โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขอแนะนำ! เทคนิค Doodling Method แค่ขีดๆ เขียนๆ ไปเรื่อยก็ช่วยเพิ่มสมาธิได้

Dek-D.com

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2566 เวลา 06.52 น. • DEK-D.com
เทคนิคเพิ่มสมาธิแบบง๊ายง่ายที่ใครๆ ก็ทำได้!

สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D.comไหนใครเป็นบ้าง? เวลาเรียนอยู่บางทีก็เผลอเหม่อลอย คิดอะไรเรื่อยเปื่อย แล้วก็มักจะวาดรูปอะไรก็ไม่รู้บนกระดาษรู้ตัวอีกทีก็มีรูปอะไรไม่รู้เต็มไปหมด ซึ่งการวาดแบบนี้เรียกว่า ‘Doodle Art (ดูเดิ้ลอาร์ท)’ ถึงจะดูเป็นการวาดที่ไม่มีจุดประสงค์อะไร แต่รู้หรือไม่ว่ามีข้อดีซ่อนไว้อยู่เพียบ

Doodle Art ศิลปะบำบัด

Doodle Artคือ การเขียนอย่างสะเปะสะปะ หรือการวาดเส้นขยุกขยิกตามอารมณ์ ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เป็นการวาดรูปไปเรื่อยๆ แบบไม่มีจุดประสงค์แน่ชัดว่าสุดท้ายแล้วรูปนั้นจะออกมามีหน้าตา หรือรูปร่างแบบไหนกันแน่นั่นเอง

งานวิจัยของ Robert Burns นักจิตวิทยาเผยว่า Doodle Art เป็นสารไร้ถ้อยคำประเภทหนึ่ง (Non-verbal messages) ที่ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิด และการรับรู้ที่อยู่ภายใต้จิตสำนึกของแต่ละคนออกมาเป็นรูปธรรมนอกจากนี้ เขายังพบว่า เวลาวาดรูปผู้ชายมักจะวาดรูปทรงเลขาคณิต เช่น สี่เหลี่ยมและวงกลม ในขณะที่ผู้หญิงมักจะวาดรูปใบหน้า และถึงแม้ว่าการทำ Doodle Art จะดูเป็นเพียงกิจกรรมฆ่าเวลา แต่ความจริงแล้วสิ่งนี้ถูกจัดว่าเป็นศิลปะบำบัดรูปแบบหนึ่ง ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเรามากๆ เลยค่ะ

จากศิลปะบำบัด สู่เทคนิค Doodling Method

Doodle Art ถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นเทคนิคสำหรับเหล่านักเรียน นักศึกษา หรือแม้กระทั่งวัยทำงานโดยเทคนิคนี้ถูกเรียกว่า‘Doodling Method’ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นกระแสอยู่บน TikTok ด้วยค่ะ มีผู้ที่ใช้เทคนิคนี้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ออกมาแชร์ว่าDoodling Method ช่วยเพิ่มสมาธิ และทำให้โฟกัสกับกิจกรรมที่ทำอยู่ ณ ขณะนั้นได้นานขึ้นส่วนใหญ่จะนิยมทำเทคนิคนี้ตอนอ่านหนังสือ ในคาบเรียน หรือระหว่างประชุมงานค่ะ

นอกจากนี้ ในหนังสือ The Doodle Revolution ของ Sunni Brownเขียนไว้ว่า บริษัทยักษ์ใหญ่หลายๆ แห่งก็นำเอา Doodling Method มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาพนักงานในองค์กรด้วย เช่น Dell, Zappos และ Disney โดยจะให้พนักงานวาด Doodle ตลอดการทำงาน

*** วิธีทำ Doodling Method ก็ง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยค่ะ ขอแค่มีปากกา ดินสอ กระดาษ ไอแพด หรืออุปกรณ์อะไรก็ได้ที่เราสามารถขีดเขียนลงไปได้ หลังจากนั้นก็วาดไปเรื่อยๆ อยากวาดอะไรก็ละเลงลงไปได้เลย เช่น จุด, สามเหลี่ยม, ก้อนเมฆ, เส้นตรง และเส้นม้วนไม่จำเป็นต้องวาดเป็นรูปร่างที่สวยงาม เน้นวาดไปตามอารณ์และความรู้สึกของเราก็พอ***

ประโยชน์ที่ได้จากการทำ Doodling Method

น้องๆ เชื่อมั้ยคะว่า การขีดเขียนอย่างสะเปะสะปะ ไร้จุดหมาย ได้รับข้อพิสูจน์จากงานวิจัยมาแล้วว่า เป็นเทคนิคที่มีประโยชน์หลากหลายด้านเลยค่ะ จะมีอะไรบ้างมาดูกัน

พัฒนาความจำ ทำให้มีสมาธิมากขึ้น

ในวารสาร Applied Cognitive Psychology ปี 2009 ของ Jackie Andradeเผยว่า คนที่วาดดูเดิ้ลสามารถจดจำข้อมูลในการประชุมหรือการเรียนได้ดีกว่าคนที่ไม่วาดเขาได้ทำการทดลอง แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 20 คน และให้คนทั้งสองกลุ่มฟังข้อความเสียง ความยาว 2.30 นาทีโดยที่ให้กลุ่มหนึ่งวาดรูปวงกลมและสี่เหลี่ยมไปเรื่อยๆ ขณะที่ฟังข้ความเสียง ส่วนอีกกลุ่มให้ฟังแค่อย่างเดียว ผลปรากฏว่า กลุ่มที่วาดดูเดิ้ลระหว่างฟังข้อความ สามารถจดจำข้อมูลกว่ากลุ่มที่ไม่ได้วาด

นอกจากจะช่วยพัฒนาด้านความจำแล้ว การวาดดูเดิ้ลพร้อมกับทำกิจกรรมอื่นไปด้วย เป็นการฝึกให้สมองของเราใช้ความสามารถในการรับรู้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เราสามารถโฟกัสและมีสมาธิกับสิ่งที่ทำมากขึ้นตามไปด้วยเช่น ถ้าน้องๆ อ่านหนังสือควบคู่กับวาดเส้นขยุกขยิกวนๆ ไป เราก็จะสามารถจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือได้นานขึ้นนั่นเอง

ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และหายเครียด

งานวิจัยของ Girija Kaimal, Kendra Ray และ Juan Muniz เมื่อปี 2016 ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะบำบัด โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษา เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย และอาจารย์ อายุระหว่าง 18-59 ปี จำนวน 39 คน ผลวิจัยพบว่า หลังจากที่ให้กลุ่มตัวอย่างทำงานศิลปะไม่ว่าจะเป็น ศิลปะที่แสดงรูปลักษณ์ของวัตถุต่าง ๆ ที่พบเห็นในธรรมชาติ (Representation Art) หรือศิลปะแบบ Doodle Art กลุ่มตัวอย่างกว่า 75% มีระดับคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดในน้ำลายลดลง

ช่วยในเรื่องการควบคุมอารมณ์

ปัจจุบันหลายๆ คนชอบใช้เวลาอยู่คนเดียวมากขึ้น และมักจะใช้เวลาเหล่านี้ไปกับทำกิจกรรมที่ไม่ค่อยดีต่อสุขภาพเช่น ดูหนังหรือซีรีส์โต้รุ่ง เล่นโทรศัพท์มือถือไถติ๊กต่อก เข้าออกทวิตเตอร์ทั้งวัน หรือพยายามตามเทรนด์ต่างๆ อยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดก็กลายเป็นพฤติกรรมเสพติดที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราได้เพราะบางทีเราอาจได้รับข้อมูลที่มากเกินไป จนส่งผลให้บางครั้งเราอาจจะรับรู้และอินจนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้

จากงานวิจัยของ Drexel University ปี 2017ที่มีการทดสอบผลการบริหารสมอง (Brain Activation) ด้วยการใช้รังสีอินฟราเรดระหว่างที่กลุ่มตัวอย่างกำลังทำกิจกรรมแสดงออกอย่างสร้างสรรค์3 แบบ ได้แก่ การระบายสี การวาดดูเดิ้ล การวาดภาพด้วยมือเปล่าผลวิจัยพบว่า กิจกรรมศิลปะทั้ง 3 รูปแบบ ส่งผลดีต่อสมอง แต่การวาดดูเดิ้ลสามารถกระตุ้นการทำงานของสมองได้ดีที่สุดและช่วยปรับอารมณ์ให้เป็นปกติได้ด้วย นอกจากนี้ กระบวนการสร้างงานศิลปะสามารถเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังเปลือกสมองส่วนหน้า (prefrontal cortex) ซึ่งช่วยให้เห็นกระตุ้นความรู้สึกเชิงบวกได้

จุดประกายความคิดสร้างสรรค์

แน่นอนว่า Doodling Method ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ขัดเกลาความคิด และจุดประกายไอเดียต่างๆ ของเราได้มีนักเขียนหลายคน เช่น Alexander Pushkin และ JK Rowling ก็ใช้วิธีนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานด้วยเหมือนกัน นอกจากนี้ Sunni Brown ผู้เขียนหนังสือ The Doodle Revolution กล่าวว่า การวาดดูเดิ้ลสามารถสามารถช่วยให้เราประมวลผลข้อมูลผ่านการกระตุ้นส่วนต่างๆ ของสมอง ในท้ายที่สุดก็จะช่วยให้เราสามารถพัฒนาความคิดใหม่ๆ ได้

เมื่อไหร่ที่ควรทำ Doodling Method

ถ้าให้แนะนำเลยก็คงจะเป็นช่วงเวลาที่น้องๆ จำเป็นต้องใช้สมาธิจดจ่อเป็นเวลานานเลยค่ะ เช่นในคาบเรียน อ่านหนังสือ หรือตอนประชุมงานเพราะการวาดดูเดิ้ลระหว่างที่กำลังเรียนหรืออ่านหนังสือไปด้วยนั้น จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจเนื้อหาของบทเรียนต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งเทคนิคนี้เหมาะกับวิชาที่ต้องใช้ความจำเยอะน้องๆ คนไหนที่ต้องอ่านหนังสือสอบบ่อยๆ ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูได้ค่ะ นอกจากนี้ เวลาที่รู้สึกเครียดหรือฟุ้งซ่าน แต่ไม่รู้จะไประบายกับใครก็สามารถใช้วิธีนี้ช่วยขจัดความรู้สึกเหล่านั้นได้เช่นกันลองปลดปล่อยความรู้สึกผ่านการขีดเขียนให้ศิลปะช่วยบำบัดให้จิตใจของเราสงบขึ้น

เห็นมั้ยคะว่า การวาดรูป ขีดๆ เขียนๆ ไปเรื่อยเปื่อย ที่บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ความจริงแล้วมีประโยชน์มากมายกว่าที่คิด ทั้งด้านร่างกายและสุขภาพจิต เอาเป็นว่า น้องๆ คนที่กำลังมองหาตัวช่วยจำในช่วงอ่านหนังสือก็สามารถเอาเทคนิคนี้ไปใช้กันได้นะคะ ได้ผลยังไงก็อย่าลืมมาคอมเมนต์บอกพี่แป้งกันด้วยนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...