โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้หรือไม่? “SSF” ปีนี้เป็น “ปีสุดท้าย” แล้ว... ปัจจุบัน AUM กว่า 6.9 หมื่นลบ. กว่า 25% เป็น “หุ้นไทย” ปีนี้เงินไหลเข้าสุทธิ 5 พันลบ. ส่วน “SSF-ทองคำ” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +28.50%!!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2567 เวลา 09.03 น. • โต๊ะกองทุน Wealthy Thai

Fun of Funds: รู้หรือไม่?…ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของ “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) แล้ว หลังจากที่ภาครัฐได้จัดตั้งขึ้นมาในปี2020 แทน “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) ที่หมดอายุลงในปี2019 นั่นเอง
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวของนักลงทุน ซึ่งเงินลงทุนในกองทุน SSF” สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 5 ปี (ปี2020-2024) ซึ่งจะหมดอายุลงในสิ้นปีนี้นั่นเอง
ผู้เงินลงทุนสามารถลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด“ไม่เกิน 200,000 บาท” และต้องลงทุน“10 ปี” (นับจากวันที่ซื้อ) เมื่อนับรวมกับกลุ่มกองทุนเพื่อเกษียณอื่นต้อง“ไม่เกิน 500,000 บาท”
กว่า 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน “SSF” ก็เติบโตขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันมีสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 6.9 หมื่นล้านบาท (ข้อมูล ณ 31 ต.ค. 24)
ภาพรวมของกองทุน “SSF” เป็นยังไงบ้าง? ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย

SSF” ผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปียังติดลบ -4.0% ต่อปี…แต่ปีนี้โชว์ผลตอบแทนบวกเฉลี่ย +4.3% “SSF-ทองคำ” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +28.50%

จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุผ่านรายงานว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของกองทุน SSF” ย้อนหลัง 3 ปี (ณ วันที่ 31 ต.ค. 24) ยังคงติดลบเฉลี่ย -4.0% อย่างไรก็ตาม ยังมีบางประเภทกองทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้เป็นบวกในช่วงเวลาดังกล่าว เช่น กองทุนทองคำ, หุ้นญี่ปุ่น, ตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนในประเทศ ทั้งตราสารหนี้ระยะสั้นและตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว เป็นต้น
หากดูผลงานรายปีของกองทุน SSF” ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น พบว่าในปี2021 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีผลตอบแทนเต็มปีอยู่ที่ +10.2% เนื่องจากเป็นปีที่ผลตอบแทนของตลาดหุ้นปรับตัวได้อย่างโดดเด่นทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นสหรัฐ และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตามในปี2022 ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยปรับตัวติดลบ -14.6% จากการปรับตัวลดลงของตลาดในเกือบทุกประเภทสินทรัพย์ ในขณะที่ปี2023 ต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ที่ผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุน “SSF” เริ่มฟื้นตัวขึ้นเป็นบวก +4.3%

และ 10 เดือนแรกปี24 นี้ ยังคงบวกได้เฉลี่ย +5.3% โดย 10 กองทุน “SSF” ที่มีผลตอบแทน “ดีสุด” เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุน “ต่างประเทศ” ทั้งหมด ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ยตั้งแต่ 7.11%- 28.50%
โดยกองทุน SSF” ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรกปีนี้ทำผลงานเฉลี่ยได้มากกว่า 10% ทั้งหมด นำมาโดย

  • SSF-ทองคำ” 50%

  • “SSF-หุ้นอินเดีย” 40%

  • “SSF-หุ้นสหรัฐ” 11%

  • “SSF-หุ้นญี่ปุ่น” 13%

  • “SSF-หุ้นอาเซียน” 13%

SSF-หุ้นไทย” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด 25.3%…ปีนี้เงินไหลเข้าสุทธิ 5 พันลบ. “SSF-หุ้นสหรัฐ” แชมป์เงินไหลเข้ามากสุด 1.1 พันลบ.

ปัจจุบันกองทุน SSF” มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 6.9 หมื่นล้านบาท โดย “กองทุนหุ้น” มีสัดส่วนมากที่สุดราว 5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 72% ของขนาดโดยรวม รองลงมาคือ “กองทุนผสม” ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท หรือ 16% “กองทุนตราสารหนี้” 5.5 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% ทั้งนี้

แม้ว่ากองทุน SSF” จะมีกรอบการลงทุนที่เปิดกว้างให้สามารถลงทุนในต่างประเทศได้ แต่หากพิจารณาแยกย่อยในด้านประเภทกองทุนตาม Morningstar Category” พบว่า “กองทุนหุ้นไทย” ยังคงมีขนาดใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25.3% ของขนาดโดยรวม รองลงมาคือกองทุน Global Equity” 20.1% และกองทุนผสมประเภท “Aggressive Allocation” 10.8% ตามลำดับ
“นอกจากนี้ยังมี ‘กองทุนหุ้นสหรัฐ’ และ ‘กองทุนหุ้นจีน’ ที่ติดอยู่ในกลุ่มกองทุน 5 อันดับแรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดด้วย โดยหากรวมสัดสวนของประเภทกองทุน 5 อันดับแรกนี้เข้าด้วยกัน จะคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดถึง 72%”

ในด้านความสนใจของนักลงทุน กองทุน “SSF” มีเงินไหลเข้าสุทธิในปี2021-2022 เฉลี่ยปีละประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท และปรับตัวลดลงเล็กน้อยในปี2023 เหลือประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยในปีนี้ มีเงินไหลเข้าเพียงประมาณ 5 พันล้านบาท ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ายอดเงินลงทุนจะเข้ามาในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลของกองทุนลดหย่อนภาษี ทั้งนี้ ประเภทกองทุนที่มีเงินไหลเข้ามากที่สุดในปีนี้ 3 อันดับแรกได้แก่ กองทุนหุ้นสหรัฐ, กองทุนหุ้นทั่วโลก, และกองทุนหุ้นเทคโนโลยีตามลำดับ
“จุดเด่นของกองทุน SSF เมื่อเทียบกับกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีอื่นๆ คือ นโยบายการลงทุนที่สามารถลงทุนได้ในสินทรัพย์หลายประเภทไม่ว่าจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ โดยสามารถลงทุนได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งแตกต่างจากกองทุน ‘Thai ESG’ และยังไม่มีเงื่อนไขเรื่องการลงทุนต่อเนื่องอีกด้วย ลงทุนปีไหนใช้สิทธิปีนั้น”
สำหรับใครที่กำลังมองหากองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี เชื่อว่ากองทุน “SSF” น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี และปีนี้ยังเป็น “ปีสุดท้าย” ที่โครงการจะหมดอายุการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอีกด้วย
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...