โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Cynthia Erivo กับบทบาทแม่มดเขียวเอลฟาบา ที่ให้เห็นเหตุผลในการดำรงชีวิตอยู่ของเธอว่าความแตกต่างคือสิ่งที่ทำให้เราพิเศษต่างหาก

Mirror Thailand

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2568 เวลา 09.58 น.
ภาพไฮไลต์

สำหรับนักแสดง/นักดนตรีแล้ว การคว้ารางวัล EGOT มาครองอาจเปรียบเสมือนการคว้าชัยครบทุกสนาม

EGOT ไม่ใช่ชื่อรางวัลเดี่ยว หากแต่เป็นชื่อย่อจากเวทีใหญ่ด้านอุตสาหกรรมบันเทิงสี่เวที ได้แก่เวทีเอ็มมี (The Emmy Awards) เวทีรางวัลสายซีรีส์ที่ออกฉายทางโทรทัศน์, รางวัลแกรมมี่ (Grammy Awards) ที่มอบให้ศิลปินนักร้องนักแต่งเพลง, รางวัลออสการ์ (the Oscars) หรืออะคาเดมี่อวอร์ด เวทีรางวัลสายภาพยนตร์และเวทีโทนี (The Tony Awards) อันเป็นเวทีสำหรับการแสดงประเภทละครเวทีหรือบรอดเวย์ และมีนักแสดง-ศิลปินไม่มากนักที่คว้ารางวัลครบทั้งสี่เวที

ซินเธีย เอริโว (Cynthia Erivo) คือศิลปินนักแสดงที่ใกล้เคียงกับการคว้ารางวัลทั้งสี่สนาม เพราะเธอเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงหมดแล้วและคว้ารางวัลกลับมาได้สองเวที เธอเป็นหนึ่งในนักแสดงละครเวทีและนักร้องที่ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้างมากที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวูด การันตีด้วยการที่เธอคว้ารางวัลแกรมมี่สาขาอัลบั้มเพลงละครเวทียอดเยี่ยมแห่งปีจากอัลบั้ม The Color Purple (2016) รวมทั้งรางวัลจากเวทีโทนี ทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์และลูกโลกทองคำมาแล้ว Wicked (2024) หนังยาวลำดับล่าสุดที่เธอแสดงนำก็เพิ่งเข้าชิงรางวัลจากเวทีลูกโลกทองคำสี่สาขา รวมทั้งสาขาภาพยนตร์ประเภทมิวสิคัลหรือคอมิดี้ยอดเยี่ยม และเธอในฐานะนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

เอริโวเกิดที่ลอนดอน ในครอบครัวชาวไนจีเรียอพยพ เธอเล่าว่าแม่ของเธออายุเพียง 15 ปีเมื่อเกิดสงครามกลางเมืองที่ไนจีเรียและยังผลให้แม่เธอต้องลี้ภัยออกมาอยู่ประเทศอังกฤษ “แม่ไม่จำเป็นต้องหนีออกมาหรอก แต่บ้านของแม่ถูกทำลายทิ้งไม่เหลือ ต้องวิ่งหนีเพื่อหาที่หลบภัย”

เอริโวสนใจด้านละครเวทีและดนตรีแต่เด็ก ก่อนจะปรากฏตัวในบทเล็กๆ ทางโทรทัศน์บ้าง หากแต่ที่ทำให้เธอมีชื่อเสียงเป็นวงกว้างคือการเล่นละครบรอดเวย์เรื่อง The Color Purple ที่นิตยสารนิวยอร์กไทม์สเขียนชื่นชมการแสดงของเอริโวว่า “ยอดเยี่ยมเสียจนเป็นจุดเปลี่ยนด้านการแสดงของเธอได้” และเรื่องนี้เองที่ส่งเธอคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีโทนี หลังจากนั้น เธอขยับขยายพื้นที่มายังโลกของซีรีส์ เช่น The Outsider (2020) และภาพยนตร์อย่าง Harriet (2019) รวมทั้งเรื่องล่าสุดอย่าง Wicked ที่ทำรายได้ไปแล้ว 571 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 150 ล้านเหรียญฯ และการปรากฏตัวของเธอในฐานะแม่มดตัวเขียวที่มักถูกคนรอบข้างเข้าใจว่าเป็นคนร้ายกาจ ก็ทำให้ความสนใจจากคนหมู่มากพุ่งมายังเธอมากกว่าที่เคย หลายคนบอกว่าเธอได้บทนี้เพราะบรรยากาศความ ‘woke’ ที่ทำให้สตูดิโอต้องจ้างนักแสดงหญิงผิวดำมารับบทนำเพื่อเพิ่มมิติความหลากหลาย

“มีการพูดกันว่าฉันได้บทนี้เพราะความโว้กของสังคม แต่ไม่ใช่หรอกนะ” เอริโวตอบกลับอย่างเยือกเย็น “ฉันก็ต้องออดิชั่นเหมือนนักแสดงคนอื่นๆ และฉันดีใจอย่างยิ่งที่ฉันได้ออดิชั่น ฉันมีฝีมือนะ ฉันทำการบ้านไป และฉันก็ดีใจด้วยที่พวกเขาตั้งใจคัดเลือกนักแสดงเพื่อหาคนที่ใช่ที่สุด มันทำให้ฉันต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อคว้าบทนี้มาครอง”

สำหรับเอริโว เธอเล่าว่าเธอใช้ประสบการณ์ของการเป็นคนดำที่มักถูกสังคมพิจารณาด้วยท่าทีดูถูกหรือเป็นอื่น มาใช้ทำความเข้าใจบทแม่มดเขียวที่ถูกคนรอบตัวมองว่าแปลกประหลาดเพราะสีผิวต่างไปจากคนอื่น “ฉันใช้ประสบการณ์ของการเป็นอื่นของสังคมมาใช้ทำการบ้านกับตัวละครนี้ ในฐานะคนที่เกิดมาก็เป็นแบบนี้แล้วน่ะ”

“พอได้แสดงเป็นตัวละครนี้แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองได้ของขวัญที่ดีมากๆ เลยค่ะ นั่นคือตัวละครได้ฉายให้เห็นเหตุผลในการดำรงชีวิตอยู่ของเราว่าความแตกต่างคือสิ่งที่ทำให้เราพิเศษกว่าคนอื่นนี่แหละ” เอริโวบอก “คุณไปได้ไกลว่าที่ใครต่อใครคาดไว้ก็ได้ คุณเป็นทุกอย่างที่คุณอยากเป็นก็ได้ แม้มันจะยาก แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันก็จะปลอดปล่อยคุณให้เป็นอิสระจากสิ่งต่างๆ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สวยงามมากนะ”

ดังนั้น สำหรับเอริโว สิ่งที่เชื่อมร้อยเธอกับตัวละครคือความเป็นผู้หญิงผิวดำ ที่เธอเชื่อว่าจะส่งพลังแห่งความแปลกแยก โดดเดี่ยวไปถึงคนดูผิวสีอื่นๆ ที่เคยรู้สึกเช่นนี้ด้วย “ความงดงามของสิ่งนี้คือ มันสร้างความรู้สึกร่วมให้คุณได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนดำ เป็นเควียร์หรือเป็นอะไรก็ตาม หากคุณรู้สึกว่าตัวเองเป็นอื่น แปลกแยก ตัวละครนี้ก็ทำงานกับคุณแล้ว”

ไม่กี่ปีก่อนหน้า เอริโวเพิ่งประกาศว่าเธอเป็นเควียร์ เธอเรียบโรงเรียนคาธอลิกมาตั้งแต่เด็กและเล่าว่าเติบโตในครอบครัวที่ไม่เคยพูดเรื่องความหลากหลายทางเพศกัน “เพื่อนสนิทฉันรู้เรื่องนี้มานานมาก ฉันคิดว่าฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นเควียร์ตอนอายุราวๆ 15 ปี แต่ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร ไม่มีคำศัพท์ไว้เรียกน่ะ แค่รู้ส่าตัวเองชอบทั้งผู้ชายและผู้หญิง ฉันชอบคนน่ะ คือแอบชอบคนนั้นคนนี้ แต่ไม่รู้ว่าจะเรียกสิ่งที่ตัวเองเป็นว่าอะไร”

อาจจะด้วยเหตุผลนี้ เมื่อเธอมีชื่อเสียง เธอไม่ลังเลที่จะประกาศตัวเองว่าเป็นเควียร์ และเหตุผลของเธอนั้นก็แสนเรียบง่าย “นักแสดงที่เป็นเควียร์ผิวดำสักคน ควรรู้ว่าพวกเธอไม่ได้โดดเดี่ยวน่ะ”

นาทีนี้ เอวิโรเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ได้รับความชื่นชมและเคารพอย่างมาก หลายคนคาดการณ์กันว่าเธออาจเป็นศิลปิน-นักแสดงที่จะคว้ารางวัล EGOT ครบทุกเวทีเป็นคนถัดไปอย่างแน่นอน

อ้างอิง

https://theglossarymagazine.com/arts-culture/cynthia-erivo-interview/

https://www.vogue.co.uk/arts-and-lifestyle/article/cynthia-erivo-interview-pride

https://www.telegraph.co.uk/news/2024/12/19/cynthia-erivo-wicked-woke-hire-elphaba-ariana-grande/

https://www.rollingstone.com/tv-movies/tv-movie-news/cynthia-erivo-black-queer-identity-wicked-1235181943/

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...