โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ดูนิ’ กระดาษเช็ดปากสัญชาติสวีเดนทุ่ม 1 พันลบ. ดันไทยฐานผลิตเอเชีย ลุยตลาด HoReCa

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 พ.ค. 2566 เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2566 เวลา 05.53 น.

นายประวิทย์ เตชะวิจิตร์ กรรมการผู้จัดการ (CEO) บริษัท ดูนิ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตกระดาษเช็ดปากประเทศสวีเดน เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดโฮเรก้า (Hotels Restaurants & Catering : HoReCa ) ในประเทศไทยมีขนาดใหญ่ ด้วยจำนวนโรงแรม 24,400 แห่งทั่วประเทศ ในจำนวนนี้โรงแรมระดับสี่ดาวขึ้นไปมีประมาณ 3,660 แห่ง คิดเป็นสัดส่วน 15% ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังระบุมูลค่าตลาดจัดเลี้ยงในประเทศไทยสูง 850 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาจากศักยภาพของตลาด HoReCa ในไทยที่มีการบริโภคภายในประเทศสูงเหมาะกับการใช้เป็นฐานของธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคสะดวกในการส่งออก ซึ่งประเทศไทยมีสนธิสัญญา FTA Free Trade Agreement กับหลายประเทศทำให้มีข้อได้เปรียบในเรื่องภาษีของผู้ซื้อที่ต้องการนำเข้า อีกทั้งแรงงานในไทยมีคุณภาพสูงและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ยังไม่สูงนัก

บริษัทฯ จึงตัดสินใจลงทุนพัฒนาพื้นที่โรงงานเพิ่มในปี 2566 หลังจากมีการลงทุนขั้นต้นในปี 2559 มูลค่า 720 ล้านบาท และเตรียมขยายพื้นที่ และกำลังผลิตอีก 300 ล้านบาท

โดยแบ่งออกเป็น 2 เฟส เฟสแรก ดำเนินการในปี 2566 มูลค่าการลงทุน 190 ล้านบาท และ เฟสที่สอง ในปี 2567 อีก 110 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท

จากการขยายกำลังการผลิตดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ สามารถผลิตสินค้าที่มีความหลากหลาย สอดรับกับความต้องการของตลาดในอนาคต

รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตจากปัจจุบัน 4,000 ตันต่อปี และเพิ่มเป็น 6,000-8,000 ตันในปี 2567-2568 ตามลำดับ

ซึ่งการเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและจำหน่ายให้ทั้งในไทยและประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียในครั้งนี้เป็นไปตาม Business Model ที่ทำสำเร็จมาแล้วในยุโรป

นอกจากแผนการลงทุนและขยายกำลังการผลิตแล้ว อีกหนึ่งแผนงานที่ ดูนิ ไทยแลนด์ ให้ความสำคัญกับการตลาด การพัฒนาช่องทางจัดจำหน่าย และสร้างแบรนด์ ซึ่ง ดูนิ มีสินค้าสำหรับหลากหลายกลุ่มตลาด แบ่งได้เป็น 3 คอนเซ็ปต์หลัก ดังนี้

Go การใช้งานแบบสะดวกราคาไม่สูง เช่น napkins ที่ใช้ในร้านอาหารแบบทานสบาย ๆ สไตล์คาเฟ่
Joy เน้นความสวยงาม สนุกสนานสร้างอารมณ์และบรรยายกาศที่ดีของงานเลี้ยงในกลุ่มครอบครัวและเพื่อนฝูง
Wow เน้นความหรูหรา ให้ความรู้สึก Luxury เหมาะกับ Fine Dining และร้านที่ให้ความสำคัญกับบรรยากาศร้าน และดีไซน์

“โซลูชั่นสินค้าของบริษัทฯ จะมีส่วนสนับสนุนและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการได้ด้วย ทั้งลดต้นทุนหรือเพิ่มมูลค่าให้สินค้า รวมถึงมีส่วนเสริมภาพลักษณ์และสะท้อนตัวตนของร้าน เช่น กรณีของโรงแรมสี่ดาวขึ้นไป หรือ ร้านอาหารพรีเมี่ยม

ส่วนใหญ่จะใช้ผ้าลินินในการปูโต๊ะอาหาร เพื่อเสริมภาพลักษณ์ ซึ่ง Duni Letto จะมีราคาต่อชิ้นใกล้เคียงกับต้นทุนในการทำความสะอาดผ้าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยที่ลูกค้าสามารถลดต้นทุนในการดำเนินงาน ทั้งประหยัดเวลา และแรงงานในการจัดเก็บและพับได้”

สำหรับทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด HoReCa ในไทย และภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเป้าหมายในอนาคตนั้น ได้ให้ความสำคัญกับตลาด B2B (Business to Business) ในกลุ่มร้านอาหาร เป็นหลัก

ซึ่งปัจจุบัน ดูนิ ไทยแลนด์ มีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และกำลังอยู่ในระหว่างแต่งตั้งตัวแทนเจาะกลุ่มเฉพาะอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมกันนี้ในส่วนของกลุ่มสินค้าแพคเล็กจะมีการนำเข้าจำหน่ายในช่องทางโมเดิร์นเทรด เพื่อทำตลาดในส่วนของ B2C (Business to Consumer) ด้านช่องทางจัดจำหน่ายในต่างประเทศจะใช้เครือข่ายของ ดูนิ เอบี ซึ่งเป็นบริษัทแม่ พร้อมกับแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในเมืองหลักทั่วภูมิภาคเอเชีย

นายประวิทย์ กล่าวว่า นอกจากแผนธุรกิจที่กำลังขยายทั้งในประเทศไทยและในอีกหลายประเทศนั้น ดูนิ กรุ๊ป (Duni Group) เป็นแบรนด์กระดาษเช็ดปากสัญญาติสวีเดนที่ตระหนักและดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง บนมาตรฐานการผลิตจากโรงงานทั้งสองแห่งที่ประเทศเยอรมัน และโปแลนด์ รวมถึงโรงงานที่ประเทศไทยที่เป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกยุโรป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...