Cynthia Erivo กับบทบาทแม่มดเขียวเอลฟาบา ที่ให้เห็นเหตุผลในการดำรงชีวิตอยู่ของเธอว่าความแตกต่างคือสิ่งที่ทำให้เราพิเศษต่างหาก
สำหรับนักแสดง/นักดนตรีแล้ว การคว้ารางวัล EGOT มาครองอาจเปรียบเสมือนการคว้าชัยครบทุกสนาม
EGOT ไม่ใช่ชื่อรางวัลเดี่ยว หากแต่เป็นชื่อย่อจากเวทีใหญ่ด้านอุตสาหกรรมบันเทิงสี่เวที ได้แก่เวทีเอ็มมี (The Emmy Awards) เวทีรางวัลสายซีรีส์ที่ออกฉายทางโทรทัศน์, รางวัลแกรมมี่ (Grammy Awards) ที่มอบให้ศิลปินนักร้องนักแต่งเพลง, รางวัลออสการ์ (the Oscars) หรืออะคาเดมี่อวอร์ด เวทีรางวัลสายภาพยนตร์และเวทีโทนี (The Tony Awards) อันเป็นเวทีสำหรับการแสดงประเภทละครเวทีหรือบรอดเวย์ และมีนักแสดง-ศิลปินไม่มากนักที่คว้ารางวัลครบทั้งสี่เวที
ซินเธีย เอริโว (Cynthia Erivo) คือศิลปินนักแสดงที่ใกล้เคียงกับการคว้ารางวัลทั้งสี่สนาม เพราะเธอเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงหมดแล้วและคว้ารางวัลกลับมาได้สองเวที เธอเป็นหนึ่งในนักแสดงละครเวทีและนักร้องที่ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้างมากที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวูด การันตีด้วยการที่เธอคว้ารางวัลแกรมมี่สาขาอัลบั้มเพลงละครเวทียอดเยี่ยมแห่งปีจากอัลบั้ม The Color Purple (2016) รวมทั้งรางวัลจากเวทีโทนี ทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์และลูกโลกทองคำมาแล้ว Wicked (2024) หนังยาวลำดับล่าสุดที่เธอแสดงนำก็เพิ่งเข้าชิงรางวัลจากเวทีลูกโลกทองคำสี่สาขา รวมทั้งสาขาภาพยนตร์ประเภทมิวสิคัลหรือคอมิดี้ยอดเยี่ยม และเธอในฐานะนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
เอริโวเกิดที่ลอนดอน ในครอบครัวชาวไนจีเรียอพยพ เธอเล่าว่าแม่ของเธออายุเพียง 15 ปีเมื่อเกิดสงครามกลางเมืองที่ไนจีเรียและยังผลให้แม่เธอต้องลี้ภัยออกมาอยู่ประเทศอังกฤษ “แม่ไม่จำเป็นต้องหนีออกมาหรอก แต่บ้านของแม่ถูกทำลายทิ้งไม่เหลือ ต้องวิ่งหนีเพื่อหาที่หลบภัย”
เอริโวสนใจด้านละครเวทีและดนตรีแต่เด็ก ก่อนจะปรากฏตัวในบทเล็กๆ ทางโทรทัศน์บ้าง หากแต่ที่ทำให้เธอมีชื่อเสียงเป็นวงกว้างคือการเล่นละครบรอดเวย์เรื่อง The Color Purple ที่นิตยสารนิวยอร์กไทม์สเขียนชื่นชมการแสดงของเอริโวว่า “ยอดเยี่ยมเสียจนเป็นจุดเปลี่ยนด้านการแสดงของเธอได้” และเรื่องนี้เองที่ส่งเธอคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีโทนี หลังจากนั้น เธอขยับขยายพื้นที่มายังโลกของซีรีส์ เช่น The Outsider (2020) และภาพยนตร์อย่าง Harriet (2019) รวมทั้งเรื่องล่าสุดอย่าง Wicked ที่ทำรายได้ไปแล้ว 571 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 150 ล้านเหรียญฯ และการปรากฏตัวของเธอในฐานะแม่มดตัวเขียวที่มักถูกคนรอบข้างเข้าใจว่าเป็นคนร้ายกาจ ก็ทำให้ความสนใจจากคนหมู่มากพุ่งมายังเธอมากกว่าที่เคย หลายคนบอกว่าเธอได้บทนี้เพราะบรรยากาศความ ‘woke’ ที่ทำให้สตูดิโอต้องจ้างนักแสดงหญิงผิวดำมารับบทนำเพื่อเพิ่มมิติความหลากหลาย
“มีการพูดกันว่าฉันได้บทนี้เพราะความโว้กของสังคม แต่ไม่ใช่หรอกนะ” เอริโวตอบกลับอย่างเยือกเย็น “ฉันก็ต้องออดิชั่นเหมือนนักแสดงคนอื่นๆ และฉันดีใจอย่างยิ่งที่ฉันได้ออดิชั่น ฉันมีฝีมือนะ ฉันทำการบ้านไป และฉันก็ดีใจด้วยที่พวกเขาตั้งใจคัดเลือกนักแสดงเพื่อหาคนที่ใช่ที่สุด มันทำให้ฉันต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อคว้าบทนี้มาครอง”
สำหรับเอริโว เธอเล่าว่าเธอใช้ประสบการณ์ของการเป็นคนดำที่มักถูกสังคมพิจารณาด้วยท่าทีดูถูกหรือเป็นอื่น มาใช้ทำความเข้าใจบทแม่มดเขียวที่ถูกคนรอบตัวมองว่าแปลกประหลาดเพราะสีผิวต่างไปจากคนอื่น “ฉันใช้ประสบการณ์ของการเป็นอื่นของสังคมมาใช้ทำการบ้านกับตัวละครนี้ ในฐานะคนที่เกิดมาก็เป็นแบบนี้แล้วน่ะ”
“พอได้แสดงเป็นตัวละครนี้แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองได้ของขวัญที่ดีมากๆ เลยค่ะ นั่นคือตัวละครได้ฉายให้เห็นเหตุผลในการดำรงชีวิตอยู่ของเราว่าความแตกต่างคือสิ่งที่ทำให้เราพิเศษกว่าคนอื่นนี่แหละ” เอริโวบอก “คุณไปได้ไกลว่าที่ใครต่อใครคาดไว้ก็ได้ คุณเป็นทุกอย่างที่คุณอยากเป็นก็ได้ แม้มันจะยาก แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันก็จะปลอดปล่อยคุณให้เป็นอิสระจากสิ่งต่างๆ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สวยงามมากนะ”
ดังนั้น สำหรับเอริโว สิ่งที่เชื่อมร้อยเธอกับตัวละครคือความเป็นผู้หญิงผิวดำ ที่เธอเชื่อว่าจะส่งพลังแห่งความแปลกแยก โดดเดี่ยวไปถึงคนดูผิวสีอื่นๆ ที่เคยรู้สึกเช่นนี้ด้วย “ความงดงามของสิ่งนี้คือ มันสร้างความรู้สึกร่วมให้คุณได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนดำ เป็นเควียร์หรือเป็นอะไรก็ตาม หากคุณรู้สึกว่าตัวเองเป็นอื่น แปลกแยก ตัวละครนี้ก็ทำงานกับคุณแล้ว”
ไม่กี่ปีก่อนหน้า เอริโวเพิ่งประกาศว่าเธอเป็นเควียร์ เธอเรียบโรงเรียนคาธอลิกมาตั้งแต่เด็กและเล่าว่าเติบโตในครอบครัวที่ไม่เคยพูดเรื่องความหลากหลายทางเพศกัน “เพื่อนสนิทฉันรู้เรื่องนี้มานานมาก ฉันคิดว่าฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นเควียร์ตอนอายุราวๆ 15 ปี แต่ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร ไม่มีคำศัพท์ไว้เรียกน่ะ แค่รู้ส่าตัวเองชอบทั้งผู้ชายและผู้หญิง ฉันชอบคนน่ะ คือแอบชอบคนนั้นคนนี้ แต่ไม่รู้ว่าจะเรียกสิ่งที่ตัวเองเป็นว่าอะไร”
อาจจะด้วยเหตุผลนี้ เมื่อเธอมีชื่อเสียง เธอไม่ลังเลที่จะประกาศตัวเองว่าเป็นเควียร์ และเหตุผลของเธอนั้นก็แสนเรียบง่าย “นักแสดงที่เป็นเควียร์ผิวดำสักคน ควรรู้ว่าพวกเธอไม่ได้โดดเดี่ยวน่ะ”
นาทีนี้ เอวิโรเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ได้รับความชื่นชมและเคารพอย่างมาก หลายคนคาดการณ์กันว่าเธออาจเป็นศิลปิน-นักแสดงที่จะคว้ารางวัล EGOT ครบทุกเวทีเป็นคนถัดไปอย่างแน่นอน
อ้างอิง
https://theglossarymagazine.com/arts-culture/cynthia-erivo-interview/
https://www.vogue.co.uk/arts-and-lifestyle/article/cynthia-erivo-interview-pride
https://www.telegraph.co.uk/news/2024/12/19/cynthia-erivo-wicked-woke-hire-elphaba-ariana-grande/
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- Cynthia Erivo กับบทบาทแม่มดเขียวเอลฟาบา ที่ให้เห็นเหตุผลในการดำรงชีวิตอยู่ของเธอว่าความแตกต่างคือสิ่งที่ทำให้เราพิเศษต่างหาก
- Messy เพลงฮิตจาก Lola Young ที่สะท้อนว่าคนเราเบื่อกับ ‘ความคาดหวัง’ กันมากแค่ไหน
- Demi Moore ชนะรางวัลลูกโลกทองคำเป็นครั้งแรกในชีวิตการแสดง 45 ปี จากบทนำใน The Substance
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com