โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขนส่งฯ เตือน! อย่าใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถที่หมายเลขไม่ตรงกับใบคู่มือจดทะเบียน อาจมีความผิดฐานปลอมเอกสารราชการ โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับสูงสุด 100,000 บาท

สวพ.FM91

อัพเดต 26 ต.ค. 2565 เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2565 เวลา 03.33 น.

ขนส่งฯ เตือน! อย่าใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถที่หมายเลขไม่ตรงกับใบคู่มือจดทะเบียน ย้ำ! อาจมีความผิดฐานปลอมเอกสารราชการ มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับสูงสุด 100,000 บาท

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ตามข่าวที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ มีกลุ่มมิจฉาชีพได้ทำการเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนรถ โดยใช้รีโมตกดเปลี่ยนพลิกแผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะแผ่นป้ายทะเบียนรถด้านหน้าและแผ่นป้ายทะเบียนรถด้านหลังอยู่ในแผ่นเดียวกันของป้ายทะเบียน ซึ่งมีหมายเลขทะเบียนต่างกัน การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากแผ่นป้ายทะเบียนรถ เป็นเอกสารที่ทางราชการออกให้ใช้เฉพาะสำหรับรถคันที่จดทะเบียนไว้ 1 คัน ต่อ 1 หมายเลขทะเบียนเท่านั้น โดยข้อมูลหมวดอักษร หมายเลขทะเบียน จังหวัด ที่ปรากฏในใบคู่มือจดทะเบียนรถและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม) ต้องถูกต้องและตรงกัน ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกได้ตรวจสอบไปยังตลาดขายของออนไลน์ตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ กลับพบว่ายังคงมีการขายอุปกรณ์การพลิกเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนในลักษณะดังกล่าว ซึ่งจะมีราคาเริ่มตั้งต้นแต่ 5-6 พันบาท โดยขอย้ำว่าแผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าวที่ขายอยู่ในอินเทอร์เน็ตเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด สำหรับโทษในกรณีการทำแผ่นป้ายทะเบียนรถขึ้นเองโดยหมายเลขทะเบียนไม่ตรงกับใบคู่มือจดทะเบียนรถ ผู้กระทำย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265 ฐานปลอมเอกสารราชการ ส่วนเจ้าของรถที่ใช้แผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าวจะมีความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งความผิดฐานปลอมเอกสารราชการหรือใช้เอกสารราชการปลอม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท นอกจากนี้ยังเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ มาตรา 11 ฐานติดแผ่นป้ายทะเบียนรถไม่ถูกต้องตามที่ทางราชการกำหนดปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่าต่อไปว่า อีกกรณีที่พบกระทำความผิด คือ กระทำความผิดด้วยการสวมทะเบียนหรือทำแผ่นป้ายทะเบียนรถปลอมขึ้นมาเพื่อติดกับรถคันอื่นๆ มักเกิดขึ้นจากกรณีการซื้อขายรถด้วยวิธีการโอนลอย (ผู้ขายเซ็นเอกสารการโอนไว้ให้ผู้ซื้อมาดำเนินการเองภายหลังแต่ผู้ซื้อยังไม่นำรถมาดำเนินการตรวจสภาพและจดทะเบียนโอนรถภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด 15 วัน ) ซึ่งเป็นช่องว่างที่กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสนำรถที่ผิดกฎหมาย เช่น รถที่สวมทะเบียนโดยการนำมาตอกเลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ใหม่ แล้วทำใบคู่มือจดทะเบียนรถและเอกสารการโอนปลอม หรือซื้อซากรถที่ใช้งานไม่ได้แล้วแต่ยังมีทะเบียนถูกต้อง เพื่อนำรถรุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน มาสวมทะเบียนแทน โดยทำการเปลี่ยนแปลงขึ้นใหม่ทั้งเลขตัวถังและเลขคัสซีให้ตรงกับเอกสาร ซึ่งมักเป็นรถที่ถูกขโมยมา หรือปลอมเฉพาะเอกสารติดรถ ทั้งแผ่นป้ายทะเบียนรถ เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และใบคู่มือจดทะเบียนรถ มาหลอกขายให้กับประชาชนโดยเป็นรถที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจากกรมการขนส่งทางบก ดังนั้น เพื่อให้แน่ใจว่าตัวรถกับเอกสารของทางราชการถูกต้องตรงกัน การซื้อขายรถทุกครั้งควรดำเนินการทางทะเบียนหรือนำรถเข้าตรวจสภาพด้วยตนเอง ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดกวดขันการตรวจสภาพรถตามรายการที่กำหนดทุกคัน เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำรถที่ไม่ถูกต้องมาดำเนินการทางทะเบียนและหลอกลวงประชาชน ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะมีการระงับการดำเนินการทางทะเบียนที่ไม่ถูกต้องทันที

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าววทิ้งท้ายว่า ประชาชนที่มีปัญหาแผ่นป้ายทะเบียน ชำรุด สูญหาย หรือลบเลือนในสาระสำคัญ อย่าหลงเชื่อซื้อแผ่นป้ายทะเบียนรถทางอินเทอร์เน็ต โดยสามารถมาขอแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทน ณ สำนักงานขนส่งที่อยู่ในความรับผิดชอบ มีค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท ทั้งนี้ รถที่จดทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 5 วันทำการ และรถที่จดทะเบียนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 10 วันทำการ โดยระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...