รีวิว ซีรีส์ Netflix จะเป็นอย่างไร? เมื่อโลก ‘อนาคต’ เทคโนโลยีเข้าแทรกแซง ความรัก – เพศ – ศาสนา – ความเป็นอยู่!
LSA Thailand
อัพเดต 06 ธ.ค. 2567 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2567 เวลา 02.00 น. • Lifestyle Asia Thailandลองนึกกันเล่นๆ ดูไหมว่า ‘อนาคต’ ของกรุงเทพมหานครจะเป็นอย่างไร? AI เทคโนโลยีที่น่ากลัวในตอนนี้ หากผ่านไปไม่กี่สิบปีข้างหน้า จะมีความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ของมนุษย์มากแค่ไหน หากใครยังนึกไม่ออก เรามีภาพจินตนาการให้คุณแล้ว ใน ซีรีส์ Netflix เรื่อง อนาคต | Tomorrow And I
Relate article
หนังเข้าใหม่ น่าดู ประจำเดือนธันวาคม 2024
รับกระแส 404 สุขีนิรันดร์..RUN RUN พาไปเช็กอิน 4 โรงแรมสยองในโลกภาพยนตร์
‘อนาฅต’ ประเทศไทย ให้ ‘AI’ ทำนายกัน จะแม่นแค่ไหน? พิสูจน์ด้วยตาคุณเอง กับ 4 เรื่องล้ำจบในตอน จากซีรีส์ #อนาคต 4 ธันวาคมนี้ ที่ #NetflixThailand #บันเทิงTikTok
Spoiler Alert!!! อาจมีสปอยล์เล็ก ๆ แต่อ่านแล้วจะฟินแน่นอน!
Lifestyle Asia rating: 5/5
ประเภท: เป็นซีรีส์แนวไซไฟดราม่าที่ผสมผสานความคิดเชิงปรัชญา เข้ากับคำถามเชิงจริยธรรมและการเสียดสีสังคมได้อย่างกลมกล่อม ตัวเรื่องตั้งอยู่ในโลกอนาคตที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ตั้งแต่ความรัก ศาสนา ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมและจิตวิญญาณของมนุษย์! ถ้าใครชอบอะไรที่ ดราม่าล้ำลึก แฟนตาซีจัดเต็ม พร้อมกับการตั้งคำถามสะท้อนใจ ซีรีส์เรื่องนี้เหมาะกับคุณสุด ๆ
นักแสดงนำ:
- หมอนุ่น (รับบทโดย อิ้งค์ วรันธร)
- นนท์ (รับบทโดย บอย ปกรณ์)
- วี (รับบทโดย ปอย ตรีชฎา
- เจสสิก้า (รับบทโดย วี-วิโอเลต วอเทียร์)
- นีโอ (รับบทโดย เอม ถาวรศิริ)
- พระอเนก (รับบทโดย เร แม๊คโดแนลด์)
- กัลปังหา (รับบทโดย มินนา-วณิชชยา พรมปนฤทธิชัย)
- มุก (รับบทโดย แตงกวา-ชนัญธิชา ชัยภา)
ผู้กำกับ: ปวีณ ภูริจิตปัญญา จาก บอดี้ ศพ#19, สี่แพร่ง, ห้าแพร่ง, รัก 7 ปี ดี 7 หน และ Ghost Lab ฉีกกฎทดลองผี
จำนวนตอนทั้งหมด: 4 ตอน
ความยาวต่อตอน: ประมาณ 1 ชั่วโมง นิด ๆ
ดูได้ที่ไหน: Netflix
ดูได้เมื่อไหร่: 4 ธันวาคม 2567
เราชอบอะไรในซีรีส์เรื่องนี้
สิ่งที่ชอบมากคืองาน CG และโปรดักชันที่ต้องกราบทีมงาน Jungka Studio เพราะภาพและงานสร้างคือดีเกินเบอร์แบบไม่แพ้หนังระดับโลกเลย ไหนจะเรื่องพล็อตที่คิดมาให้เราอินแล้วอินอีก หักมุมจนเดาทางไม่ได้ ดูแล้วร้อง “โห” เป็นสิบรอบ!
ที่ชอบอีกอย่างคือเรื่องนี้พยายามสะท้อนปัญหาสังคมไทย เช่น ความเสื่อมทางศาสนา ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความต้องการทางเพศ มาตรฐานจริยธรรมในการโคลนนิ่ง และความท้าทายในการอยู่ร่วมกันในยุค AI แบบไม่ได้ใส่มาแค่ขำ ๆ แต่ทิ้งอะไรให้เรากลับไปคิดเยอะมาก
สิ่งที่เราไม่ค่อยปลื้ม
บางตอนช้าหน่อย โดยเฉพาะ “นิราศแกะดำ” ที่ช่วงแรกเน้นเล่าดราม่าชีวิตคู่หนักไปจนรู้สึกว่าถ้าตัดออกนิดหน่อยจะกระชับมากกว่านี้ และบางฉากอย่าง “เทคโนโยนี” ที่มีคอนเซ็ปต์ดีแต่พล็อตแอบจืดไปหน่อย เพราะเหมือนจะเปิดประเด็นแรง ๆ แต่ยังไม่ได้ลุยสุดเท่าที่หวังไว้
เรื่องย่อแบบไม่สปอยล์ (มาก)
“อนาคต” เป็นซีรีส์ที่แบ่งออกเป็น 4 ตอน 4 เรื่อง โดยแต่ละตอนเล่าเรื่องแยกกัน แต่มีธีมร่วมกันคือ ถ้าประเทศไทยในโลกอนาคตมีเทคโนโลยีสุดล้ำ เข้ามาแทรกแซง เราจะอยู่กันยังไง?
- นิราศแกะดำ: นักบินอวกาศหญิงที่ถูกโคลนตัวเองเพื่อคนรัก พล็อตน้ำตาไหลที่หักมุมหนักมาก
- เทคโนโยนี: Sex Robots ที่เข้ามาเขย่าปัญหาด้านศีลธรรมและสังคม ใครที่หัวโบราณบอกเลยต้องปวดหัว
- ศาสดาต้า: โลกอนาคตที่แต้มบุญกลายเป็นสกุลเงิน! คำถามใหญ่คือ “นี่คือบุญแท้ หรือบุญจอมปลอม?”
- เด็กหญิงปลาหมึก: เด็กสาวในสลัมที่ต้องอยู่ในโลกที่ฝนไม่หยุดตก การเล่าเรื่องแบบตลกร้ายที่ทำเราร้องไห้ท่วมจอ
กรุงเทพฯ ใน ‘อนาคต’… ชีวิตดี ดีย์ ที่…ลงตัว!?
เราคงเคยได้ยินบ่อยบ่อยที่บอกว่าบอลไทยจะไปบอลโลก คำถามนี้หากมองได้หลายแง่มุมทั้งเชิงดูถูกและเชิงตลกขบขัน คงไม่มีคำตอบว่าบอลไทยจะไปบอลโลกเมื่อไหร่แต่หากเป็นด้านอุตสาหกรรมบันเทิงไม่ว่าจะเป็นหนังหรือซีรีส์ เราค่อนข้างมั่นใจแน่ว่าคุณภาพมาตรฐานของคนไทยและประเทศไทยสามารถสู้ระดับโลกได้แน่นอน หากฮอลลีวู้ดคือบรรทัดฐานมาตรฐานที่วัดจุดสูงสุดในความสำเร็จของวง เราเชื่อแน่ว่าอีกไม่นานคงมีคนไทยขึ้นไปรับรางวัลในงานประกาศผลไม่ว่าเป็นออสก้าหรือเวทีอื่น ๆได้อย่างแน่นอน ทั้งหมดที่กล่าวมาพิสูจน์ได้จาก ซีรีส์ Netflix เรื่องใหม่ชื่อ ‘อนาคต’ ตั้งตัวเองเป็นไซไฟดราม่า แต่เชื่อเถอะถ้าคุณดูจนจบแล้วจะต้องมีรอยยิ้มหัวเราะพร้อมเสียน้ำตาแน่นอน
ใครที่เห็นโปสเตอร์ของซีรีส์ ก็ต้องสะดุดตากับความทันสมัยล้ำยุคแห่งโลกอนาคตอันเป็นผลงานจาก Jungka Studio ที่ฝากผลงานด้านการทำ CG ล้ำ ๆ ชนิดที่ว่าไม่แพ้หนังฮอลลีวูด อีกส่วนที่ทำให้เรื่องนี้มีความน่าสนใจนั่นก็คือเป็นผลงานของผู้กำกับ อย่าง กอล์ฟ-ปวีณ ภูริจิตปัญญา ที่มีผลงานสร้างชื่ออย่าง บอดี้…ศพ 19, สี่แพร่ง และ ห้าแพร่ง
โปรเจกต์นี้เป็นซีรีส์ที่เหมือนรวมหนังทั้งหมด 4 เรื่องไว้ด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็น 4 ตอนแยกกันชัดเจน ทำให้เราสามารถเลือกดูตอนไหนก่อนก็ได้เพราะไม่ได้มีเนื้อหาเชื่อมโยงกันหรือบังคับให้ดูตั้งแต่ EP ที่หนึ่งเป็นต้นไป แต่คอนเซ็ปต์โดยรวมทั้งหมดคือการตั้งคำถามว่า หากในอนาคตเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น AI หากเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตของมนุษย์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสังคมหรือวัฒนธรรม ความเชื่อ ในอนาคตข้างหน้าประเทศไทยจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร? หากจะให้คะแนนแต่ละเรื่อง ก็สามารถไล่เรียงเรื่องที่ชอบน้อยสุดไปจนถึงมากที่สุดตามนี้ได้เลย
นิราศแกะดำ | Black Sheep
ใครที่ชอบแนวอวกาศและวิทยาศาสตร์หน่อยคงจะสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องราวของนักบินอวกาศหญิงคนไทยที่ขึ้นไปทำหน้าที่ในกระสวยอวกาศนานาชาตินอกโลก เพื่อทำการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการสร้างหัวใจเทียม โดยที่เธอเองก็เป็นคุณหมอด้วย เรื่องราวเปิดมาเหมือนจะไม่มีอะไรมาก ส่วนใหญ่เป็นการพูดเรื่องถึงความรักของชายหญิงคู่หนึ่ง แต่ทุกอย่างกลับพลิกผันเมื่อระหว่างการเดินทางกลับมายังโลกเกิดอุบัติเหตุบนยาน ทำให้ หมอนุ่น (รับบทโดย อิ้งค์ วรันธร) เสียชีวิต ส่วน นนท์ (รับบทโดย บอย ปกรณ์) ที่เป็นสามี ก็เสียหลักในชีวิต ไม่สามารถมูฟออนเดินหน้าต่อได้ เพราะเค้ารอเธอมาตลอดสามปี
จุดพีคที่หนึ่งคือความท้าทายด้านศีลธรรมในประเด็นเรื่องการโคลนนิ่งมนุษย์ เมื่อนนท์คิดจะโคลนร่างของนุ่นขึ้นมาอีกครั้ง จึงทำการตัดศรีษะของศพออกไปเพื่อให้ วี (รับบทโดย ปอย ตรีชฎา) ช่วยเหลือซึ่งเธอมีบริษัทในการโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงอย่างเช่นหมาแมวอยู่แล้ว วิธีการคือเป็นการโอนถ่ายข้อมูลความทรงจำในสมองไปยังร่างโคลนนิ่งใหม่ ซึ่งแน่นอนว่ามันผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่ความรักสามารถทำได้ทุกอย่าง!
จุดพีคที่สองของเรื่องนั่นก็คือการได้รู้ความจริงว่าจิตใต้สำนึกของนุ่นนั้นจริง ๆ แล้ว อยากจะเป็นผู้ชาย! ทำให้เราในฐานะคนดูและนนท์ที่เป็นตัวละครก็อึ้งและงงกันไปหมด เพราะไม่คิดว่าพล็อตจะหักมุมมาแนวเรื่องความหลากหลายทางเพศได้ สุดท้ายก็ค่อนข้างจบแบบแฮปปี้แอนดิ้ง คือเกิดกระบวนการโคลนนิ่งสำเร็จ แต่ร่างใหม่เป็นผู้ชายตามจิตใต้สำนึกของนุ่นที่อยากจะเป็นตัวเองตั้งแต่แรก จุดดีของเรื่องนี้คือเราได้เห็น การสร้างภาพแห่งโลกอนาคต คอมพิวเตอร์กราฟฟิกที่เนียนละเอียดสมจริงมาก ๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่านี่คือฝีมือคนไทยแท้ ๆ สู้กับต่างชาติได้โดยไม่อาย หากจะมีข้อหักคะแนน เราว่าคงเป็นเรื่องดราม่าที่จะล้นไปนิดนึง คิดเห็นว่าเมื่อมีวัตถุดิบต้นทุนดีขนาดนี้สามารถเล่าเรื่องให้กระชับและเร่งสปีดมันขึ้นกว่านี้ได้ แต่ก็ถือว่าการเปิดซีรีส์ด้วยเรื่องนี้ที่ทำให้คนดูอยากติดตามเรื่องต่อ ๆ ไปได้ดี
เทคโนโยนี | PARADISTOPIA
Concept ของเรื่องหยิบยกเอาปัญหาที่ชอบเอาซุกไว้ใต้พรมของประเทศอย่างเรื่องการค้าประเวณี! ที่ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยก็เป็นประเด็นถกเถียงกันเรื่องความถูกต้องด้าน ศีลธรรม จริยธรรมในเมืองพุทธแห่งนี้ไม่รู้จบ? เล่าเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่ง เจสสิก้า (รับบทโดย วี-วิโอเลต วอเทียร์) ที่มีความสามารถเก่งกาจด้านเทคโนโลยี อันมีแนวคิดสุดโต่งในการผลิตเซ็กส์โรบอต หรือหุ่นยนต์ทางเพศ เพื่อให้ทุกคนใช้บริการ แน่นอนว่าการทำธุรกิจประเภทนี้ย่อมไม่ถูกใจเหล่าไดโนเสาร์ ที่ในเรื่องสื่อถึงกลุ่มอนุรักษ์นิยมหัวโบราณอยู่แล้ว จึงกลายเป็นปมของเรื่องว่าสุดท้ายแล้วในอนาคตเรื่องเพศจะสามารถกลายเป็นเรื่องปกติแบบเปิดเผยได้หรือไม่?
ก่อนอื่นเรามองว่าการเลือกประเด็นเรื่องเพศและการค้าประเวณีมาเล่าถือว่าท้าทายมาก ๆ โดยในเรื่องชาญฉลาดที่จะนำเสนอในเชิงของความเป็นแฟนตาซีปนตลกขบขัน มากกว่าเรื่องดราม่าชีวิต นั่นก็คือความจริงในอดีตที่ว่า เจสสิก้า …. ตอนเด็กเธอคือลูกของโสเภณีที่ขายตัวในเมือง Gamalore City แต่เรื่องที่ดาร์กและไม่มีใครรู้ก็คือ เธอถูกล่วงละเมิดทางเพศจากลูกค้าของแม่เธอตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็กด้วย! นี่น่าจะเป็นสารตั้งต้นความแค้น ความปวดใจตั้งแต่เด็กที่ฝังอยู่ของเธอ
ทำให้เมื่อเรียนจบจากเมืองนอกจึงกลับมาเพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ ในการเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ทางเพศของมนุษย์ บางคนอาจจะตื่นเต้นกับฉากโป๊เปลือยที่ผ่านมาให้เห็นนิดหน่อยอยู่บ้าง แต่โดยรวมเรารู้สึกว่าการเล่าเรื่องของตอนนี้ดูจืดชืดไปหน่อย ฉากเซ็กส์ไม่ได้ดุเด็ดเผ็ดมันอย่างที่คาดออกไปทางฮา แถมดราม่าถึงแม้จะไม่เยอะแต่ก็มีให้เราดิ่งได้เหมือนกัน สุดท้ายตอนจบแบบจำเป็นต้องจบ เพราะธุรกิจประเภทนี้ก็กลายเป็นว่าไปไม่รอดท่ามกลางสภาพสังคมที่คนส่วนใหญ่เหมือนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และอยากซุกเรื่องนี้ไว้ใต้พรหมเหมือนเดิม ส่วนตัวเราอยากให้เพิ่มความสนุกความแฟนตาซีขึ้นอีกนิดนึงแล้วจะดูกลมกล่อมมากขึ้น
ศาสดาต้า | Buddha Data
อีกประเด็นในสังคมไทยที่ร้อนแรงไม่แพ้กันก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง ศาสนา ทุกคนทราบดีว่าศาสนาพุทธคือศาสนาประจำชาติ แต่ก็มีน้อยคนที่จะรู้จริง ๆ ว่าแก่นแท้ของพุทธศาสนาคืออะไรกันแน่? EP นี้เป็นการจำลองเหตุการณ์ในกรุงเทพมหานครแห่งอนาคต ถ้าวันนึงเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น AI หรือหุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทในชีวิตทุกคนในสังคม ที่หนีไม่พ้นแม้กระทั่งความเชื่อในศาสนาจะเป็นอย่างไร?
ในอนาคต จะเป็นอย่างไรเมื่อทุก ๆ การทำบุญของคุณจะได้รับ แต้มบุญสะสม! ที่สามารถแลกคะแนนเป็นส่วนลดร้านค้า จ่ายค่าบริการต่าง ๆ รวมถึงอาจเป็นรายได้ที่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้จริง สิ่งนี้เป็นวิธีดึงดูดให้คนสร้างความดีจริง ๆ หรือไม่? หรือแค่เป็นการนำสิ่งของมาล่อใจ แล้วพระสงฆ์ในวัดจะมีคนไปใส่บาตรหรือเปล่า?
การเกิดขึ้นของบริษัทอัลตร้า พลิกวงการผ้าเหลืองไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อทุกคนแห่มาทำความดี เช่น ช่วยคนแก่ข้ามถนน แจกอาหารสิ่งของเพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ เพื่อหวังให้ตัวเองได้ Point สะสมในระบบเยอะ ๆ ไม่ต่างจากการเล่นเกมเพื่ออัพเลเวลของตัวเอง คำถามคือแล้วนี่เป็นการทำบุญหรือไม่? ในตอนนี้เรารู้สึกว่าเกิดการตั้งคำถามมากมายหลายจุดในระหว่างที่ดู มีบทพูดของตัวละครหลายประโยคมากที่ฟังแล้วก็เก็บไปคิดตาม เช่น สิ่งนี้แหละ คือ การสังคายนาพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง!
ปมปัญหาเกิดจาก นีโอ (รับบทโดย เอม ถาวรศิริ) ในวัยเด็กพ่อแม่ของตัวเองบ้าทำบุญมาก ๆ โดยหวังที่ว่าชาติหน้าจะได้รับผลบุญที่ดี เมื่อตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์ จนขนาดยกทรัพย์สมบัติทางบ้านให้กับวัด! สุดท้ายกลับเป็นหนี้เป็นสินจนทำให้บ้านไฟไหม้ สมบัติที่เหลือรอดมาจากเหตุการณ์ครั้งนั้นคือ ลูกชายตัวน้อยนั่นเอง สิ่งนั้นเป็นปมในใจทำให้เขาคิดจะทำแอพพลิเคชั่นนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ในวงการผ้าเหลือง อย่างพุทธพาณิชย์ การทำผิดกฎพระธรรมวินัย การโกงเงินบริจาควัด เป็นต้น
พระอเนก (รับบทโดย เร แม๊คโดแนลด์) แสดงดีค่อนข้างมีเสน่ห์เลย มีการแทรกประเด็นเรื่องความเชื่อต่าง ๆ เอาไว้เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยตลอดทั้งตอน เป็นความท้าทายของคนดูว่า หากในอนาคตที่เทคโนโลยีพัฒนาเจริญก้าวหน้าขนาดนั้น แล้วคุณยังจะอินกับเรื่องศาสนาอยู่ไหม? โดยรวมตอนนี้เราให้ผ่านมาก ๆ หากนี่จะเป็นหนังสายไฟในอนาคตของประเทศไทยถือว่าต้องเล่าในประเด็นนี้ให้เฉียบขาดซึ่งเรื่องนี้ทำได้ดีมาก ๆ
เด็กหญิงปลาหมึก | Octopus Girl
ถ้าคุณไม่มีเวลาดูสามเรื่องก่อนหน้ากดเข้ามาดูแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวแล้วคุณจะไม่เสียดายเวลาเลยสักนิด! ถึงตอนนี้อารมณ์ความรู้สึกยังคงค้างอยู่กับความประทับใจของเด็กหญิงทั้งสองคนอยู่เลย ไม่แน่ใจจะนิยามว่าอะไรดีแต่ขอบอกว่า มันคือตลกร้ายที่ทำเราน้ำตาใหลพราก! โดยอิงจากเหตุการณ์วิกฤตทางสภาพอากาศของโลก ซึ่งคุณอาจจะคุ้นเคยเกี่ยวกับ สภาวะเรือนกระจก ภาวะโลกร้อน หรือโลกเดือด! ไม่รู้ว่าจะเริ่มชมจากจุดไหนก่อนดี
เรื่องราวโฟกัสเด็กหญิงสองคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนสลัมที่เรียกว่า คลองเตยใหม่! ท่ามกลางสภาพอากาศของโลกที่ฝนตกมาไม่หยุดมากว่าสองปีแล้ว ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่โดนน้ำท่วมจนผู้คนต้องอพยพขึ้นที่สูง ส่วนนี้ก็อาจจะอ้างอิงถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ เมื่อปี 54
สื่อให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียม ความเหลื่อมล้ำของสังคม ที่รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับชนชั้นล่าง ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ยังอาศัยอยู่ที่เดิมเพราะไม่มีฐานะในการหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมเพื่อหนีน้ำ หากใครอยู่กรุงเทพฯ แล้วเคยไปแถว พระราม 4 คลองเตย ณ ปัจจุบันก็น่าจะพอเห็นภาพได้ไม่ยาก แต่ตัวหนังกลับให้ความรู้สึกว่าที่นี้คือสวรรค์! มีความสุข อบอุ่น ดูเป็นครอบครัวของชาวสลัมที่เอ็นจอยมาก ๆ ถึงแม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แย่ขนาดไหน แต่เราเห็นรอยยิ้มและความสุขจากทุกคนในชุมชน ที่นำเสนอผ่านตัวแสดงต่าง ๆ ที่ดูเป็นคอมเมดี้ มีการยิงมุกตลก โบ๊ะบ๊ะ ขำขันกระจาย ถ้าจะให้ผู้เขียนตีความอาจเป็นตลกร้ายที่ล้อเลียนกับสังคมปัจจุบัน ที่ว่าคนไทยเป็นคนตลกปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์แม้ว่าเรื่องนั้น ๆ จะแย่มากขนาดไหนก็ตาม สยามเมืองยิ้ม!
ในเรื่องมีการอ้างอิงถึงโรคระบาดและการผลิต วัคซีนมนุษย์น้ำ เพื่อมาฉีดให้กับประชากร นั่นคือการเชื่อมโยงถึงสถานการณ์โควิด 19 รวมถึงมีการเสียดสีเรื่องระบบการบริหารจัดการของรัฐบาลด้วย ซึ่งเจ็บแสบมากแค่ไหน ใครอยากรู้ต้องไปตามดู ซีรีเรื่องนี้เป็นเหมือนภาพสะท้อน แทนความคิดของเราในช่วงสถานการณ์นั้น ๆ ว่าทำไมต้องบังคับให้เราฉีด? รวมถึงข้อกังวลต่าง เรื่องผลกระทบเช่นการที่ผู้คนพูดติดตลกว่า หากฉีดไปแล้วจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดหรือเปล่า? โดยในเรื่องก็สื่อออกมาว่าจะมีผลข้างเคียงเป็นหนวดปลาหมึกตรงคาง! ถ้าเป็นจริงสยองแน่
สิ่งที่เอาใจเราไปเลยคือการแสดงของเด็กผู้หญิงสองคน หนึ่งคนเป็นเด็กวัยใสน่ารักที่มีความสามารถด้านการร้องเพลง กัลปังหา (รับบทโดย มินนา-วณิชชยา พรมปนฤทธิชัย) ส่วนอีกหนึ่งคน มุก (รับบทโดย แตงกวา-ชนัญธิชา ชัยภา) เพื่อนซี้ที่คอยช่วยเหลือซัพพอร์ตสร้างความมั่นใจ ดูก๋ากั่น แก่แดด แต่น่ารักมาก ๆ การแสดงของเธอทำให้เราหลงรักได้จริง ๆ รวมถึงตลกมาก ๆด้วย ในฉากฮา ๆ
ใครจะไปรู้ว่าปูมาเป็นเรื่องตลกมากขนาดนี้ แต่ตอนจบดันเศร้าซึ้งและลงดิ่งมาก ขอสปอยล์เลยว่าหากใครที่อินอยู่แล้วต้องเสียน้ำตาให้กับเด็กผู้หญิงสองคนนี้แน่ ๆ ฉากจบคือฝนหยุดตกเริ่มมีแสงแดดสาดส่อง ขณะที่ทุกคนดีใจที่ได้รับแสงอาทิตย์อีกครั้ง แต่ผ่านไปไม่นานหายนะก็มาเยือน! เมื่อแสงอาทิตย์นั้นกลับมอดไหม้แผดเผาทุกอย่างบนโลกให้สาบสูญ ซีนจบที่ กัลปังหา และ มุก จับมือกันจนไม่เกรียม นั่งกอดกันในท่อซีเมนต์พร้อมส่งสายตาเศร้า ๆ กลับมาหาเรา นั่นคือไม่มีคำบรรยายสำหรับคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่ ในยุคปัจจุบัน
จะมีประโยคเด็ดประโยคหนึ่งที่เด็กผู้หญิงพูดว่า “ทำไมพวกเขาใช้โลก ไม่เผื่อเราเลยเนอะ ?” เรื่องสิ่งแวดล้อมการมีจิตสาธารณะสำหรับคนในสังคมแล้วเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายออกมารณรงค์และพูดกันเยอะ แต่ผลที่ได้กลับน้อยมาก
มีหลาย ๆ ประโยคในเรื่องที่ฟังแล้วก็จุกอก เป็นต้นว่า “มนุษย์ เราคือสัตว์ที่เก่งที่สุดในโลก, มนุษย์ เราต้องสามารถปรับตัวได้เข้ากับทุกสถานการณ์ และ มนุษย์เรานี่เอง คือ สัตว์ที่น่ากลัวที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน!”
จึงเป็นบทสรุปของซีรีส์ที่สวยงามมาก คุณจะได้สนุกหัวเราะและฮากับการแสดงของนักแสดงคุณภาพ ได้แอบสะใจกับการเสียดสีสังคมในประเด็นที่อยู่ในใจของทุกคนแต่อาจจะไม่มีใครกล้าเล่า สุดท้ายเสียน้ำตากับสิ่งที่บางครั้งเราอาจจะละเลยไป และอาจจะแก้ไขมันไม่ทันก็เป็นได้ เรื่องนี้มีกี่คะแนนขอโกยให้หมดเลย ถูกจริต ตรงเส้นผู้เขียนมาก ๆ สมแล้วที่เป็นแฟนคลับค่าย GDH ทั้งนักแสดง ผู้กำกับ โผล่มาเป็น Easter Egg กันเยอะมาก อยากรู้ว่ามีใครบ้างต้องไปตามดูนะ ถือเป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ที่แนะนำให้ ต้องดู! สำหรับทุกคนในครอบครัวเพื่อใช้เวลาคุณภาพร่วมกันช่วงวันหยุดยาว ซีรีส์ Netflix เรื่องนี้ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน!
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Main, Hero and Featured images: Courtesy of Netflix
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.