 4.3 หมื่นล้านบาท ดีเดย์เปิดให้บริการ 16 กรกฎาคมนี้ ลุยปรับพอร์ตโฟลิโอขยายฐานรายได้ประจำ ทั้งพื้นที่เช่า ค้าปลีก ออฟฟิศ และรับงานที่ปรึกษาพัฒนาเมืองขนาดใหญ่
8 กรกฎาคม 2569 นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานกรรมการบริหารร่วมและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม MQDC เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานว่า บริษัทฯ ยังคงเร่งเดินหน้าแผนธุรกิจให้เป็นไปตามทิศทางที่วางแผนไว้ในระยะ 3 ปี โดยมุ่งเน้นนโยบายทางธุรกิจในการเพิ่มรายได้อย่างเป็นรูปธรรมจากการเร่งดำเนินงานโครงการให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ ขณะเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของกลุ่ม MQDC ในฝั่งโครงการที่อยู่อาศัย ปัจจุบันมีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ได้แก่ วิสซ์ดอม เดอะ ฟอเรสเทียส์ (Destinia, Mytopia, Petopia) และ ดิ แอสเพน ทรี
นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการเร่งรัดงานก่อสร้างในเฟสสุดท้ายเพื่อเตรียมโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการมัลเบอร์รี่ โกรฟ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งส่วนวิลล่าและคอนโดมิเนียมสูงถึงประมาณ 20,000 ล้านบาท คาดว่าในส่วนของคอนโดมิเนียมจะสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนได้ภายในปี 2569 นี้ ขณะที่โครงการ มัลเบอร์รี โกรฟ สุขุมวิท มูลค่าโครงการกว่า 6,500 ล้านบาท ได้เดินหน้าก่อสร้างต่อและมีกำหนดแล้วเสร็จพร้อมโอนภายในปี 2570
ในส่วนของพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์และมิกซ์ยูส ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่โครงการ คลาวด์ อีเลฟเว่น (Cloud 11) มูลค่าโครงการ 43,000 ล้านบาท ซึ่งถูกวางตัวให้เป็นครีเอทีฟแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย โดยมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ เริ่มทยอยรับรู้รายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
นอกเหนือจากการพัฒนาโครงการเพื่อขายแล้ว MQDCยังส่งสัญญาณรุกหนักในกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง (Recurring Income) เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว ผ่านการบริหารจัดการสินทรัพย์และการให้บริการในหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย การพัฒนาพื้นที่ให้เช่าสำหรับธุรกิจร้านค้าปลีก ธุรกิจสำนักงานออฟฟิศ ธุรกิจโรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์ รวมถึงการขยายไลน์ธุรกิจไปสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาเมืองและโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง
“การรับเป็นที่ปรึกษาและดำเนินการในการสร้างเมืองขนาดใหญ่ ก็ยังดำเนินการต่อไปด้วยดี และส่วนของการรับพัฒนาโครงการ ในปัจจุบันก็มีผู้ที่สนใจให้ทางเราไปช่วยพัฒนายังมีต่อเนื่อง” นายวิสิษฐ์กล่าว
ซีอีโอร่วมของMQDC ยอมรับว่า สภาพเศรษฐกิจในภาพรวมขณะนี้ยังคงมีความท้าทายสูง แต่อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่รายนี้เลือกที่จะแก้โจทย์ด้วยการเน้นสร้างมูลค่าในระยะยาวมากกว่าการแข่งขันในระยะสั้น โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้โครงการของบริษัทได้รับความเชื่อมั่นจากทั้งกลุ่มลูกค้า นักลงทุน รวมถึงสถาบันการเงินชั้นนำ
“ความคืบหน้าของโครงการต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารโครงการขนาดใหญ่ของMQDC และเป็นหลักฐานสำคัญว่าบริษัยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตตามแผน แม้อยู่ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน เราเชื่อว่าการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพ การมุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง และการยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างผลตอบแทนและมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในระยะยาว” นายวิสิษฐ์กล่าวสรุป