หนุ่มลูก 3 ร้อง ใช้ที่ดินค้ำออกรถใหม่ เพื่อนรักยืมแล้วหาย ธนาคารเตรียมยึด
หนุ่มลูก 3 ร้อง ใช้ที่ดินค้ำออกรถใหม่ เพื่อนรักยืมแล้วหาย ธนาคารเตรียมยึด แจ้งความแต่เรื่องเงียบ
หนุ่มใหญ่วัย 48 ปี ร้องศูนย์ดำรงธรรม ถูกเพื่อนยืมรถยนต์ที่ซื้อมาใหม่แล้วหายเข้ากลีบเมฆ เผยก่อนออกรถใช้โฉนดที่ดิน 11 ไร่ค้ำ สุดท้ายเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดเชิดรถไปเฉย เข้าแจ้งความกว่าปีเรื่องเงียบ สุดท้ายถูกธนาคารฟ้องเตรียมยึด โอดแล้วลูกกับเมียจะไปอยู่ไหน
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายประเสริฐ อายุ 48 ปี เดินทางเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม อ.พรรณานิคม ว่าตนได้รับความเดือดร้อนจากเพื่อนรักที่ยืมรถยนต์ของตนไปใช้แล้วไม่คืน ทั้งคนทั้งรถหายเข้ากลีบเมฆ
โดยเพื่อนคนนี้คือ นายสยาม อายุ 45 ปี ซึ่งตนและเพื่อนมีอาชีพรับจ้าง ต่อมาเมื่อปี 2563 ตนได้ไปดาวน์รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีดำ แบบแค็บ ทะเบียนสกลนคร ที่เต็นท์รถสาขาบ้านโคกชุมพร โดยให้เพื่อนเป็นคนค้ำประกัน ตนได้ใช้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างราคาประเมิน 916,000 บาท ไปค้ำประกันอีกด้วย
ต่อมา นายสยามเพื่อนของตนได้มายืมรถเพื่อไปรับส่งคนงาน แต่ปรากฏว่าไม่ส่งรถคืนและไม่ส่งงวด ตนทวงถามหลายครั้งว่าจะส่งรถคืนบริษัท แต่ก็ไม่เป็นผล ธนาคารที่ส่งไฟแนนซ์งวดรถก็ติดตามรถคืนเช่นกัน สุดท้ายเพื่อนของตนก็ปิดโทรศัพท์และหายเข้ากลีบเมฆทั้งคนทั้งรถ
ไปถามที่บ้านก็บอกไม่รู้ไม่เห็น ตนจึงไปแจ้งความต่อ พงส.สภ.พรรณานิคม เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2564 ให้ดำเนินคดีต่อนายสยามให้ถึงที่สุด เพราะเป็นเพื่อนรักกัน ตนช่วยเหลือมาตลอดยังมาทำกันได้
ตอนนี้ถูกบังคับคดีที่ดินค้ำประกันได้ถูกยึดไปเตรียมขายทอดตลาด ตนและลูกเมียจะอยู่อย่างไร ลูก 3 คนยังเรียนอยู่ ตนจึงคิดอยากตาย จึงขอวิงวอนให้เพื่อนอยู่ที่ไหนก็กลับมาช่วยตนด้วย
ในขณะที่ ทนายสมเกียรติ โรจนวรกมล ได้มาประสบเหตุโดยบังเอิญ บอกว่าจะช่วยติดตามเร่งรัดตำรวจให้อีกทางหนึ่ง เพราะเป็นทางเดียวที่จะช่วยได้
อย่างไรก็ตาม น.ส.ภิรมย์ ก้อนแพง ปลัดอาวุโส อ.พรรณานิคม มารับเรื่องและรับปากจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้กำลังใจว่าอย่าไปคิดสั้น เพราะเรายังมีลูกเมียที่จะต้องดูแลต่อไป