เฮดจ์ฟันด์สหรัฐฯ เพิ่มลงทุนหุ้นเทคฯ-อีคอมเมิร์ซจีนที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ใน Q3/24
เฮดจ์ฟันด์สหรัฐฯ เพิ่มลงทุนหุ้นเทคฯ-อีคอมเมิร์ซจีนที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ใน Q3/24
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 พ.ย. 67 17:47 น.
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์ของสหรัฐฯ เพิ่มการลงทุนในบริษัทจีนที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 3 ซึ่ง Goldman Sachs ระบุว่า JD.com ยักษ์ค้าปลีกอีคอมเมิร์ซและ GDS Holdings ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นสองบริษัทที่มีปริมาณการเข้าซื้อหุ้นมากที่สุดในช่วงดังกล่าว
ปริมาณการเข้าลงทุนในหุ้นจีนโดยเฮดจ์ฟันด์ของสหรัฐฯ ในตลาดทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 โดย Goldman Sachs ระบุว่า 25% ของกองทุนรวมตราสารทุนที่มีสถานะ Long-short ถือสถานะซื้อ (Long Position) ในหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างน้อยหนึ่งรายการในช่วงต้นไตรมาสที่ 4 ปีนี้
โดย JD.com ได้รับความสนใจมากที่สุด และดึงดูดกองทุนเฮดจ์ฟันด์เข้ามาลงทุน 47 กอง และพบว่ามีกองทุนเพิ่มขึ้น 26 กองที่เพิ่มการถือครองหุ้นในไตรมาสที่ 3 ตามมาด้วย GDS และเครือโรงแรม Atour Lifestyle Holdings
การกลับเข้ามาลงทุนในหุ้นจีนในฝั่งวอลล์สตรีทเกิดขึ้นหลังจากหุ้นจีนพุ่งแรงในช่วงปลายเดือนก.ย. ซึ่งขณะนั้น จีนได้ประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลายส่วน ก่อนที่แรงบวกจะแผ่วลง ขณะที่หุ้นเข้าสู่ช่วงปรับฐาน เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังแผนการใช้จ่ายทางการคลัง และกังวลความเสี่ยงจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง
ขณะที่ข้อมูลอีกชุดหนึ่งจากเอกสาร "13-F" ที่ยื่นต่อก.ล.ต.สหรัฐฯ ยังเผยว่า Appaloosa Management กองทุนเฮดจ์ฟันด์สหรัฐฯ ของมหาเศรษฐีเดวิด เทปเปอร์ เพิ่มการลงทุนใน JD.com ขึ้นอีก 69% และยังเพิ่มการถือหุ้นใน PDD Holdings แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ มากกว่าสองเท่าในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา
ที่มาReuters
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ