โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

4 ยอดแข้งที่มีโอกาสคว้ารองเท้าทองคำ ศึกฟุตบอลโลก 2026

WeR NEWS

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นี่คือการขับเคี่ยวแย่งชิงรางวัลรองเท้าทองคำครั้งประวัติศาสตร์ เป็นการต่อสู้ระหว่าง ลิโอเนล เมสซี, คีเลียน เอ็มบัปเป, เออร์ลิง ฮาแลนด์ และ แฮร์รี เคน

การทำประตูแตะเลขสองหลักในฟุตบอลโลก ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้ยากที่สุดในโลกฟุตบอล มีนักเตะเพียงไม่กี่คนเท่านั้นในประวัติศาสตร์เกือบศตวรรษที่สามารถยิงได้ถึง 10 ประตู หรือมากกว่านั้นในทัวร์นาเมนต์เดียว

ในอดีตมีนักเตะแค่ 8 คน ที่เคยทำได้ 8 ประตู หรือมากกว่านั้นในฟุตบอลโลกหนเดียว ได้แก่ ฌุสต์ ฟงแตน, ซานดอร์ โคชิส, แกร์ด มุลเลอร์, อเดเมียร์, ยูเซบิโอ, กีเยร์โม สตาบิเล, โรนัลโด (R9) และ เอ็มบัปเป ซึ่งตอนนี้ เมสซี ได้ก้าวเข้ามาทาบสถิติดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ รางวัลรองเท้าทองคำ จะตัดสินจากจำนวนประตูก่อน ตามด้วยจำนวนแอสซิสต์ และนาทีที่ลงสนาม เพราะฉะนั้น นี่จึงไม่ใช่แค่ว่าใครยิงประตูได้มากที่สุด แต่มันวัดกันว่าใครที่ยังรักษามาตรฐานท่ามกลางความกดดันได้ดีกว่ากัน

ลิโอเนล เมสซี (อาร์เจนตินา)

Photo by Thomas COEX / AFP

8 ประตู ของ เมสซี มาจากการลงเล่น 410 นาที โดยยิงไป 29 ครั้ง เข้ากรอบ 17 ครั้ง อัตราการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูอยู่ที่ 27.6% ซึ่งถือเป็นสถิติระดับแถวหน้าอย่างแท้จริง

6 ประตู รอบแบ่งกลุ่ม (แอลจีเรีย, ออสเตรีย และ จอร์แดน) 2 ประตู รอบน็อกเอาต์ (เคปเวิร์ด และ อียิปต์)

คีเลียน เอ็มบัปเป (ฝรั่งเศส)

Photo by Jewel SAMAD / AFP

เอ็มบัปเป ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ผลงาน 7 ประตู 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 441 นาที แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลกับทีมชาติฝรั่งเศส ได้เป็นอย่างดี เจ้าตัวยิงไป 26 ครั้ง เข้ากรอบ 17 ครั้ง อัตราการเปลี่ยนเป็นประตูที่ 26.9%

4 ประตู รอบแบ่งกลุ่ม (เซเนกัล และ อิรัก) 3 ประตู รอบน็อกเอาต์ (สวีเดน และ ปารากวัย)

กัปตันทีมรายนี้ติดทำเนียบ 1 ใน 8 นักเตะที่เคยยิงได้ 8 ประตู หรือมากกว่านั้นในฟุตบอลโลกหนเดียวอยู่แล้ว และตอนนี้ขยับเข้าใกล้การเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำได้ถึงสองทัวร์นาเมนต์

เออร์ลิง ฮาแลนด์ (นอร์เวย์)

Photo by MAURO PIMENTEL / AFP

นี่คือฟุตบอลโลกครั้งแรกของหัวหอกรายนี้ แต่เจ้าตัวจารึกชื่อลงในประวัติศาสตร์แล้วด้วยผลงาน 7 ประตู จากการลงเล่น 360 นาที และมีอัตราการเปลี่ยนโอกาสยิงเป็นประตูสูงถึง 38.9% ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาตัวเต็งทั้ง 4 คน

ประสิทธิภาพของแข้งรายนี้นั้นน่าเหลือเชื่อ เพราะยิงไปแค่ 18 ครั้ง เข้ากรอบ 12 ครั้ง และเปลี่ยนโอกาสทอง 11 ครั้ง ให้เป็นประตูได้ถึง 6 ครั้ง ทำให้อัตราการเปลี่ยนโอกาสทองเป็นประตูอยู่ที่ 54.5%

ฮาแลนด์ ยิงได้ 4 ประตู รอบแบ่งกลุ่ม (อิรัก และ เซเนกัล) 3 ประตู รอบน็อกเอาต์ (ไอวอรี่โคสต์ และ บราซิล)

แฮร์รี เคน (อังกฤษ)

Photo by Rodrigo Oropeza / AFP

ผลงาน 6 ประตู 1 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 443 นาที นั้นถือว่ายอดเยี่ยม แต่สถิติการจบสกอร์ยิ่งน่าประทับใจกว่า

เคน ยิงไป 19 ครั้ง เข้ากรอบ 10 ครั้ง และเปลี่ยนเป็นประตูได้ 31.6% สถิติจุดโทษที่ยิง 2 เข้า 2 ยิ่งช่วยให้ชัดเจนมากขึ้น ขณะที่อัตราการเปลี่ยนโอกาสทองเป็นประตูอยู่ที่ 57.1% ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาตัวเต็งทั้งหมด

กองหน้ากัปตันทีมรายนี้ ยิง 3 ประตู รอบแบ่งกลุ่ม (โครเอเชีย และ ปานามา) 3 ประตู รอบน็อกเอาต์ (ดีอาร์คองโก และ เม็กซิโก)

ภาพจากเฟซบุ๊ก FIFA World Cup

เพราะฉะนั้น การแข่งขันในรอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีมสุดท้าย) จึงมีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ เนื่องจากแฟนบอลทั่วทุกมุมโลก ต่างคอยจับจ้องว่า เมสซี, เอ็มบัปเป, ฮาแลนด์ หรือแม้แต่ เคน จะบวกเพิ่มสถิติยิงประตูได้คนละกี่ลูก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...