“PHG” เปิดเทรดวันแรก 19.80 บาท ต่ำจอง 5.71%
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 บมจ.แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มบริการ หมวดธุรกิจการแพทย์ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า "PHG" โดย PHG เปิดเทรดวันแรกที่ราคา 19.80 บาท ลดลง 1.20 บาท (-5.71%) จากราคา IPO 21 บาท
โดย PHG มีทุนชำระแล้ว 300 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 246 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) 54 ล้านหุ้น โดยเสนอขายให้แก่บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 40.53 ล้านหุ้น ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ 8.1 ล้านหุ้น และกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย 5.37 ล้านหุ้น ในวันที่ 28 - 30 มิถุนายน 2566 ราคาหุ้นละ 21 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 1,134 ล้านบาท โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 6,300 ล้านบาท
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า บมจ.แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป (PHG) ยังมีทิศทางการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่องในอนาคตภายหลังจาก IPO จากการนำไปเงินระดมทุนไปขยายการให้บริการรองรับลูกค้าได้เพิ่มขึ้น และยังเห็นสถานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น โดยประเมินราคาที่เหมาะสมไว้ที่ 29 บาท/หุ้น
แนวโน้มกำไรของ PHG ประเมินว่ายังมีการเติบโตเฉลี่ย 21% ต่อปี จากการปลดล็อคอุปสงค์คงค้างของผู้ป่วยโรคไม่เร่งด่วน, สปส.ปรับอัตราเหมาจ่ายรายปีขึ้น 10.2% ตั้งแต่ 1 พ.ค. 66 และโควต้าเพิ่ม 12.8% ตั้งแต่ปลายปี 67 และการขยายความจุ OPD 24%, IPD 33%, ศูนย์ฟอกไต 114% และขยายธุรกิจใหม่เช่น ศูนย์รักษาโรคมะเร็งครบวงจร, ศูนย์เวชกรรมฟื้นฟู และศูนย์รักษาโรคทางนรีเวช
ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมเป็นบวก จากการเปลี่ยนแปลงในทางบวกของภูมิศาสตร์จังหวัดปทุมธานีและบริเวณใกล้เคียง โดยเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีประชากรหนาแน่นและเป็นแหล่งงานที่ขยายตัวต่อเนื่อง มีสาธารณูปโภคครบครัน การเดินทางสะดวก และไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ทางด้านประชากรศาสตร์เป็นบวกเช่นเดียวกัน คนไทยอายุยืนยาวขึ้น และเป็นสังคมสูงวัย ทำให้เป็นโรคซับซ้อนและโรคเรื้อรังมากขึ้น การขยายตัวของสังคมเมืองและผู้มีรายได้ปานกลางเพิ่มขึ้น ส่งผลความต้องการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 29 บาท/หุ้น
อนึ่ง PHG ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่ให้บริการทางการแพทย์ทั่วไปและเฉพาะทาง ภายใต้ชื่อ "โรงพยาบาลแพทย์รังสิต" กว่า 37 ปี ถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกในจังหวัดปทุมธานี และขยายการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้จัดตั้งโรงพยาบาลในเครือเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต และโรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 โดยมีจำนวนเตียงจดทะเบียนรวม 270 เตียง บุคลากรทางการแพทย์กว่า 1,000 คน เพื่อรองรับลูกค้าทั้งกลุ่มทั่วไป กลุ่มโครงการสวัสดิการภาครัฐ และลูกค้าต่างชาติ ในจังหวัดปทุมธานี กรุงเทพตอนเหนือ และจังหวัดใกล้เคียง
โดย PHG มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ 1) กลุ่มนามสกุลตระกูลช่าง ถือหุ้น 37.22% 2) กลุ่มนามสกุลแย้มสอาด ถือหุ้น 28.00% และ 3) นางสาวอภิรดี ดิศแพทย์ ถือหุ้น 2.25% ทั้งนี้บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรเงินสำรองตามกฎหมาย