โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รับมืออย่างไร? ถ้าน้ำในหูไม่เท่ากัน

Health Addict

อัพเดต 20 ธ.ค. 2564 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2564 เวลา 07.07 น. • Health Addict
มึนงง บ้านหมุน รู้สึกคลื่นไส้อาเจียน หรือนี่จะเป็นอาการของน้ำในหูไม่เท่ากันหรือเปล่า แล้วเกิดขึ้นได้ยังไง ลองมาฟังพญ.นภารัตน์ จิระวัฒนผลิน ผู้เชี่ยวชาญสาขาโสตศอนาสิกแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท 3 กันหน่อยดีกว่า

เวียนหัวเก่ง แถมคลื่นไส้อีก นี่ถ้าเป็นผู้หญิง คงเตรียมแสดงความยินดีที่กำลังจะได้เป็นคุณแม่แล้ว ติดที่ว่าไม่ใช่ผู้หญิง แถมยังไม่มีใครอีกนี่สิ เพราะแบบนี้เรื่องตั้งท้องคงต้องปัดตกไป เหลือที่ดูเข้าข่ายก็น่าจะเป็น “น้ำในหูไม่เท่ากัน” ซึ่งโรคนี้เราอาจเคยชะล่าใจ คิดว่ามีแต่คนสูงอายุที่เป็นกัน เราเลยต้องให้ พญ.นภารัตน์ จิระวัฒนผลิน โสตศอนาสิกแพทย์ และศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ศูนย์หู คอ จมูก โรงพยาบาลพญาไท 3 มาคลายความสงสัยว่า

" น้ำในหูจะเกิดขึ้นกับคนหนุ่มสาวได้หรือไม่?
และจะเกี่ยวอะไรกับการที่น้ำเข้าหูหรือเปล่านะ? "

น้ำในหูไม่เท่ากัน VS บ้านหมุน
โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ด้วยชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นโรคที่เกิดความผิดปกติในหู ซึ่งหูของคนเราจะแบ่งออกเป็นสามชั้นด้วยกัน คือหูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน โดยภาวะน้ำในหูไม่เท่ากันเป็นการเกิดความผิดปกติบริเวณหูชั้นใน ที่มีหน้าที่ควบคุมการได้ยินและการทรงตัว เมื่อน้ำในหูไม่เท่ากัน จะมีของเหลวอยู่ในหูชั้นในมากกว่าปกติ เป็นที่มาของแรงดันที่เพิ่มขึ้นและไปขวางการทำงานของระบบประสาท ทำให้มีอาการหูอื้อ มีเสียงในหู เวียนศีรษะ หรือบ้านหมุนได้ “บ้านหมุนเป็นอาการส่วนหนึ่งของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน และความจริงแล้วบ้านหมุนก็สามารถเกิดจากความผิดปกติอย่างอื่นได้ด้วย อย่างคนที่เป็นโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน ก็มีอาการบ้านหมุนได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องอาศัยการวินิจฉัยให้ลึกลงไปอีกว่า จริง ๆ แล้วอาการบ้านหมุนที่มีเกิดจากอะไร” ส่วนอาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน คุณหมอบอกว่ามักจะมีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน มีเสียงในหู ซึ่งส่วนใหญ่จะมีเสียงดังข้างเดียว ส่วนในเคสที่มีเสียงในหูทั้งสองข้างพบได้บ้าง แต่ถือว่าเป็นส่วนน้อย

เพราะอะไรที่ทำให้น้ำในหู…ไม่เท่ากัน
ถ้าเป็นสาเหตุที่มาจากอาหารการกิน คุณหมออธิบายว่าอาจจะเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด มีโซเดียมสูง อย่างขนมอบหรือเบเกอรี่ต่างๆ ซึ่งก็เป็นสาเหตุได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากว่ามีโซเดียมแฝงอยู่ รวมถึงการดื่มเครื่องดื่มที่คาเฟอีนที่มากเกินไป นอกจากนี้ก็จะเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์การทำงานคนในยุคนี้ ที่ทำงานหนัก ไม่มีเวลาพักผ่อน มีความเครียด นอนไม่หลับ หรือตื่นนอนกลางดึก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ และนั่นทำให้ในปัจจุบันโรคนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่วัยรุ่น วัยทำงาน หรือคนหนุ่มสาวก็ป่วยเป็นโรคนี้กันมากขึ้น ด้วยการทำงานที่หนักและเกิดความเครียดได้ง่าย โดยจะสังเกตได้ว่ากลุ่มคนทำงานที่เป็นโรคนี้มีจำนวนไม่น้อยเลยที่มาพร้อมอาการออฟฟิศซินโดรม เพราะระบบต่างๆ ภายในร่างกายนั้นมีการเชื่อมโยงถึงกันหมด 
ซึ่งอาการที่กล่าวมา เมื่อมีอาการเวียนศรีษะหรือบ้านหมุน ในตอนที่กำลังอยู่บนบันไดหรือที่สูง รวมถึงตอนที่เรากำลังขับรถอยู่ จะเป็นอันตรายมากที่จะเกิดอุบัติเหตุ เพราะอาการเหล่านี้เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน

การรักษา…หากว่าน้ำในหูไม่เท่ากัน
คุณหมอบอกว่าการจะรักษาโรคนี้ก่อนอื่นเลยคงต้องเริ่มจากการดูแลตัวเอง ซึ่งก็จะมีความสอดคล้องไปกับเรื่องของสาเหตุและความเสี่ยง คือเราจะต้องปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร ลดเค็ม ลดโซเดียม สำหรับเครื่องดื่มคาเฟอีนคุณหมอบอกว่าก็ยังคงดื่มได้ แต่ไม่ควรมากเกินไป นอกจากนี้การใช้ชีวิตก็ให้พยายามไม่เครียด ผ่อนคลายตัวเองอยู่เสมอ “ส่วนการรักษาของแพทย์ก็จะมีการให้ยาเพื่อควบคุมความดันในหู อาจมีการให้ยาขยายหลอดเลือด โดยในบางกรณีอาจต้องมีการผ่าตัด ซึ่งจะต้องพิจารณาไปตามระดับความรุนแรงของโรคในคนไข้แต่ละคน ยิ่งไปกว่านั้นคือการทำงานร่วมกันของสหสาขาวิชา เพราะโรคนี้ต้องอาศัยการทำงานของแพทย์ที่เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ อย่างอายุรแพทย์ ศัลยแพทย์ หรือแม้กระทั่งการนอนไม่หลับ ก็อาจจะเชื่อมโยงไปถึงภาวะซึมเศร้าที่ต้องได้รับการรักษาจากจิตแพทย์” และถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หรือทำได้แค่รับการรักษาและรับประทานยาเพื่อคุมโรคไม่ให้กระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่เมื่อบวกกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร การทำงาน และการใช้ชีวิต คุณหมอบอกว่าก็จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...