โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

เจเนอเรชั่นอัลฟ่า (Generation Alpha) : กับ 4 ข้อที่ควรรู้จักและเข้าใจ เพื่อรับมือเจนฯ อัจฉริยะ

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 19 ต.ค. 2565 เวลา 15.26 น. • Features

Generation Alpha หรือ เจนฯ อัลฟ่าคือเด็กที่เกิดหลัง พ.ศ.2553 หรือ ค.ศ. 2010 เป็นต้นมา นั่นหมายถึงเด็กๆ ที่อายุ 12 ปีและต่ำกว่า ที่เราเห็นในปัจจุบัน ล้วนเป็นบุคลากรแห่ง เจเนอเรชั่นอัลฟ่า ทั้งสิ้นคุณสมบัติเด่นของเด็กๆ เจนฯ อัลฟ่า ก็คือการเกิดมาโดยมีเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบหนึ่งของชีวิต จึงสามารถเรียนรู้ คุ้นเคย และมีทักษะในการเข้าถึงข้อมูลและติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีได้คล่องแคล่วกว่าเจเนอเรชั่นอื่นๆWired Consulting องค์กรพัฒนานวัตกรรมและสื่อดิจิทัล ประเทศออสเตรเลีย เผยในงานวิจัย Understanding Generation Alpha ไว้ว่า เทคโนโลยีจะกลายเป็นตัวกลางหลักที่ช่วยให้เด็ก เจเนอเรชั่นอัลฟ่า ได้เรียนรู้และสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างไร้พรมแดน รวมถึงการพัฒนาของระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ทำให้มนุษย์สื่อสารกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างง่ายดายและแพร่หลายมากขึ้น เด็กเจนฯ อัลฟ่าจึงถูกยกให้เป็นเจเนอเรชั่นอัจฉริยะที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้เป็นอย่างดีแม้ว่าการเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่พัฒนาแล้วจะช่วยส่งเสริมองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองความคิดของลูกเจนฯ อัลฟ่ามากแค่ไหนก็ตาม แต่นักจิตวิทยาก็ยังพูดถึงข้อเสียบางอย่างของเด็กเจนฯ นี้ที่หากคุณพ่อคุณแม่ละเลยหรือมองข้าม ก็อาจทำให้ลูกขาดทักษะการใช้ชีวิตด้านอื่นๆ ที่สำคัญได้ดังนั้นเราจึงอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทำความรู้จักและเข้าใจลักษณะพื้นฐานที่พบได้มากในกลุ่มเด็กเจนฯ อัลฟ่า เพื่อเรียนรู้วิธีรับมือ และส่งเสริมให้ลูกเป็นเด็กฉลาดรอบด้าน ไม่ได้เก่งเฉพาะการใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว1. สมาธิสั้นและหลุดโฟกัสง่าย

จุดเด่นของเด็กเจนฯ อัลฟ่า คือการรับข้อมูลข่าวสารที่มากมาย จากหลายแหล่งพร้อมกัน จึงจำเป็นต้องใช้ทักษะการอ่านแบบ Scanning หรือการกวาดสายตาอ่านคร่าวๆ และสเเกนเฉพาะคำสำคัญ เพื่อจะได้สามารถสรุปข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเป็นข้อดีที่ช่วยให้ลูกอ่านจับใจความได้เก่ง แต่ก็ทำให้ลูกติดนิสัยไม่ชอบหรือไม่สามารถจดจ่อกับอะไรนานๆ ได้เช่นกันคุณพ่อคุณแม่สามารถเสริมสร้างสมาธิให้ลูกเจนฯ อัลฟ่าได้จากกิจกรรมสนุกๆ เช่น เกมจับผิดภาพ การต่อจิ๊กซอว์ หรือการออกกำลังกาย ในช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มจากการชวนลูกเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเลตที่ลูกคุ้นเคย แล้วจึงค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นเกมการ์ดหรือกิจกรรมนอกจอ เพื่อให้ลูกได้ใช้เวลาคุณภาพกับคุณพ่อคุณแม่ และออกห่างจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และหน้าจอไปในตัวด้วย2. ไม่ค่อยเข้าสังคม

นักวิจัยเผยว่า ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วตลอดการเติบโตของเด็กเจนฯ อัลฟ่า รวมถึงผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้การเรียนออนไลน์ และการติดต่อสื่อสารแบบไม่พบปะกันในโลกความจริง กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กเจเนอเรชั่นนี้เจนฯ อัลฟ่า มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในโลกออนไลน์ จึงทำให้มีเวลาในการเรียนรู้ การเล่น และการเข้าสังคมในรูปแบบดั้งเดิมน้อยลง ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรเสริมทักษะการเข้าสังคมให้ลูก ด้วยการพาลูกออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน พาลูกทำกิจกรรมร่วมกับเด็กอื่นๆ ชวนลูกคุยด้วยการตั้งคำถามปลายเปิด เพื่อฝึกทักษะการสื่อสาร การพูด และสอนวิธีปฏิบัติตัวและมารยาทพื้นฐาน การเพื่อให้ลูกเรียนรู้วิธีการปรับตัวเมื่อต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมต่อไป3. พัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการต่ำ

แม้ทักษะการใช้เหตุผลของลูกเจนฯ อัลฟ่าจะพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว แต่ด้วยการใช้ชีวิตที่อยู่กับเทคโนโลยีเป็นส่วนมาก ก็อาจทำให้ลูกเสียโอกาสในการหยิบจับของเล่นเสริมทักษะและพัฒนาการเด็กขึ้นมาเล่น ส่งผลให้ลูกอาจไม่ได้รับการฝึกให้เล่นด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการตามธรรมชาติเท่าที่ควรแต่ถึงอย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องปิดกั้นหรือเข้มงวดกับการเล่นของลูกเกินไปนัก แต่ควรทำความเข้าใจในทักษะเฉพาะของเด็กเจเนอเรชั่นนี้ และหาวิธีส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูก เช่น โดยปกติเด็กเจนฯ อัลฟ่าจะมีกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว แต่การชวนลูกฝึกแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยตัวเอง จะทำให้ลูกรู้จักพลิกแพลงความคิดเพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกได้อีกด้วย4. มีความสุขยาก

Jean M. Twenge นักจิตวิทยาเจ้าของผลงาน iGen กล่าวไว้ว่า เมื่อเด็กมีความเชื่อมโยงกับสมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดียมากขึ้น ทำให้การติดต่อสื่อสารและการรับข้อมูลต่างๆ ทำได้ง่าย แต่ในทางกลับกัน อัตราการเกิดโรคซึมเศร้า ความวิตกกังวล และความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เกิดขึ้นกับเด็กเจนฯ อัลฟ่า ก็เกิดขึ้นได้ง่ายเช่นกันดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยลูกไว้กับเทคโนโลยีและการเชื่อมตัวเองกับสังคมในอินเทอร์เน็ตมากเกินไป แต่ควรหาเวลาพูดคุยและปรับทุกข์กับลูกบ้าง อาจจะใช้ช่วงเวลาระหว่างเดินทางกลับบ้าน หรือตอนกินข้าวเย็น เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกได้พูดคุย บอกเล่า และแชร์ประสบการณ์ของตัวเองกับคุณพ่อคุณแม่ ก็จะช่วยส่งเสริมการสร้างความไว้วางใจ ความอบอุ่น และความรู้สึกมั่นคงในจิตใจให้ลูกได้ดีเลยทีเดียวอ่านบทความ: 4 เทคนิคเลี้ยงลูก เจนฯ อัลฟ่า (Generation Alpha) ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้ามอ้างอิงIBERDROLAIndia todayiSTRONG

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...