โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมล็ดกาแฟโลกทั้งอราบิก้า-โรบัสต้า พุ่งสูงสุดในรอบเกือบครึ่งศตวรรษ ชาวไร่กาแฟมองราคาพุ่งต่อ แห่เก็งกำไร ราคาเมล็ดกาแฟทะยานกว่า 70% ตั้งแต่ต้นปีนี้

BTimes

อัพเดต 02 ธ.ค. 2567 เวลา 17.12 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2567 เวลา 01.25 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์นานาชาติ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หรือไอซีอี เปิดเผยว่า สัญญาซื้อขายราคาเมล็ดกาแฟล่วงหน้า หรือ Futures สายพันธุ์อราบิก้า พุ่งขึ้นแตะสูงสุดที่ระดับ 3.3545 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ ส่งผลทำสถิติราคาสูงสุดในรอบ 43 ปีหรือนับตั้งแต่ปี 1977 เป็นต้นมา หลังจากนั้นมีราคาปิดลดลงมาแตะที่ระดับ 3.1805 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ หรือลดลง -1.5% เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2024

สอดคล้องกับราคาสัญญาซื้อขายราคาเมล็ดกาแฟล่วงหน้า หรือ Futures สายพันธุ์โรบัสต้า พุ่งขึ้นแตะสูงสุดที่ระดับ 5,694 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ส่งผลทำสถิติราคาสูงสุดในรอบ 47 ปีหรือนับตั้งแต่ปี 1977 ก่อนที่ราคาจะปิดลดลงมาแตะที่ระดับ 5,377 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ หรือลดลง -2.7% เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2024

สาเหตุจากชาวไร่ในอุตสาหกรรมสวนกาแฟที่ประเทศบราซิลชะลอการส่งมอบเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อราบิก้าในฤดูกาลเก็บเกี่ยวช่วงสิ้นปีนี้ ด้วยความหวังว่าราคาเมล็ดกาแฟมีความเป็นไปได้สูงที่จะถีบตัวสูงขึ้นมากกว่าในปัจจุบันอีก ส่งผลให้ในขณะนี้เกิดภาวะขาดแคลนเมล็ดกาแฟในช่วงระยะสั้น ในขณะเดียวกันทำให้บรรดานายหน้าซื้อขายเมล็ดกาแฟต้องขาดทุนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากคาดว่าจะได้รับการส่งมอบกาแฟพันธุ์ดังกล่าวตามเวลากำหนด

นอกจากนี้ มีการประเมินว่าในปี 2025 การฟื้นตัวของผลผลิตเมล็ดกาแฟพันธุ์อราบิก้าในประเทศบราซิล อาจจะเผชิญกับอุปสรรคและข้อจำกัดหลายอย่างเนื่องจากภาวะโลกร้อน ที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตในปีนี้ ในปัจจุบัน ราคาเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อราบิก้าพุ่งทะยานขึ้นถึง 71% นับตั้งแต่ต้นปีผ่านมา สอดคล้องกับราคาเมล็ดโกโก้ซึ่งมีราคาถีบตัวสูงขึ้นมากกว่า 2 เท่าในปีนี้เช่นกัน

ย้อนกลับเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2024 ผ่านมา นายเดวิด เรนนี หัวหน้าแผนกแบรนด์กาแฟ เนสท์เล่ ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชื่อดังระดับโลก เปิดเผยว่า บริษัทเนสท์เล่เตรียมแผนตัดลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ในการผลิตกาแฟด้วยการลดขนาดกาแฟผงสำเร็จรูปและกาแฟแคปซูล สาเหตุจากต้นทุนของวัตถุดิบเมล็ดกาแฟถีบตัวสูงขึ้นมาก ในขณะเดียวกัน ทำการขึ้นราคาขายกาแฟแบรนด์เนสกาแฟ และเนสเพรสโซ

สำหรับกลยุทธ์การปรับขึ้นราคาขายของเนสท์เล่ ได้เริ่มมานับตั้งแต่ปี 2022 ด้วยการขึ้นราคากาแฟมา 2 ครั้ง ในขณะที่เนสท์เล่มีความได้เปรียบจากการมีผลิตภัณฑ์สในพอร์ตเป็นจำนวนมากมาย ทำให้มีการพึ่งพากลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟน้อยกว่าคู่แข่งบางราย

โฆษกบริษัทเนสท์เล่ ชี้แจงเหตุผลว่า ตั้งเป้าหมายที่จะดึงดูดลูกค้าเพิ่มมากขึ้นด้วยการขนาดบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น กาแฟผสมขนาดเล็กสำหรับชงครั้งเดียว และแบบเติมซ้ำ หรือรีฟิลนั้น จะมีราคาที่หลากหลาย นอกจากนั้น เทคโนโลยีการสกัดเมล็ดกาแฟใหม่ของเนสท์เล่จะสามารถสกัดกาแฟออกมาจากเมล็ดกาแฟได้มากขึ้น และส่งผลกระทบต่อคุณภาพของกาแฟเนสท์เล่

ปัจจัยของวัตถุดิบเมล็ดกาแฟในในปีนี้ที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้น มาจากบราซิลและเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศผู้ปลูกกาแฟรายใหญ่ของโลก ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้าย ส่งผลต่อการผลิตเมล็ดกาแฟไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาด ขณะนี้ ราคาซื้อขายล่วงหน้าเมล็ดกาแฟพันธุ์อราบิก้ามีราคาเพิ่มขึ้นแลถึง 50% สอดคล้องกับราคาซื้อขายล่วงหน้าเมล็ดกาแฟโรบัสต้าที่เพิ่มขึ้นถึง 65%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...