โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

6 เทคนิค “ขับรถขึ้น-ลงดอย” อย่างไรให้ปลอดภัย

Car2day

อัพเดต 30 ธ.ค. 2564 เวลา 11.34 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 11.31 น. • Car2Day

แพลนปีใหม่ของหลายๆคนส่วนใหญ่ในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นทริปขึ้นดอยขึ้นเขา อย่างแน่นอน เมื่อมีแพลนว่าจะหาเวลาไปพักผ่อนสูดอากาศเย็นสดชื่นกันแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นหลักสำคัญของการขับรถขึ้นดอยขึ้นเขา นั้นก็คือเทคนิคการขับต่างๆ ที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจากการเดินทางในครั้งนี้ เส้นทางเหล่านี้มีความอันตรายมากจึงต้องอาศัยเทคนิค ทักษะการขับรถอยู่พอสมควร เอาเป็นว่าก่อนออกเดินทาง Car2day จะมาแนะนำเทคนิคดีๆ ในการขับรถขึ้น-ลงดอยอย่างไรให้ปลอดภัย มาฝากกันค่ะ 

ขึ้นเขา

1. ขับรถขึ้นเขาลงดอยควรใช้เกียร์ต่ำ

เมื่อต้องขับรถยนต์ขึ้นเขาหรือเส้นทางลาดชัน ยิ่งเส้นทางนั้นมีความลาดชันต่อเนื่องสลับกัน โดยเฉพาะช่วงทางโค้ง จำเป็นต้องใช้กำลังฉุดลากที่มากกว่าปกติ เราจึงเห็นป้ายเตือนให้ใช้เกียร์ต่ำอยู่บ่อยครั้งในเส้นทางลักษณะนี้ เพราะเกียร์ต่ำ ในตำแหน่งเกียร์ 1 หรือเกียร์ 2 ของเกียร์ระบบธรรมดา และตำแหน่งเกียร์ L หรือ D-3-2-1 คือตำแหน่งที่เป็นเกียร์ต่ำในเกียร์อัตโนมัติรุ่นนั้นๆ จะมีคุณสมบัติที่จะช่วยส่งกำลังต้านกันระหว่างแรงโน้มถ่วงของโลกและแรงในการส่งรถขึ้นในที่สูง การใช้เกียร์ต่ำจึงจำเป็นเพื่ออาศัยแรงบิดของเครื่องยนต์ในการฉุดลากตัวรถของเราขึ้นไปในที่สูง

ซึ่งตามปกติแล้วเส้นทางเหล่านี้ จะไม่สามารถใช้ความเร็วได้มากเท่าไรอยู่แล้ว และยิ่งเป็นช่วงขาลงจากเขายิ่งควรระมัดระวังควบคุมความเร็วให้เหมาะสมเป็นอย่างมาก การใช้จังหวะเกียร์ต่ำต่อเนื่องจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนเกียร์ไปตามลักษณะของความเร็วที่เหมาะสม 1 ไป 2 ไป 3 และลดลงมาตามลักษณะของเส้นทาง แค่เราต้องจำไว้เพียงว่าอย่าทำการเปลี่ยนเกียร์ในระหว่างที่อยู่บนเนิน และต้องเลี้ยงคันเร่งเพื่อให้รอบเครื่องเดินอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำหรือสูงเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนสูงกับเครื่องยนต์ได้

2. ขณะลงจากดอย อย่าแตะเบรกค้างเป็นอันขาด

ขาลงจากที่ลาดสูงชัน ให้ใช้การผ่อนคันเร่งและใช้เบรกช่วยในบางจังหวะ อย่าแตะค้างไว้นานเกินไป ขาลงนั้นก็จะใช้เกียร์ต่ำเหมือนกับตอนขาขึ้น แต่เราจะให้เครื่องยนต์ทำงานช่วยดึงตัวรถด้วยรอบเครื่องกับอัตราทด Engine Brake ของชุดเกียร์นั่นเอง ผสมผสานกับการใช้เบรกอย่างเหมาะสม เราสามารถกดเบรกในน้ำหนักที่เหมาะในจังหวะที่ต้องเบรก แต่ไม่ควรกดแช่ค้างเอาไว้ เพราะอาจจะทำให้ผ้าเบรกไหม้ได้ เพราะถ้าหากเบรกไหม้อาจจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้ แต่ถ้าเส้นทางนั้นลาดชันและมีระยะทางที่ไกลซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้เบรกช่วยในการขับขี่ได้ จำเป็นที่จะต้องหาจุดจอดพักเป็นระยะๆ เพื่อให้ได้ระบายความร้อนของน้ำมันเบรก อย่าฝืนจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เบรกแตกได้อีกเช่นกันนะคะ

3.แตะคันเร่งเบาๆ ค่อยควบคุมความเร็วให้สม่ำเสมอ

หลายคนมีความเชื่อแบบผิดๆ ว่าเมื่อลงเขาหรือทางลาดชันแล้วให้เข้าเกียร์ N ไว้เพื่อที่จะช่วยประหยัดน้ำมัน และปล่อยให้แรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้รถไหลลงไปเอง แล้วค่อยแตะเบรกเอา เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมาก ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้รถไหลลงเร็วเกินกว่าเราจะควบคุมความเร็วเอาไว้เองได้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายหลุดโค้งหรือ ไถลออกนอกเส้นทางและยังทำให้อายุการใช้งานของเกียร์สั้นลงอีกด้วย เพราะฉะนั้นควรใช้เกียร์ต่ำอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เพื่อควบคุมความเร็วด้วยตัวเองและถนอมการใช้งานของเกียร์อีกด้วย

4. ใช้ความเร็วให้เหมาะสม

  • ความเร็วในการขับรถขึ้นเขา
    ด้วยความที่การขับรถขึ้นดอย หรือขับรถขึ้นเขาเป็นเส้นทางที่ชันมาก ทำให้ต้องรักษาความเร็วอยู่ที่ 50-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะถ้าขับไวมากๆ จะทำให้ควบคุมรถยากและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถชน หรือขับรถตกเขาได้
  • ความเร็วในการขับรถลงเขา
    ก่อนอื่นต้องหมั่นเหยียบเบรกรถยนต์เป็นระยะ เพราะถ้าเหยียบค้างนานๆ จะทำให้เกิดเบรกไหม้ หรือเบรกแตกได้ค่ะ และความเร็วควรรักษาระดับให้คงที่ 30-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ความเร็วที่ไม่ให้ขับรถหลุดโค้ง
    ขับรถบนถนนทางหลวงเวลาเข้าโค้งก็ว่าอันตรายแล้ว แต่ขับรถขึ้นลงเขาและต้องเข้าโค้ง คงทวีคูณความน่ากลัวสำหรับมือใหม่มากๆ เพราะถ้าหลุดโค้งขึ้นมาจะทำให้ร่างกายและทรัพย์สินเสียหาย ดังนั้น ควรลดความเร็วให้อยู่ที่ 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

5. อย่าแซงตรงทางโค้งหรือเส้นทึบ

เป็นการระมัดระวังความปลอดภัยพื้นฐานเลยก็ว่าได้ กับเส้นทางที่เป็นทางโค้ง เป็นสิ่งที่รู้กันอยู่แล้วว่าไม่ควรแซงหรือใช้ความเร็ว ให้หมั่นสังเกตป้ายบอกทางต่างๆ จะมีป้ายคอยเตือนเสมอว่าด้านหน้ามีทางโค้ง หรือทางลาดชัน และพยายามใช้ความเร็วให้เหมาะสม ทางที่ดีไม่ควรแซงทั้งทางโค้งและทางตรงปกติบนภูเขาจะดีที่สุด เพราะลักษณะถนนจะมีความแคบหากเกิดเสียหลักได้

6. ส่งสัญญาณเมื่อเข้าโค้งหรือต้องการเลี้ยว

หากคุณกำลังขับรถอาจจะเป็นช่วงเวลาที่มืด ตามดอยตามเขามักมีไฟส่องสว่างไม่ค่อยเพียงพอ ทำให้วิสัยทัศน์ในการมองไม่ค่อยดีเท่าไร หากต้องเลี้ยวหรือกำลังจะเข้าโค้งที่เป็นจุดอับสายตา ให้พยายามส่งสัญญาณไฟ หรือบีบแตร เพื่อที่จะคอยสอดส่อง หรือส่งสัญญาณให้กับรถคันอื่นๆ ให้รู้กันว่ากำลังมีรถจะขับสวน หรือกำลังจะเลี้ยว

การศึกษาเทคนิควิธีขับรถขึ้น-ลงดอยด้วยเกียร์อัตโนมัติ หรือเกียร์ธรรมดา หัวใจสำคัญคือการควบคุมความเร็วรถ กับเกียร์นั้นให้ทำงานสัมพันธ์กัน เพื่อให้รถสามารถวิ่งต่อไปได้เรื่อยๆ ส่งผลให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย ไม่เจออุบัติเหตุรถชน ท่องเที่ยวด้วยความสบายใจ 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...