โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เราคือศัตรูหรือพันธมิตรกัน? ว่าด้วย ‘เฟมินิสต์’ และ ‘เควียร์’ ผ่านจุดยืนและจุดต่าง

The Momentum

อัพเดต 09 มิ.ย. 2566 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2566 เวลา 10.24 น. • รุอร พรหมประสิทธิ์

หากพูดถึงการขับเคลื่อนในประเด็นว่าด้วยเพศภาวะทั้งหลาย อาจกล่าวได้ว่า ‘เฟมินิสต์’ (Feminist) และ ‘เควียร์’ (Queer) เป็นสองคำที่จะได้ยินกันอย่างคุ้นหูและเรียกกันอย่างติดปาก

แต่เราอาจคุ้นหูกับคำแรกมากกว่า อาจพบเจอในหลายครั้งหรือหลากหลายบริบท

ส่วนคำว่า ‘เควียร์’ เมื่อก่อนเป็นคำที่ใช่เรียกกันเฉพาะกลุ่ม แต่ในปัจจุบันมีการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นผ่านบทสนทนาที่เรามักจะคุ้นชินกัน โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงความหลากหลายทางเพศ

แม้ว่าทั้งสองคำจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันในเรื่องของความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ แต่ทั้งสองคำกลับมีทั้ง ‘จุดเหมือน’ และ ‘จุดต่าง’ กันมากพอสมควร แม้ในบริบทของประเทศไทยมักเข้าใจว่าสองสิ่งนี้ผูกพันกันอย่างแยกไม่ขาดและมีความสำคัญต่อกันและกันก็ตาม

The Momentum ชวนผู้อ่านสำรวจความเป็นมาระหว่าง ‘เฟมินิสต์’ และ ‘เควียร์’ ว่าทั้งสองสิ่งคืออะไรกันแน่? ทั้งจุดยืน สิ่งที่สอดรับ และหักล้างกันอย่างสุดขั้ว ไปจนถึงจุดหมายปลายทางว่าด้วยสังคมที่เท่าเทียม ว่าทั้งสองสิ่งนี้พอจะไปด้วยกันได้หรือไม่

หาก ‘เฟมินิสม์’ (Feminism) = สตรีนิยม แปลว่าเรานิยมให้หญิงเป็นใหญ่ ?

เมื่อแปลตรงตัว ‘เฟมินิสม์’ (Feminism) หมายถึงแนวคิดที่นิยมผู้หญิง และแปล ‘เฟมินิสต์’ (Feminist) ว่านักสตรีนิยมนั้น หากดูเผินๆ อาจชวนให้เข้าใจผิดว่าเรากำลังต่อต้านระบอบชายเป็นใหญ่ โดยการผลักดันให้ผู้หญิงขึ้นมาเป็นใหญ่แทนที่ผู้ชาย แต่ที่จริงแล้วเฟมินิสม์ไม่ได้หมายความแบบนั้น

หากถามว่า ‘เฟมินิสม์’ (Feminism) กับ ‘เฟมินิสต์’ (Feminist) ต่างกันอย่างไร พูดให้เข้าใจเบื้องต้นโดยง่ายว่าเฟมินิสม์ คืออุดมการณ์สตรีนิยมที่มีจุดยืนว่าด้วยการเรียกร้องความเสมอภาคทางเพศ และเฟมินิสต์ คือบุคคลผู้สมาทานแนวคิดนี้ และยึดถืออุดมการณ์ดังกล่าวในการขับเคลื่อนภาคปฏิบัติ (สำหรับในบทความนี้ผู้เขียนอาจใช้ ‘เฟมินิสม์’ และ ‘เฟมินิสต์’ สลับกันไปมาเพื่อให้เห็นภาพของสตรีนิยมในบริบทต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น ทั้งในแง่แนวคิดและขบวนการเคลื่อนไหว)

‘เฟมินิสต์’ เป็นกลุ่มที่สนับสนุนการยกระดับความเท่าเทียมและเสมอภาคทางเพศ (Gender Equality) ทั้งในมิติทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม อีกทั้งไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด มีอัตลักษณ์ทางเพศแบบใด เฟมินิสต์มองว่าเราทุกคนควรจะเสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีเพศสรีระแบบไหน แสดงออกทางเพศอย่างไร หรือมากไปถึงเพศวิถีของคุณจะมีรสนิยมแบบไหนก็ตาม เฟมินิสต์มีเป้าหมายคือทำอย่างไรก็ได้ให้คนที่หลากหลายอยู่ร่วมกันด้วยความเท่าเทียมมากที่สุด

ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่าเป้าหมายหลักของเฟมินิสต์คือ ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ ไม่ว่าจะมีเพศสรีระแบบไหน แสดงออกทางเพศอย่างไร หรือมากไปถึงเพศวิถีของคุณจะมีรสนิยมแบบไหนก็ตาม เฟมินิสต์มีเป้าหมายคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้คนที่หลากหลายสามารถอยู่ร่วมกันด้วยความเท่าเทียมมากที่สุด แม้ว่าจะไม่มีสูตรตายตัวว่าต้องทำอย่างไร เพราะบริบทแต่ละสังคมและวัฒนธรรมมีความแตกต่างกัน แต่หมุดหมายสำคัญของเฟมินิสต์คือ ความเท่าเทียมระหว่างเพศดังที่กล่าวไปเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อันเป็นหัวใจของขบวนการสตรีนิยม

การกล่าวว่า “แค่เป็นผู้หญิงก็เป็นเฟมินิสต์แล้ว” หรือกระทั่ง “เป็นผู้ชาย เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศจะเป็นเฟมินิสต์ไม่ได้” ประโยคเหล่านี้ถือเป็นมายาคติที่ผิดมหันต์ เพราะการจะเป็นหรือไม่เป็นเฟมินิสต์อยู่ที่แนวความคิดและการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ ไปจนถึงการต่อสู้กับปิตาธิปไตยดังที่กล่าวไป ไม่ใช่แค่ว่าเกิดมามีอวัยวะเพศหญิง หรือเรียกตัวเองว่าเป็นผู้หญิงก็เป็นเฟมินิสต์ได้เลย

อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า เฟมินิสต์เป็นทั้งแนวคิดที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ เป็นทั้งขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม มากไปถึงการผนวกรวมมาเป็นทฤษฎีในการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างสังคมชายเป็นใหญ่อีกด้วย

‘เควียร์’ (Queer) ความหลากหลาย ลื่นไหล และไร้ซึ่งสารัตถะ

‘เควียร์’ (Queer) เดิมทีในภาษาอังกฤษแปลว่า ‘ความประหลาด’ ซึ่งมักถูกนำมาเรียกเป็นคำเหยียดหยามและด่าทอกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน (Homosexual) เป็นการมองเหยียดอย่างรังเกียจว่าพวกเขาเป็นผู้ที่แปลกแยกไปจากบรรทัดฐานความรักความสัมพันธ์แบบปกติ ซึ่งความปกติคือบรรทัดฐานแบบรักต่างเพศ (Heteronormativity)

จากการถูกเย้ยหยันและเหยียดหยามในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1980s เป็นต้นมา กลุ่มผู้ที่ถูกเรียกว่า ‘เควียร์’ พยายามจะทวงคืนคำนี้ จากการถูกใช้ในความหมายแง่ลบ กลับกลายเป็นการนำสิ่งนี้มาเรียกขานอัตลักษณ์ว่า “เราเป็นเควียร์” อย่างภาคภูมิใจ การแย่งชิงช่องว่างของความหมายจึงเรียกว่าเป็นการเสริมพลังในกลุ่มพวกเขาอย่างยิ่ง จนกลายมาเป็น ‘เควียร์’ เฉกเช่นทุกวันนี้

สำหรับโลกตะวันตกเองพยายามใช้คำว่า ‘เควียร์’ ในการเป็นร่มใหญ่ (umbrella term) สำหรับการเรียกเพศวิถีที่หลากหลาย ดังจะเห็นได้จาก ‘LGBTQIAN+’ ความน่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ ตัว ‘Q’ ในอัตลักษณ์แห่งความหลากหลายทางเพศแปลได้ถึงสองความหมาย ความหมายแรกหมายถึง ‘Queer’ ดังที่กล่าวไปข้างต้น และความหมายที่สองคือ ‘Questioning’ อันหมายถึงตัวตน อัตลักษณ์ และเพศวิถีที่หลากหลาย สามารถลื่นไหลและเปลี่ยนแปลงได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่กับที่เสมอไป

สิ่งที่เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนและต่อสู้ของเควียร์คือ ‘บรรทัดฐานรักต่างเพศ’ (Heteronormativity) ที่ถูกสร้างขึ้นและทำงานภายใต้ ‘อุดมการณ์รักต่างเพศ’ (Heterosexism) ที่มักถูกใช้เป็นบรรทัดฐานราวกับไม้บรรทัดวัดสังคมว่าต้องเป็นความรักในรูปแบบของคู่รักต่างเพศ และต้องเป็นความสัมพันธ์แบบมีคู่ครองแค่คนเดียว (Monogamy) เพียงเท่านั้น จึงจะถือว่าเป็นความรัก ความสัมพันธ์ในรูปแบบของสิ่งที่ควรเป็น (และต้องเป็น) เช่นนี้เพียงเท่านั้น จึงจะเป็นเรื่องที่ยอมรับได้และให้ความสำคัญ

อาจกล่าวได้ว่าการสร้างความชอบธรรมในการธำรงความสัมพันธ์เชิงอำนาจทางเพศในรูปแบบนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการธำรงไว้ซึ่งปิตาธิปไตยเช่นเดียวกัน ซึ่งเควียร์พยายามต่อต้านและตั้งคำถามกับความปกติเหล่านี้มาเสมอ

อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า ‘เควียร์’ นอกจากเป็นอัตลักษณ์ทางเพศแล้ว ยังเป็นขบวนการเคลื่อนไหวรูปแบบหนึ่งในสังคม ไปจนถึงเป็นพื้นฐานแนวคิดว่าด้วย ‘การตั้งคำถามกับความปกติ’ (Queering) ต่างๆ ในสังคม ไม่เพียงแต่เรื่องเพศเท่านั้น การศึกษาด้วยการมีแนวคิดแบบเควียร์เป็นพื้นฐาน ยังคงนำพาให้เราคอยตั้งคำถามกับความปกติต่างๆ ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นความปกติ เป็นสิ่งปกติจริงๆ หรือเป็นเพียงวาทกรรมชุดหนึ่งที่มีอยู่ และต้องการการธำรงรักษาไว้ซึ่งการครอบอำนาจในรูปแบบหนึ่งแต่เพียงเท่านั้น

จุดต่างของ ‘เควียร์’ และ ‘เฟมินิสต์’

กล่าวได้ว่าจุดต่างของ ‘เฟมินิสต์’ และ ‘เควียร์’ มีอยู่มากพอสมควรทั้งในแง่ของบริบทการเกิด ประวัติศาสตร์การต่อสู้ และจุดยืน

จุดเริ่มต้นของเฟมินิสต์ คือการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้หญิง อาจเรียกได้ว่าสิ่งที่เป็นหัวใจหลักของการพูดถึงเฟมินิสต์คือ ‘อัตวิสัยแบบผู้หญิง’ (Women Subjectivity) ว่าด้วยประสบการณ์ ความคิด ค่านิยม ศัตรู ไปจนถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้หญิงที่มีร่วมกัน เฟมินิสต์ค่อนข้างให้ความสำคัญกับสิ่งนี้เป็นอย่างมาก ประการถัดมาคือ เฟมินิสต์หลายกลุ่มค่อนข้างยึดโยงกับสารัตถะทางเพศจนอาจเรียกได้ว่าเป็นพวกสารัตถนิยม เช่น Liberal Feminist, Marxist Feminist, Radical Feminist, Socialist Feminist, Psychoanalytic Feminist ฯลฯ

แต่ส่วนของเควียร์จะไม่ให้เน้นไปที่อัตวิสัยของผู้หญิงดังที่กล่าวไปข้างต้นเลย เควียร์ค่อนข้างตั้งคำถามกับการมีอยู่ของเพศภาวะ (Gender) โดยไม่ยึดโยงกับเพศสรีระ (Biological Sex) ให้ความสำคัญที่การแสดงออก (Gender Expression) มากกว่า และยังมากไปถึงการตั้งคำถามเกี่ยวกับความลื่นไหลของร่างกาย อัตลักษณ์ และรสนิยมทางเพศ จึงอาจกล่าวได้ว่าความเป็นเควียร์ที่แตกต่างกับเฟมินิสต์มากๆ เรื่องหนึ่งคือการตั้งคำถามกับสารัตถะทางเพศ และเควียร์ค่อนข้างโจมตีกลุ่มเฟมินิสต์อย่างหนักหน่วงในหลายครั้ง

เมื่อ ‘เควียร์’ และ ‘เฟมินิสต์’ จับมือกันเป็นพันธมิตรเพื่อพิชิต ‘ปิตาธิปไตย’

แม้ว่าจุดยืนของทั้งสองสิ่งจะมีความต่างกันค่อนข้างมาก แต่ความน่าสนใจประการหนึ่งของความเข้ากันได้ ในการขับเคลื่อนของสองสิ่งนี้คือ ทั้ง ‘เควียร์’ และ ‘เฟมินิสต์’ มีจุดร่วมกัน 3 ประการสำคัญคือ

1. ในแง่ของการต่อสู้กับโครงสร้างสังคมที่เป็นปิตาธิปไตย (Patriarchy)
บรรทัดฐานแบบรักต่างเพศ (Heteronormativity) ที่พยายามบอกว่าบทบาททางเพศ (Gender Roles) ที่ผูกติดมากับเพศสรีระ (Biological Sex) เป็นสิ่งตายตัว เช่น ผู้ชายเท่ากับเหตุผลและผู้หญิงเท่ากับอารมณ์ หรือผู้ชายเป็นเพศที่เหนือกว่าผู้หญิง

2. การกระตุ้นให้คนในสังคมมองเห็นและตระหนักเรื่อง ‘เพศ’ ว่าไม่ใช่
เรื่องไกลตัว และควรมองทุกประเด็นโดยมีความเป็นเพศเข้าไปด้วย

3. ทั้งเฟมินิสต์และเควียร์เชื่อว่าสังคมสามารถเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ นี่คือจุดประสงค์หลักที่พวกเขาต้องการขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในสังคม

ดังจะเห็นได้ว่า ไม่ว่า ‘เควียร์’ และ ‘เฟมินิสต์’ จะห้ำหั่นกันดุเดือดเพียงใด แต่เมื่อต้องต่อสู้กับ ‘ปิตาธิปไตย’ ทั้งสองก็มีจุดยืนที่ต้องการต่อสู้เพื่อยืนหยัดกับสิ่งนี้เช่นเดียวกัน เพื่อให้เกิดสังคมที่ตระหนักเรื่องเพศและความเท่าเทียมขึ้นในสักวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...