โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“รมว.คลัง – จุลพันธ์” แจงปมดึง ทุนสำรองระหว่างประเทศ ออกมาใช้เป็นเรื่องเข้าใจผิด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ธ.ค. 2567 เวลา 17.46 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2567 เวลา 10.46 น.

คลัง แจง ดึง ทุนสำรองระหว่างประเทศ มาใช้เป็นเรื่องเข้าใจผิด ยันไม่มีแนวคิดนี้ โดยจะสร้างกลไลดึงเม็ดเงินจากสภาพคล่องในระบบธนาคารพาณิชย์มาช่วยให้คนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นเพื่อดันเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2567 มีข่าวว่านายพิชัย ชุณหวิชร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง เตรียมดึงทุนสำรองระหว่างประเทศมาใช้ปล่อยสินเชื่อ 1 ล้านล้านบาท ลงสู่ภาคชนบท

16 ธ.ค. 2567 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการเข้าใจผิด กระทรวงการคลังไม่ได้จะนำเงินสำรองออกมาใช้แต่เป็นแนวคิดในการนำสภาพคล่องที่มีอยู่ในระบบเศรษฐกิจออกมาใช้ อย่างไรก็ตามต้องรอการประเมินผลมาตรการแก้หนี้คุณสู้ เราช่วย ก่อน

“เรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิด เราไม่ได้จะเอาเงินสำรองออกมาใช้แต่เป็นการนำสภาพคล่องที่มีอยู่ในระบบออกมาใช้ ซึ่งสภาพคล่องหมายถึงเงินที่แบงก์นำไปเก็บไว้ที่ธปท. ซึ่งธปท. เขาก็จะมีวิธีแปลงไปเป็นอะไรก็ได้ ไม่ใช่เป็นเงินสำรอง แต่จะเติมเม็ดเงินลงไปเท่าไรและเติมอย่างไร ต้องรอประเมินผลมาตรการแก้หนี้ที่เพิ่งออกมาก่อน”

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากได้หารือกับรมว. คลังแล้วแล้วยืนยันว่าไม่มีเรื่องการดึงทุนสำรองระหว่างประเทศออกมาใช้ โดยข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้คาดว่าจะเป็นความเข้าใจผิดจากการสื่อสาร

“ปัจจุบัน ระบบธนาคารพาณิชย์มีสภาพคล่องราว 3-4 ล้านล้านบาท ขณะที่ ธปท. เองก็มีสภาพคล่องจำนวนมาก ดังนั้นด้วยกลไกที่รัฐบาลมี และกำลังสร้างขึ้น เพื่อเอื้อในการดึงเม็ดเงินสภาพคล่องเหล่านี้ ออกมาหมุนเข้าระบบเศรษฐกิจ จะช่วยให้คนที่ประกอบอาชีพสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไปทำอะไรกับทุนสำรองของประเทศ ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...