โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ณัฐพงษ์ ผู้สมัครส.ส.ก้าวไกล เปิดกลยุทธ์โค้งสุดท้าย ปลุกคนใช้สิทธิ เชื่อกระแสชนะกระสุน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 พ.ค. 2566 เวลา 14.42 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2566 เวลา 12.00 น.

ณัฐพงษ์ ผู้สมัครส.ส.ก้าวไกล เปิดกลยุทธ์โค้งสุดท้าย ปลุกคนใช้สิทธิ เชื่อมีโอกาส กระแสชนะกระสุน

ประเดิมลงสนามเลือกตั้ง ครั้งแรก ชิงเก้าอี้ ส.ส.สมุทรสาคร เขต 1

อาจเป็นหน้าใหม่ในสนามเลือกตั้ง แต่ “ฟลิ้น” ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์การเมืองเบื้องหลังอย่างเข้มข้น

ณัฐพงษ์ เกิดที่สมุทรสาคร และรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี แม้จะออกไปศึกษานอกพื้นที่ แต่ก็เดินทางไป-กลับ เห็นวิถีชีวิต และปัญหาของที่นี่ไม่น้อย

จบการศึกษามัธยมศึกษา จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และปริญญาตรี รัฐศาสตร์บัณฑิต การเมืองการปกครอง ธรรมศาสตร์ บัณฑิตหมาดๆ ในขณะนั้น เริ่มทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง โดยใช้เวลาช่วงเย็นในการทำงานให้กับพรรคอนาคตใหม่ ด้วยมองว่า “อนาคตใหม่” เป็นพรรคการเมืองที่อยากเห็นในประเทศไทยมานานแล้ว

หลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” จึงทาบทามให้มาร่วมเป็นทีมทำงานกับ “คณะก้าวหน้า” ที่ทำให้ได้เห็นการเมืองในมิติทั้งหลักการ และโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น

รับหน้าที่เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 และผู้จัดการรณรงค์การเมือง คณะก้าวหน้า แคมเปญ “ขอคนละชื่อปลดล็อกท้องถิ่น” ก่อนได้ร่วมเป็นทีมสื่อสาร พรรคก้าวไกล และเป็นทีมผู้ช่วยของหัวหน้าพรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

แม้รัฐสภาจะโหวตคว่ำ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปลดล็อกท้องถิ่น ที่มีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 76,591 ชื่อ แต่การทำงานกับคณะก้าวหน้า ในแคมเปญ ปลดล็อกท้องถิ่น นี่เอง ที่ทำให้มองเห็นปัญหาต่างๆ ที่อยากหยิบยกมาแก้ไขปัญหาในพื้นที่

“การได้ลงพื้นที่ ได้สื่อสารแคมเปญการเมือง เจอผู้คนทั้งนักวิชาการ และสื่อมวลชน เพื่อขอการสนับสนุน การขอรายชื่อนั้น ทำให้ได้เรียนรู้ ปฏิสัมพันธ์ กับเรื่องแคมเปญ กระจายอำนาจต่างๆ”

“เมื่อลงลึกถึงแคมเปญ ก็ทำให้รู้ว่า ปัญหาใหญ่มากๆ คือ เรื่องการกระจายอำนาจ พอท้องถิ่นไม่ได้มีอำนาจ หรือทรัพยากร ก็แก้ไขบางปัญหาไม่ได้ เพราะอำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง หากประเทศกระจายอำนาจได้ ปัญหาทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขมากขึ้น” ณัฐพงษ์ระบุ

ทั้งหยิบยกปัญหา “น้ำประปา” มาเป็นตัวอย่าง โดยว่า ในพื้นที่สมุทรสาคร อย่าง ต.พันท้ายนรสิงห์นั้น อยู่ติดกับ กทม.มาก บ้านจัดสรรเยอะ แต่มีปัญหาน้ำไม่ไหล และแก้ไขได้ยาก เพราะประปาไม่ได้อยู่กับท้องถิ่น แต่อยู่กับการประปาส่วนภูมิภาค หากประปาอยู่กับ อบจ. ประชาชนร้องเรียนมาก็แก้ไขได้ง่าย แต่ทุกวันนี้ไม่ได้ ประชาชนต้องไปซื้อปั๊มน้ำมา พอน้ำไม่ไหล ปั๊มก็ไหม้ เป็นต้นทุนที่ประชาชนต้องเสียให้กับเรื่องพวกนี้อีก

การกระจายอำนาจ” จึงเป็นเรื่องใหญ่ ที่ผู้สมัครหน้าใหม่คนนี้ หยิบยกมาเป็นนโยบายหนึ่งในการทำงาน

เช่นเดียวกับปัญหา “ประมง” ของพี่น้องสมุทรสาคร ณัฐพงษ์กล่าวว่า ด้วยผลกระทบจาก พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2558 ที่มีข้อจำกัดในการออกหาปลายาก เสี่ยงถูกปรับเป็นแสนเป็นล้าน ส่งผลกระทบเป็นโดมิโน ทั้งแพปลา โรงน้ำแข็ง ส่งผลกระทบไป แม้กระทั่งวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ใกล้พื้นที่ทำประมง ที่รายได้หดหาย

“พี่น้องสมุทรสาครไม่ได้รับความเป็นธรรมมา 8 ปีแล้ว” เขาว่า

นอกเหนือไปจากนั้น ฟลิ้น ยังนำเอานโยบายต่างๆ ของก้าวไกล ทั้งค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นทุกปี เริ่มต้นวันละ 450 บาท, ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ, ลดค่าไฟทันที 70 สตางค์ต่อหน่วย ไปร่วมรณรงค์ในพื้นที่ ซึ่งตัวเขาเอง บอกว่า หลังจากการได้ลงพื้นที่ ก็เห็นว่ากระแสดี ด้วยความเป็นปริมณฑล ที่ใกล้กับกรุงเทพมหานครมาก จึงมีผลต่อพรรคก้าวไกล พอกระแสของ พิธา และก้าวไกลขึ้น ก็มีผลต่อชาวสมุทรสาคร

ทั้งชาวบ้านยังเห็นว่า เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีพลัง ทำงานให้พื้นที่ได้

อย่างไรก็ตาม แม้โพลต่างๆ กำลังมา อาจด้วยนโยบายต่างๆ ที่ไปตรงใจกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอยู่ แต่ก็ต้องเปลี่ยนเอากระแสนี้ ไปคุยกับพี่น้องให้มากขึ้น เพื่อผลักให้เป็นผลคะแนน

“เพราะระบบเลือกตั้งแบบนี้ หากเป็นที่ 2 คะแนนทั้งหมดคือทิ้งน้ำ ก็ต้องพยายามมากขึ้น เพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ให้สำเร็จ” ณัฐพงษ์กล่าว

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ในเวลาอีกไม่กี่วัน ฟลิ้นบอกว่า พรรคก้าวไกลกระแสขึ้นสูงมาก โดยเฉพาะในเขตเมือง ทุกวันนี้เวลาไปไหน คนก็จะจำหน้าเราได้แล้ว และก็มาให้กำลังใจ มาพูดคุย เลยคิดว่าผู้สมัครจากพรรคก้าวไกลมีโอกาสค่อนข้างมาก อีกทั้งผมเป็นคนที่สมุทรสาคร เจอประชาชนก็ได้นำปัญหาไปพูดคุยและเสนอนโยบายทางแก้ ได้มีโอกาสปราศรัย และจะได้ไปออกดีเบต เลยคิดว่าก็เป็นการได้ขยายฐานและได้แสดงวิสัยทัศน์กับประชาชนกลุ่มที่ยังลังเลอยู่

ส่วนกลยุทธ์ในการหาเสียงจากนี้ ผู้สมัครคนรุ่นใหม่ระบุว่า จะใช้ทั้งออนไลน์ และออนกราวน์ ควบคู่กัน ยกตัวอย่างเช่น ให้ออนกราวน์ขยายไปสู่ออนไลน์ และทุกวันนี้พรรคก้าวไกลมีหัวคะแนนธรรมชาติ เวลาประชาชนเขามาเจอผู้สมัคร ก็มักมาถ่ายภาพและนำไปสื่อสารในช่องทางของเขา อันนี้ก็ทำให้เราได้ฐานคนรู้จักมากขึ้น เป็นการบอกต่อแบบปากต่อปาก ในหมู่คนใกล้ชิดหรือวงเพื่อน ครอบครัว รวมถึงจะพยายามเน้นย้ำและชวนคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากๆ หากคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ มีโอกาส ที่กระแสจะชนะกระสุน และก็ทำให้ประชาชนกาก้าวไกลทั้ง 2 ใบ

“รวมถึงแกนนำของพรรคก้าวไกลและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก็พยายามมาช่วยหาเสียงในเขตเลือกตั้งนี้ อันนี้ก็ยิ่งทำให้เราได้กระแส ได้พื้นที่สื่อ ได้ส่งความคิดอ่านไปสู่สาธารณชนในวงกว้างมากขึ้น” ณัฐพงษ์กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ณัฐพงษ์’ ผู้สมัครส.ส.สมุทรสาคร ก้าวไกล เชื่อคนอยากเปลี่ยน พากระแสพรรคแรง ดันคนหน้าใหม่เข้าสภา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...