โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ได้มีแค่ Google! รวม 5 เว็บค้นหาข้อมูลน่าใช้ & คลังความรู้จากมหา’ลัยทั่วโลก (ฉบับอัปเดตปี 2022)

Dek-D.com

เผยแพร่ 19 ส.ค. 2565 เวลา 10.03 น. • DEK-D.com
ใครหาข้อมูลทำรายงานหรือเขียนเปเปอร์วิชาการห้ามพลาดเลย!

สวัสดีค่ะชาว Dek-Dทุกคน ถ้าให้พูดถึงหนึ่งโปรแกรมค้นหาหรือ search engines ยอดฮิตที่คนทั่วไปนิยมใช้เซิร์ชหาข้อมูลกันก็คงจะหนีไม่พ้น ‘Google (กูเกิล)’ เว็บไซต์ที่ให้บริการในการค้นหาข้อมูลบนโลกของอินเทอร์เน็ต ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนาบริการอื่นๆ ขึ้นมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Gmail บริการฟรีอีเมล, Google Map บริการแผนที่นำทางที่มีประสิทธิภาพ, YouTube บริการรับชมและแชร์วิดีโอกับคนทั้งโลก, และ Android ระบบปฏิบัติการที่นำไปติดตั้งบนสมาร์ตโฟน

แต่น้องๆ รู้ไหมคะว่านอกจากกูเกิลแล้ว ก็ยังมีอีกหลายโปรแกรมค้นหาที่จะสามารถตอบทุกข้อสงสัยพร้อมให้ข้อมูลแบบตรงจุดกับเราได้ วันนี้ พี่ปุณเลยจะขออาสาพาน้องๆ ไปรู้จักกับ “5 search engines สุดปังสำหรับนักเรียนนักศึกษา”จะมีเว็บไหนน่าใช้บ้าง ตามไปดูกันเลย!

………..

1.WorldCat.org

ใครที่เคยใช้งาน ‘Google Scholar หรือ JSTOR’ ก็อาจจะคุ้นชินหรือเคยได้ยินชื่อของ ‘WorldCat.org’หนึ่งในเว็บไซต์ที่มีข้อมูลและคอนเทนต์ความรู้ให้บริการอยู่มากที่สุด โดยจะรวบรวมสื่อการเรียนรู้น่าสนใจจากห้องสมุดขนาดใหญ่ทั่วโลก อย่างเช่น The prestigious Bodleian Library at the University of Oxford ประเทศอังกฤษและ The Library of Congress ประเทศสหรัฐอเมริกาเอาไว้ในเว็บเดียว!

ซึ่งวิธีการเข้าสู่ระบบใช้งานก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่น้องๆ มีแอ็กเคาท์ห้องสมุดของโรงเรียนหรือมหา’ลัยก็สามารถเข้าถึง VHS tapes (Video Home System Tapes), Musical score, และแหล่งข้อมูลหลักๆ ได้โดยทันที ถือเป็นอีกโปรแกรมค้นหาที่น่าเชื่อถือและมีความหลากหลายมากๆ เลยล่ะค่ะ ใครยังไม่เคยใช้ต้องไปลองกันแล้ววว

WorldCat.org

………..

2. Semantic Scholar

มาต่อกันกับ ‘Semantic Scholar’โปรแกรมค้นหาของ the Allen Institute for Artificial Intelligence (AI) ที่นอกจากจะเป็นแหล่งรวมความรู้ที่หลากหลายและแม่นยำเหมาะกับการนำไปใช้อ้างอิงในรายงานหรือบทความทางวิชาการแล้ว เว็บไซต์นี้ยังเปิดให้ใช้บริการแบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย

โดยอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ผู้ใช้ทั่วโลกติดใจก็คือการที่ Semantic Scholar ควบคุมและใช้ประโยชน์จากระบบ AI และ Machine Learning เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องมือต่างๆ ซึ่งนั่นทำให้หน้าตาของเว็บไซต์มีความทันสมัย ดีไซน์สวย ไม่ซับซ้อน อีกทั้งยังสามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่อีกด้วย ส่วนถ้าใครยังไม่คุ้นชินกับระบบการทำงานของเว็บนี้ พี่ก็ขอแนะนำให้เข้าไปศึกษาวิธีใช้เพิ่มเติมได้ที่โหมด Tutorials เลยค่ะ

semanticscholar.org

………..

3. Ecosia

สาย Eco-friendly ต้องเว็บนี้เลย! ‘Ecosia’ โปรแกรมค้นหาหน้าตาน่าใช้ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนช่วยโลกได้ง่ายๆ เพียงเซิร์ชข้อมูล 1 ครั้งก็เหมือนได้ปลูกต้นไม้ 1 ต้นโดยทันทีเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายมากๆ แถมรายได้จากเว็บไซต์ก็ยังถูกนำไปใช้สนับสนุนโพรเจกต์เกี่ยวกับการฟื้นฟูดูแลป่าไม้และส่งเสริมโครงการต่อต้านการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย

โดยตั้งแต่เว็บไซต์นี้เปิดให้บริการมาก็มีผู้ใช้ทั่วโลกร่วมปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 254 ล้านต้น ในบริเวณเทือกเขา Bamnoutos ประเทศแคเมอรูน ไปจนถึงพื้นที่ที่เคยผ่านการเป็นสวนปาล์มมาก่อนอย่างผืนป่าอินโดนีเซีย (Indonesian forests) ซึ่งถ้าใครอยากอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศและวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกก็สามารถเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ หรือจะโหลดแอป Ecosia มาติดโทรศัพท์มือถือไว้ก็ได้เช่นกันค่ะ

ecosia.org

………..

4. Open Knowledge Maps

‘Open Knowledge Maps’เป็นโปรแกรมค้นหาที่ถูกคิดค้นโดยนักวิจัยจากสถาบันชื่อดังอย่าง ETH Zurich และ Harvard University เว็บไซต์นี้เปรียบเสมือนวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสุดทันสมัยที่ไม่ได้มีแค่เพียงตัวอักษรลายตาแสนน่าเบื่อ แต่ยังเต็มไปด้วยสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบ “Visual Learning หรือการเรียนรู้จากการดูและการมองเห็น”

โดยภายในเว็บไซต์จะมีระบบอัลกอริทึม (Algorithm) ที่จะช่วยจัดหมวดหมู่ความรู้ในแขนงต่างๆ เข้าด้วยกัน แล้วประมวลผลออกมาเป็นแผนภาพ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดจำข้อมูลที่ต้องการค้นหาได้โดยง่าย นอกจากนี้ Open Knowledge Maps ก็ยังมีฟังก์ชันพิเศษอย่าง “การทำบรรณานุกรมสำเร็จรูป (citation)”ให้ใช้แบบฟรีๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าโดนใจเหล่านักเรียนนักศึกษาที่ต้องทำรายงานส่งอาจารย์เป็นที่สุด!

openknowledgemaps.org

………..

5. COnnecting REpositories (CORE)

ปิดท้ายกันไปด้วย ‘COnnecting REpositories (CORE)’ โปรแกรมค้นหาที่เปิดให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงวารสารและเปเปอร์วิชาการได้แบบไม่จำกัด โดยปัจจุบันเว็บไซต์นี้ได้รวมบทความน่าสนใจไว้กว่า 200 ล้านบทความจากแหล่งเรียนรู้กว่า 11,000 แห่งทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตทางเว็บไซต์ก็จะมีการพัฒนาฟังก์ชันใหม่ๆ เพื่อรองรับข้อมูลที่หลากหลายและกว้างขวางขึ้นไปอีก แอบกระซิบว่าเว็บนี้ไม่มี paywall สามารถใช้งานได้ทั้งใน Google Chrome, Mozilla Firefox และ Opera แบบฟรีๆ ไปเลย

core.ac.uk

และนี่ก็คือ “5 โปรแกรมค้นหาน่าใช้ ฉบับอัปเดตปี 2022”บอกเลยว่าเหล่านักเรียนนักศึกษาจะต้องถูกใจ เพราะนอกจากจะสามารถนำข้อมูลความรู้จากแต่ละเว็บไซต์มาใช้ เขียนเปเปอร์และทำรายงานได้แบบฟรีๆ แล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่น้องๆ จะได้เข้าถึงคลังความรู้และงานวิจัยจากมหา’ลัยชื่อดังทั่วโลกอีกด้วย ถ้าหาข้อมูลใน Google แล้วไม่ตอบโจทย์ก็ลองเข้าไปใช้งานกันดูนะคะ รับรองว่าจะได้เจออะไรใหม่ๆ อย่างแน่นอน :D

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...