โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สาวแคนาดาเตือน อย่ากัดลูกอมยักษ์ 7 ซม. ทำกรามแตก กระดูกหัก 2 ท่อน

Khaosod

อัพเดต 26 ธ.ค. 2567 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 04.50 น.

อุทาหรณ์! สาวแคนาดาเตือน อย่าหาทำ กัดลูกอมยักษ์ 7 ซม. แข็งมากจนทำกรามแตก กระดูกหัก 2 ท่อน

กระแสไวรัลในโลกออนไลน์กำลังถกเถียงกันสนั่น หลังผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่งออกมาเตือนว่า อย่าหาทำ กัดลูกอมแทนเลียอาจทำให้ฟันหักไม่รู้ตัว ตามรายงาน นักศึกษาวิทยาลัยหญิงวัย 19 ปีในโทรอนโต ประเทศแคนาดากำลังช้อปปิ้งกับเพื่อน ๆ ของเธอ เมื่อเธอซื้อลูกอมแข็งขนาดใหญ่พิเศษที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7 เซนติเมตร

เธอไม่มีความอดทนที่จะเลียขนมช้า ๆ ดังนั้นเธอจึง กัดเข้าไปใหญ่โดยไม่คาดคิด ลูกอมมันแข็งมากจนรู้สึกเจ็บที่กรามทันที จากนั้น เธอพบว่า ฟันหน้าหักและอีกซี่หนึ่งหลุด แถมยังกรามหัก

ลูกอมดังกล่าวคือ กอบสต็อปเปอร์ หรือที่เรียกกันในแคนาดาและสหรัฐอเมริกาว่า jawbreaker โดยทั่วไปจะมีลักษณะกลมและมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 ถึง 3 ซม. (0.4 ถึง 1.2 นิ้ว) มักประกอบด้วยชั้นต่าง ๆ หลายชั้นโดยแต่ละชั้นจะละลายเพื่อเผยให้เห็นสีและรสชาติที่แตกต่างกัน กอบสต็อปเปอร์นั้นแข็งเกินกว่าจะกัดโดยไม่เสี่ยงต่อความเสียหายต่อฟัน

เจ้าของโพสต์ตกใจมากจนไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาพยาบาล ผลการตรวจพบว่า ขนมทำให้กรามของเธอหัก 2 ท่อนเพราะว่ามันอยู่ด้านบนของกระดูกร้าว หลังจากการผ่าตัดนานหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดขากรรไกรของเธอก็กลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม พร้อมด้วยตะปูเหล็กถูกตอกเข้าไปในเหงือกทั้งบนและล่างเพื่อยึดตำแหน่งกรามของเธอไว้นานถึง 6 สัปดาห์

ในเวลาเดียวกันเธอก็จำเป็นต้องสวมเหล็กจัดฟันเพื่อแก้ไขฟันของเธอ นอกจากนี้ เธอบอกว่า เหตุการณ์นี้ทำให้เธอบอบช้ำมาก เป็นเวลานานแล้วที่เธอกินได้แต่อาหารเหลวและไม่สามารถเปิดปากของเธอได้ ดังนั้น เธอจึงออกมาเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้ชาวโซเชียลอย่าลองทำสิ่งประหลาด ๆ เช่นนั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวแคนาดาเตือน อย่ากัดลูกอมยักษ์ 7 ซม. ทำกรามแตก กระดูกหัก 2 ท่อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...