โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กลุ่มกบฏบุกดามัสกัส โค่นรัฐบาลซีเรีย 'อัสซาด' หนีออกนอกประเทศแล้ว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 ธ.ค. 2567 เวลา 14.07 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2567 เวลา 04.42 น.
ประชาชนชาวซีเรียในกรุงดามัสกัสได้ออกมาแสดงความดีใจ หลังจากที่กลุ่มกบฏได้ประกาศว่าประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ถือเป็นการสิ้นสุดการปกครองของครอบครัวอัล-อัสซาด (เอเอฟพี)

กลุ่มกบฏบุกดามัสกัส โค่นรัฐบาลซีเรีย ‘อัสซาด’ หนีออกนอกประเทศแล้ว

สำนักข่าวเอเอฟพี บีบีซี และรอยเตอร์รายงานว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงในประเทศซีเรียตอนนี้ ล่าสุด กลุ่มกบฏอายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม (เอชทีเอส) อ้างว่าได้ยึดกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศซีเรียแล้วในวันที่ 8 ธันวาคม เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังกลุ่มกบฏสามารถยึดหลายเมือง รวมถึงเมืองฮอมส์ ซึ่งถือเป็นเมืองสำคัญได้หลังต่อสู้กับกองทัพซีเรียของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดเพียง 1 วัน โดยล่าสุดมีรายงานว่าประธานาธิบดีอัล-อัสซาดของซีเรียได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว และกลุ่มกบฏได้ประกาศว่าซีเรียได้เข้าสู่ยุคใหม่หลังครอบครัวอัล-อัสซาดปกครองซีเรียนาน 50 ปี

ชาวบ้านในกรุงดามัสกัสให้ข้อมูลว่าได้ยินเสียงปืนยิงต่อสู้กันในกลางกรุงดามัสกัส ก่อนหน้านี้ กลุ่มกบฏอายัต ตาห์รีร์ อัล-ชามอ้างว่าสามารถควบคุมเมืองฮอมส์ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงดามัสกัสไปทางตอนเหนือราว 140 กิโลเมตร ได้แล้วทั้งหมด ชาวบ้านหลายพันคนได้ออกมาแสดงความดีใจตามท้องถนนหลังจากที่กองทัพซีเรียได้ถอนกำลังออกจากย่านใจกลางเมืองฮอมส์ โดยชาวบ้านต่างตะโกนว่าฮอมส์เป็นอิสระแล้ว พร้อมกับแสดงความดีใจกับความพ่ายแพ้ของกองทัพซีเรียของประธานาธิบดีอัล-อัสซาด โดยนี่ถือเป็นเมืองใหญ่แห่งที่ 3 ที่กลุ่มกบฏอายัต ตาห์รีร์ อัล-ชามสามารถยึดครองได้หลังการลุกฮือต่อต้านการปกครองของประธานาธิบดีอัล-อัสซาดตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

นายอาบู โมฮัมเหม็ด อัล โกลานี ผู้บัญชีการกลุ่มกบฏอายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม ได้ออกถ้อยแถลงเมื่อค่ำวันที่ 7 ธันวาคมว่า การยึดเมืองฮอมส์ได้นั้นเป็นช่วงเวลาครั้งประวัติศาสตร์และขอให้นักรบอย่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ทั้งนี้ เมืองฮอมส์เป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญของประธานาธิบดีอัล-อัสซาดเพราะจะทำให้กลุ่มกบฏยึดครองทางหลวงสายหลักและตัดขาดเส้นทางระหว่างกรุงดามัสกัสและภูมิภาคที่ติดชายฝั่งซึ่งเป็นพื้นที่มั่นของชาวอาลาวัต ชนกลุ่มน้อยของประธานาธิบดีอัล-อัสซาด และตัดขาดกองทัพซีเรียจากฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศของกองกำลังรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของอัล-อัสซาด

กลุ่มกบฏอายัต ตาห์รีร์ อัล-ชามระบุว่าได้ปลดปล่อยเรือนจำเซดนายา ซึ่งเป็นเรือนจำทหารขนาดใหญ่ในชานกรุงดามัสกัสซึ่งรัฐบาลซีเรียได้คุมขังนักโทษหลายพันคน และกลุ่มกบฏได้ปล่อยนักโทษกลุ่มดังกล่าว พร้อมกับเผาเอกสารต่างๆ หลังกองกำลังความมั่นคงของซีเรียได้ออกจากพื้นที่ โดยกลุ่มกบฏบอกว่าถือเป็นจุดจบของความไม่ยุติธรรมภายในเรือนจำเซดนายา

นอกจากเมืองฮอมส์แล้ว ชาวบ้านในกรุงดามัสกัสหลายพื้นที่ได้ออกมาประท้วงประธานาธิบดีอัล-อัสซาด เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ธันวาคม ด้านนายฮัสซัน อับดุล กานี ผู้บัญชาการกลุ่มกบฏซีเรียแถลงว่าปฏิบัติการปลดปล่อยอย่างสมบูณ์กำลังดำเนินอยู่ในบริเวณรอบกรุงดามัสกัสและกำลังมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง โดยมีการโค่นล้มรูปปั้นของอดีตประธานาธิบดีฮาเฟซ อัล-อัสซาด พ่อของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด กลุ่มกบฏอายัต ตาห์รีร์ อัล-ชามได้ประกาศว่าซีเรียเป็นอิสระแล้ว หลังประธานาธิบดีอัล-อัสซาดได้ออกจากกรุงดามัสกัสแล้ว ถือเป็นจุดจบของยุคมืดและจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ผู้คนที่พลัดถิ่นหรือคนที่ถูกจำคุกจากระบอบการปกครองของครอบครัวอัล-อัสซาดนานราว 50 ปีสามารถกลับบ้านได้ ด้านเจ้าหน้าที่อาวุโสของกองทัพซีเรีย 2 นายให้ข้อมูลว่าประธานาธิบดีอัล-อัสซาดได้ขึ้นเครื่องบินออกจากกรุงดามัสกัสแล้ว เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม โดยยังไม่รู้จุดหมายปลายทาง ซึ่งดูเหมือนว่าอัล-อัสซาดได้ออกจากประเทศซีเรียแล้ว มีรายงานว่าประชาชนชาวซีเรียได้ออกมาแสดงความดีใจที่จตุรัส Umayyad ในกลางกรุงดามัสกัส ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาลหลายแห่ง อาทิ กระทรวงกลาโหมและกองทัพซีเรีย ภาพถ่ายในโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นผู้คนต่างเปิดเพลงและเต้นอยู่รอบรถถังคันหนึ่งที่กองทัพซีเรียได้ทิ้งไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมได้ออกจากสำนักงานที่ทำการในกรุงดามัสกัสแล้ว

กองบัญชาการทหารของซีเรียได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่แล้วว่าระบอบการปกครองของประธานาธิบดีอัล-อัสซาดนาน 24 ปีได้สิ้นสุดลงแล้ว นายอัล โกลานี ผู้นำกลุ่มกบฏอายัต ตาห์รีร์ อัล-ชามกล่าวขอให้นักรบไม่บุกเข้าไปในที่ทำการทางราชการในกรุงดามัสกัส โดยบอกว่าหน่วยราชการจะยังอยู่ภายใต้การดูแลของนายกรัฐมนตรีซีเรียต่อไปจนกว่าจะมีการส่งมอบหน่วยราชการและตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่ออย่างเป็นทางการ ด้านนายกรัฐมนตรีซีเรียกล่าวว่าพร้อมที่จะทำงานร่วมกับผู้นำคนใดก็ตามที่ชาวซีเรียเลือก

สงครามกลางเมืองของซีเรียปะทุขึ้นในปี 2011 จากการลุกฮือเพื่อต่อต้านการปกครองของประธานาธิบดีอัล-อัสซาด กลุ่มกบฏอายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม ซึ่งอดีตคือกลุ่มอัลเคด้า ในประเทศซีเรีย ซึ่งรัฐบาลชาติตะวันตกระบุให้กลุ่มกบฏอายัต ตาห์รีร์ อัล-ชามเป็นองค์กรก่อการร้าย การลุกฮือเพื่อต่อต้านประธานาธิบดีอัล-อัสซาดได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 826 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักรบ แต่มีพลเรือนเสียชีวิตด้วย 111 ราย ด้านองค์การสหประชาชาติระบุว่าความรุนแรงในซีเรียส่งผลให้มีผู้พลัดถิ่นแล้ว 370,000 คน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้จุดความกลัวว่าจะเกิดความไม่มั่นคงรอบใหม่ในตะวันออกกลาง หลายประเทศอาทิ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ ตุรกี และรัสเซีย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าวิกฤตในซีเรียเป็นพัฒนาการที่อันตรายและขอให้มีการแก้ปัญหาทางการเมือง และชาวซีเรียหลายคนกลัวว่ากลุ่มกบฏจะใช้กฎการปกครองแบบอิสลามที่เข้มงวด ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาไม่ควรเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาในซีเรีย

Dara Conduit นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียให้ความเห็นว่า รัฐบาลซีเรียของอัล-อัสซาดถูกโค่นล้มอย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากหลายปัจจัย อาทิ กองทัพซีเรียอ่อนแอลงจากการทำสงครามนานหลายปี ขณะที่พันธมิตรหลักของซีเรียอย่างรัสเซีย อิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนต่างเผชิญกับความขัดแย้งของตนเอง ทำให้ประธานาธิบดีอัล-อัสซาดตกเป็นรอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กลุ่มกบฏบุกดามัสกัส โค่นรัฐบาลซีเรีย ‘อัสซาด’ หนีออกนอกประเทศแล้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...