โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรกๆ หวาน หลังๆ ขม ทำความรู้จักกับ ‘Love Bombing’ พฤติกรรมแบบหลอกให้รักแล้วจากไป

The Momentum

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2568 เวลา 03.41 น. • THE MOMENTUM

ในละครหลังข่าวเรามักเห็นตัวละครร้ายมีลักษณะคล้ายคาสโนวา ชอบมาโปรยเสน่ห์หลอกล่อนางเอกให้ตกหลุมพราง ด้วยการพยายามทำดีทุกวิถีทาง คอยเอาใจใส่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสำคัญ แต่เบื้องลึกนั้นแฝงเจตนาชั่วร้ายและเล่ห์เหลี่ยมเอาไว้

ความตลกของพล็อตเช่นนี้คือ เวลาเราเห็นคนที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้ในละคร เรามักดูออกตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกๆ ของตัวละครเหล่านั้น แต่ในชีวิตจริงเราจะรู้ตัวว่าเจอคนลักษณะนี้ก็ต่อเมื่อตกเข้าไปอยู่ในเกมกลของเขาเรียบร้อยแล้ว เพราะในความเป็นจริงทุกอย่างมันแยบยลมากกว่านั้น

ในช่วงแรกเขาอาจส่งข้อความมาหาคุณทุกชั่วโมง ถามไถ่ถึงสิ่งที่ทำอยู่ พูดคุยแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุกดิบ จากนั้นก็พ่นคำหวานดั่งน้ำตาล เพื่อหว่านล้อมให้คุณรู้สึกว่าเขาเป็นคนดี หลังจากเริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ เขาจะเริ่มนัดเจอคุณ พาไปร้านอาหารดีๆ ขับรถมารับมาส่ง สร้างความประทับใจในระดับดีเยี่ยม แต่เมื่อใดที่เขารู้ว่าคุณเริ่มมีใจให้ มีความรู้สึกดี หรือมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน เขาจะเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ และหากคุณร้องขอมากเกินไป เขาจะประกาศยุติความสัมพันธ์ลงแบบงงๆ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เรียกว่า ‘Love Bombing’

Love Bombing หรือระเบิดเวลารัก คือพฤติกรรมที่ทำให้เขาคนนั้นรู้สึกเป็นคนพิเศษในช่วงแรกของความสัมพันธ์ ก่อนจะเผยธาตุแท้ออกมาในภายหลังว่า เป็นคนที่นิสัยไม่ได้ดีเลิศดั่งที่เป็นก่อนหน้า ในบางกรณีอาจมีพฤติกรรมหึงหวงจนมากเกินไป ควบคุมชีวิตคนรักจนเกินพอดี หรือด่าทอข่มขู่ให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ความสัมพันธ์นั้นๆ กลายเป็นความรักที่เปื้อนพิษ (Toxic Relationship) สุดท้ายแล้วส่วนใหญ่ความสัมพันธ์ก็จะจบลงแบบไม่ดีนัก เปรียบเสมือนระเบิดเวลานับถอยหลัง

โดยส่วนใหญ่แล้วพฤติกรรมแบบ Love Bombing จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสร้างความประทับใจ ระยะลดทอนคุณค่า และระยะละทิ้งให้โดดเดี่ยว โดยระยะแรกผู้ที่มีพฤติกรรมแบบ Love Bombing จะพยายามทำดีกับอีกฝ่ายทุกวิถีทาง เพื่อสร้างความประทับใจจนอีกฝ่ายไม่สามารถถอนตัวออกจากความสัมพันธ์ได้ และเมื่อเหล่าผู้วางระเบิด Love Bombing รู้ตัวว่า อีกฝ่ายตกหลุมพรางเข้ามาอยู่กับตนแล้ว พฤติกรรมของพวกเขาจะเข้าสู่ระยะที่ 2 ในทันที พวกเขาจะเริ่มทำนิสัยแย่ๆ และกดดันให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง หากมีปัญหากันมาเรื่อยๆ เจ้าพวก Love Bombing จะทำการหนีปัญหา โดยการตีตัวออกห่างหรือยุติความสัมพันธ์ลง

ดร.อไลนา เทียนี (Alaina Tiani) นักจิตวิทยาด้านความสัมพันธ์ กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของผู้ที่มีพฤติกรรมแบบ Love Bombing ไม่ใช่แค่การแสวงหาความรักเท่านั้น แต่เป็นการแสวงหา ‘การควบคุมผู้อื่น’ เพื่อทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณพวกเขา ซึ่งพฤติกรรมแบบ Love Bombing อาจเกิดจากทั้งความตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ทว่าส่วนใหญ่พฤติกรรมลักษณะนี้มักเกิดจากประสบการณ์ที่ไม่ดีในอดีตและความป่วยไข้ส่วนตัว

ผู้ที่มีพฤติกรรมแบบ Love Bombing ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความรู้สึกไม่มั่นคงในความสัมพันธ์ หรือมีรูปแบบความสัมพันธ์แบบวิตกกังวล (Anxious attachment) ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการวิธีการเลี้ยงดูตั้งแต่วัยเด็ก ที่พ่อแม่อาจมอบความรักให้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เมื่อเติบโตขึ้นคนเหล่านี้จึงรู้สึกวิตกกังวลเสมอ เวลาที่ได้ใช้ชีวิตผูกพันร่วมกับคนอื่น อีกปัจจัยหนึ่งคือ ผู้ที่มีพฤติกรรมแบบ Love Bombing บางส่วนมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder) เนื่องจากมีภาวะขาดความเคารพในตนเอง (Low-self Esteem) ทำให้พวกเขาต้องการความสนใจ ความรัก และต้องการถูกมองว่าเป็นคนสำคัญในสายตาคนอื่น

วิธีการที่ดีที่สุดในการเยียวยาปัญหาทางความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจาก Love Bombing คือการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาถึงเจตนาและขอบเขตของความสัมพันธ์ เพื่อสังเกตว่าผู้ที่มีพฤติกรรมแบบ Love Bombing จะสามารถเข้าใจ แก้ไข และปรับปรุงตัวเองได้หรือไม่ ถ้าการพูดคุยในครั้งนั้นเป็นไปในทิศทางที่ดี การประคับประคองความรักให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปได้ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่หากการพูดคุยไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น กลับแย่ลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ การพิจารณาจบความสัมพันธ์อย่างเข้าอกเข้าใจกันก็เป็นเรื่องที่สำคัญกว่า

อย่างไรก็ตามมีผู้คนอีกมากมายที่ต้องการเข้าหาคุณด้วยทั้งเจตนาดีและร้าย อย่าปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกเบี่ยงเบนเหตุผลในการพิจารณาบุคคลที่จะเข้ามาในชีวิต เพราะเราไม่รู้เลยว่า การถูกทำร้ายจิตใจแต่ละครั้ง ฝากบาดแผลแบบไหนเอาไว้บ้าง จดจำไว้ว่าบางครั้งความเจ็บปวดก็เป็นเพียงความเจ็บปวด มันไม่ได้สั่งสอน บอกกล่าว หรือเป็นบทเรียนอะไร นอกจากทำให้เรา ‘เจ็บ’ เพียงเท่านั้น

ที่มา

https://health.clevelandclinic.org/love-bombing

https://www.medparkhospital.com/lifestyles/love-bombing

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...