โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปภ.เร่งแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด แนะประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยกันฝุ่น PM 2.5 ลดการทำกิจกรรมนอกบ้านในระยะนี้

สวพ.FM91

อัพเดต 25 ม.ค. 2568 เวลา 02.05 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2568 เวลา 02.03 น.

วันนี้ (25 ม.ค. 68) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานจังหวัดแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนแนะนำประชาชนให้ติดตามสถานการณ์ฝุ่น และขอความร่วมมือใช้รถโดยสารสาธารณะ งดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM 2.5 ก่อนออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ฝุ่นละอองหนาแน่น ลดการทำกิจกรรมนอกบ้านในระยะนี้ ติดตั้งระบบเครื่องกรองอากาศในที่อยู่อาศัย เพื่อลดผลกระทบจากการสูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย หากมีอาการผิดปกติ อาทิ แสบจมูก หายใจผิดปกติ ระคายเคืองตา ให้รีบพบแพทย์ทันที

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ในห้วงปลายฤดูหนาวต่อเนื่องเข้าสู่ฤดูร้อนของทุกปี ประเทศไทยมักประสบกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในหลายพื้นที่ โดยสถานการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุจากธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์ อาทิ การคมนาคมขนส่ง การเผาในที่โล่ง การเกิดไฟป่า ภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง ประกอบกับสภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศบางพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงที่ลมสงบ ส่งผลให้ระดับเพดานการลอยตัวของอากาศต่ำลง การระบายอากาศไม่ดี ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองในบรรยากาศสูงขึ้น ในบางช่วงเวลา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนและไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 68 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมหารือร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ให้ใช้กลไกของกฎหมายตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 บริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเร่งด่วน และเร่งจัดตั้งศูนย์สื่อสารข้อมูลให้กับประชาชน เพื่อให้คำแนะนำด้านการปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง รวมถึงมาตรการของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ผ่านช่องทางที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย นอกจากนี้ ให้กำหนดมาตรการเฉพาะหน้าในการให้ความช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาสถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็ว ควบคู่กับการติดตามการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น ตามมติคณะรัฐมนตรีและตามข้องสั่งการของนายกรัฐมนตรี

นายภาสกร กล่าวต่อว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานจังหวัดแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่สถานการณ์คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยสนับสนุนปฏิบัติการฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัดและจริงจัง อีกทั้งประชาสัมพันธ์ผลกระทบของหมอกควันต่อสุขภาพอนามัย และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนแก่ประชาชน ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนใช้รถโดยสารสาธารณะ งดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น

"สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองสูง ขอให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน เพราะร่างกายจะสูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก รวมถึงปิดประตูหน้าต่างให้สนิท ติดตั้งระบบเครื่องกรองอากาศในที่อยู่อาศัย เพื่อลดผลกระทบจากการสูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย นอกากนี้ ขอให้ดูแลกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และภูมิแพ้ หากมีอาการผิดปกติของร่างกาย อาทิ เคืองตา แสบจมูก แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบาก ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว" อธิบดี ปภ. กล่าวทิ้งท้าย
ท้ายนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ที่ Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย X @DDPMNews Line @1784DDPM สามารถแจ้งและขอความช่วยเหลือ ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง" นายภาสกร อธิบดี ปภ. กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...