‘It’s time for Taiwan!’ ถึงเวลาของหมี Oh Bear แล้ว!!
The Bangkok Insight
อัพเดต 09 ธ.ค. 2567 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2567 เวลา 07.59 น. • The Bangkok Insightถ้าจะให้พูดถึงประเทศที่พวกเราชาวไทยนิยมไปเที่ยวพักผ่อน ไต้หวันก็น่าจะติดอันดับ Top5 อย่างไม่ต้องสงสัย
จากดินแดนที่คนไม่ค่อยรู้จัก กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับต้น ๆ กันไปแล้ว อาจจะเพราะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ผสมผสานทั้งความละมุนละไม ธรรมชาติที่สมบูรณ์ และความทันสมัยของบ้านเมือง
โดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่ไต้หวันมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลังผ่านพ้นเหตุระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลได้จัดโครงการ "Taiwan Lucky Land" ขึ้น จนถึงเดือนมิถุนายนปีหน้า
เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางแบบอิสระมาเที่ยว และลุ้นรับรางวัลในลักษณะของบัตรแทนเงินสด หรือ Accommodation Voucher คนละ 5,000 ดอลลาร์ไต้หวัน เพื่อใช้เข้าพักในโรงแรมก็ได้
ดังนั้น เมื่อนักท่องเที่ยวทุกคนก้าวพ้นสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่สนามบินนานาชาติเถาหยวนแล้ว สิ่งแรกที่จะต้องทำเลย คือ การชิงโชค Lucky Draw นั่นเอง
แต่เอ๊ะ! จะมีใครเหมือนกับผู้เขียนที่เป็นอาจารย์วิทยาลัยดุสิตธานีบ้างไหมนะ ที่จำเป็นต้องช่างสังเกตเพื่อเก็บสิ่งรอบตัวมาสอนนักศึกษา ว่า ทำไม ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นการโฆษณาเชิญชวนให้ท่องเที่ยวของไต้หวัน ล้วนแต่มีมาสคอตรูป "เจ้าหมีสีดำ" ทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นทางเดินในสนามบิน ป้ายประกาศร่วมลุ้นรางวัล หรือป้ายประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ นานา เจ้าหมีตัวนี้คือสัตว์ประจำถิ่นของไต้หวันหรืออย่างไรกัน
เจ้าหมีดำหน้าตาจิ้มลิ้มตัวนี้ ชื่อว่า "Oh Bear" หมี Oh Bear มีที่มามาจาก หมีดำฟอร์โมซา ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์การท่องเที่ยวของไต้หวัน และได้รับการแต่งตั้งเป็นสัตว์สัญลักษณ์การแต่งงานเพศเดียวกันในไต้หวันเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562
การที่ไต้หวันนำเอาสัตว์ตัวนี้มาเป็นมาสคอต เพราะหมีดำฟอร์โมซาเป็นสัตว์อนุรักษ์ของไต้หวัน โดยรศ.หวาง เม่ย-ซิ่ว ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์อนุรักษ์ บอกว่าจำนวนหมีดำเกือบสูญพันธุ์แล้ว เพราะถูกล่าอย่างผิดกฎหมาย
ปัจจุบันอาจมีหมีดำในไต้หวัน เพียงแค่ 200-600 ตัว ซึ่งมีจำนวนลดลงจากในอดีตอย่างเห็นได้ชัด สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ICUN) จัดอันดับหมีดำฟอร์โมซาให้อยู่ในกลุ่ม "สิ่งมีชีวิตที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้สูญพันธุ์"
ประวัติคร่าว ๆ ของหมี Oh Bear เริ่มขึ้นจากการที่กระทรวงคมนาคมและการสื่อสารของไต้หวัน ได้สร้างมาสคอตตัวนี้มาเพื่อเป็นตัวแทนของการท่องเที่ยว โดยเริ่มเผยแพร่จากการเป็นสติ๊กเกอร์ไลน์ก่อนในวันที่ 3 ธันวาคม 2556
ต่อมาในปี 2561 สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ร่วมมือกับรัฐบาลไถตง จัดกิจกรรมบอลลูนในไต้หวันโดยทำ "บอลลูน Oh Bear" ขึ้น และประสบความสำเร็จอย่างมาก จนทำให้ทางสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน มีแผนที่จะปล่อยบอลลูนให้ลอยไปทั่วโลกเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของไต้หวัน
ประเทศไทยเราก็มีโอกาสต้อนรับบอลลูน Oh Bear ด้วยเช่นกัน เพราะในวันที่ 9 -12 พฤษภาคม 2562 ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีการจัด "เทศกาลสีสันบอลลูนนานาชาติ" ขึ้น ทางผู้จัดเทศกาลได้เชิญให้บอลลูน Oh Bear ของไต้หวันมาร่วมแสดงในเทศกาลนี้เป็นการพิเศษ ด้วยรูปร่างอันน่ารักของบอลลูน ทำให้ผู้มาเยี่ยมชมงานเทศกาลต่างชื่นชอบ และแย่งกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึกมากมาย
ล่าสุดในปี 2567 มีการจัดเทศกาลโคมไฟในเมืองไถหนาน หมี Oh Bear ก็ปรากฏตัวขึ้นอีก ในรูปแบบของ ถุงเครื่องรางท่องเที่ยวไถหนาน โดยลวดลายของถุงนั้นจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในไถหนาน ภายในถุงจะใส่เกลือ จากนาเกลือกระเบื้องจิ่งไจ๋เจี่ยว (Jingzaijiao Tile-paved Salt Fields) ซึ่งมีความเชื่อว่าสามารถไล่วิญญาณชั่วร้ายได้
นอกจากทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ หมี Oh Bear ยังมาในรูปของผลิตภัณฑ์ของฝากต่าง ๆ เช่น ขนมเปี๊ยะ กาแฟ ช็อกโกแลต และขนมนูกัต (ตังเมไต้หวัน) ที่ใครเห็นก็อดใจไม่ได้ ที่จะซื้อหาหอบหิ้วกลับมาฝากเพื่อนฝูง
นับได้ว่า มาสคอตมีความสำคัญในการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างให้เกิดการจดจำ และสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก มาสคอตจึงมักถูกออกแบบในคาแรคเตอร์ของสิ่งที่สามารถรับรู้ร่วมกันได้ง่าย เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ และเกิดความประทับใจ
ด้วยเหตุนี้หมี Oh Bear ที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์อันชัดเจน ยิ่งเมื่อประกอบกับการมีภูมิหลัง ก็ยิ่งช่วยทำให้ผู้บริโภครู้สึกผูกพันมากขึ้น จัดว่าเป็นกลวิธีที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการสร้างแรงดึงดูดใจที่มีผลในระยะยาว ทั้งยังเป็นการสร้างความทรงจำและภาพลักษณ์ให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
ติดตามเราได้ที่