โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก พรบ. การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. 2562

The Structure

อัพเดต 03 ม.ค. 2568 เวลา 17.36 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. 2568 เวลา 13.00 น. • The Structure

รู้จัก พรบ. การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. 2562

สืบเนื่องจากกระแสต่อต้านการทำ MOU44 ระหว่างไทย-กัมพูชา และมีกระแสการหยิบยกเอา พรบ. การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลพ.ศ. 2562 ขึ้นมากล่าวอ้างว่า พรบ. ฉบับนี้นั้น เป็นกฎหมายที่จะสามารถหยุดยั้งการทำ MOU 2544 ได้The Structure จึงสรุปสาระสำคัญ และองค์ประกอบของ พรบ. ฉบับนี้— จุดมุ่งหมาย —พรบ. ฉบับนี้มีการระบุถึงเหตุผลในการประกาศใช้ พรบ. ฉบับนี้เอาไว้ท้าย พรบ. โดยมีเนื้อหาโดยสรุปว่า กฎหมายเดิมที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอต่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร

อีกทั้งการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในปัจจุบันนั้น มีความซับซ้อนมากขึ้นกว่ามิติด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม แต่ยังรวมไปถึงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านทรัพยากร หรือด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยปฏิบัติงานหลักเพื่อรับผิดชอบดำเนินการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลได้อย่างมีเอกภาพ บูรณาการ และประสานการปฏิบัติงานในเขตทางทะเล ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือโดยสรุปแล้ว พรบ. ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญในการจัดตั้งหน่วยงานบูรณาการ ด้านการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลขึ้นมานั่นเอง— ตั้งหน่วยงานใดขึ้นมาบ้าง —พรบ. ฉบับนี้ ได้มีการระบุถึงหน่วยงานที่ถูกจัดตั้งขึ้นตาม พรบ. ฉบับนี้ขึ้น 2 หน่วยงาน ประกอบด้วย1 คณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (นปท.) ตามความในหมวด 12 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ตามความในหมวด 2— นปท. คืออะไร —นปท. เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล และให้คำแนะนำ คำปรึกษา และสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารจัดการการรักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

โดยมีนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เป็นประธาน มี รมว. และปลัดกระทรวงจาหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง, ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานหลายหน่วยงาน และผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นสมาชิก นปท. โดยตำแหน่ง รวม 27 ตำแหน่งและมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญอันเป็นประโยชน์ต่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อีก 3 ท่านที่ได้รับการแต่งตั้งตามวาระ 3 ปี เป็นสมาชิกหรืออาจจะเปรียบว่า นปท. นั้นมีสถานะใกล้เคียงกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก็ได้ โดยมีความมุ่งหมายจำเพาะเจาะจงไปที่การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเป็นหลัก— ศรชล. คืออะไร —ศรชล. มีหน้าที่และอำนาจและ รับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการ ศรชล., ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นรอง ผอ. และเสนาธิการทหารเรือเป็นเลขาธิการ ศรชล. โดยตำแหน่ง

มีอำนาจหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน สั่งการ และสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และมีอำนาจในการรายงาน เสนอแผนงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกด้วย

ในหมวดที่ 3 ของ พรบ. ฉบับนี้ กำหนดให้ในภาวะปกติ ศรชล. มีหน้าที่ในควบคุม ดูแล และบูรณาการภารกิจเพื่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ในกรณีที่ภารกิจนั้นเกินขีดความสามารถที่หน่วยงานรัฐหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งจะสามารถรับผิดชอบได้

และบูรณาการขีดความสามารถของหน่วยงานของรัฐเข้าด้วยกันในการป้องกัน ปราบปราม หรือแก้ไขปัญหา เหตุการณ์ หรือการกระทำผิดกฎหมายที่กระทบหรืออาจส่งผลกระทบต่อ ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลหรือกิจกรรมทางทะเล

และในสถานการณ์ไม่ปกติ ศรชล. มีอำนาจในการกำกับควบคุมหน่วยงานของรัฐเพื่อกำกับดูแล ป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง จัดการ แก้ไข หรือบรรเทาปัญหา ที่กระทบหรืออาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเลหรือกิจกรรมทางทะเลภายในพื้นที่และ ระยะเวลาที่กำหนด

อีกทั้งยังมีการกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ติดชายทะเล เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัด (ผอ.ศรชล.จังหวัด) อีกด้วย

สำหรับหมวด 4 กำหนดกรอบการปฎิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการบังคับใช้กฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล

และหมวดที่ 5 เป็นการกำหนดบทลงโทษแก่ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ ศรชล. และความผิดฐานอื่นที่มีความเกี่ยวข้องกับการรักษาผลประโยชน์ทางทะเลซึ่งหากพิจารณาจากโครงสร้าง และอำนาจหน้าที่ของ ศรชล. จะเห็นว่า ศรชล.นั้น มีความคล้ายคลึงกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) หรืออาจจะกล่าวได้ว่า ศรชล. นั่น คือ กอ.รมน. ในฉบับกองทัพเรือนั่นเอง

แต่ทั้งนี้ ศรชล. นั้น ไม่ได้มีรูปแบบโครงสร้างที่เหมือนกับ กอ.รมน. ทั้งหมด โดยมีการวางโครงสร้างของหน่วยงาน ที่มีรูปแบบของต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับภารกิจในการดูแลผลประโยชน์ทางทะเล— สรุป —จากทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่า ข้อกำหนดใน พรบ. ฉบับนี้นั้น เป็นการออกเพื่อการจัดตั้ง นปท. และ ศรชล. ขึ้นมาเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของชาติ ทั้งในระดับยุทธศาสตร์และนโยบาย โดย นปท. เป็นผู้ดำเนินการและ ศรชล. ในฐานะหน่วยงานระดับอำนวยการ เพื่อให้เกิดการรักษาผลประโยชน์ทางทะเลของชาติได้อย่างครอบคลุมแต่ทั้งนี้ ใน พรบ. ฉบับนี้ ไม่ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ในการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลของทั้ง 2 หน่วยงานนี้โดยเฉพาะเจาะจง และทั้ง 2 หน่วยงานนี้อาจจะดำเนินการในเรื่องนี้ได้ ก็ต่อเมื่อได้รับมอบหมายมาจาก ครม. ตามลำดับการบังคับบัญชา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...