โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

เลี้ยงลูกแบบซาเทียร์ (Satir's Model) : 5 รูปแบบการเลี้ยงลูกฉบับนักจิตบำบัด ที่มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

Mood of the Motherhood

อัพเดต 14 พ.ย. 2567 เวลา 01.13 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2567 เวลา 01.08 น. • Features

เวอร์จิเนีย ซาเทียร์ (Virginia Satir) นักจิตบำบัดและนักพัฒนาครอบครัวชาวอเมริกัน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกด้านการบำบัดครอบครัว (Family Therapy) และการพัฒนาแนวทางการสื่อสารในครอบครัว เธอเชื่อว่าปัญหาทางจิตใจหลายอย่างมาจากรูปแบบความสัมพันธ์และการสื่อสารที่ไม่เหมาะสมภายในครอบครัวเลี้ยงลูกแบบซาเทียร์ เกิดจากการที่ซาเทียร์มองว่าการเติบโตของมนุษย์นั้นเชื่อมโยงกับการสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง การเลี้ยงดูแบบเข้าใจและเคารพในตัวตนของแต่ละคนจะช่วยให้คนในครอบครัวเติบโตอย่างสมดุล แนวคิดสำคัญของเธอคือการสร้างความสัมพันธ์ที่เปิดกว้าง อบอุ่น และปลอดภัย ซึ่งช่วยให้แต่ละคนมีพื้นที่ในการแสดงความรู้สึกและเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองSatir’s Model หรือ การ เลี้ยงลูกแบบซาเทียร์ จึงเป็นแนวทางที่มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสาร การยอมรับตัวตน และการส่งเสริมความภาคภูมิใจในตัวเอง (self-esteem) ซึ่งเชื่อว่าความอบอุ่นและความเข้าใจภายในครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตทางอารมณ์และจิตใจของเด็กแนวทางนี้เหมาะกับการเลี้ยงลูกในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความกดดัน และการแข่งขันในสังคม เพราะเป็นการเลี้ยงที่เน้นให้ลูกเติบโตด้วยพื้นฐานอารมณ์มั่นคง มีทักษะการสื่อสารที่ดี และรู้สึกปลอดภัยที่จะเป็นตัวของตัวเองได้อย่างไร เราสรุปหลักการและแนวคิดที่สนใจมาให้ ดังนี้1. การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์

• คุณพ่อคุณแม่ควรพูดกับลูกอย่างเปิดเผยและจริงใจ: หมายถึงการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน ไม่ซ่อนความรู้สึก เช่น แทนที่จะพูดว่า “ทำไมลูกไม่ช่วยแม่บ้าง” ลองเปลี่ยนเป็น “วันนี้แม่เหนื่อยมากถ้าลูกช่วยแม่สักหน่อยก็จะดีมาก”• คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงคำพูดเชิงลบ: ไม่ควรใช้คำที่ดูถูกหรือประชดประชัน เช่น “ลูกทำอะไรช้าแบบนี้ จะไปสู้คนอื่นได้ยังไง” เพราะนั่นเป็นการทำลายความมั่นใจในตัวลูกมากเลยทีเดียว• คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกแสดงความคิดเห็น: เพื่อฝึกให้ลูกกล้าพูดและแสดงความคิดของตัวเองโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสินตลอดเวลา2. การสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง (Self-Esteem)

• คุณพ่อคุณแม่ควรชื่นชมในความพยายามของลูก: ให้ลูกเห็นว่าความพยายามมีค่า แม้ผลลัพธ์จะไม่สมบูรณ์ เช่น “แม่ภูมิใจตั้งแต่ที่เห็นว่าลูกตั้งใจอ่านหนังสือแล้วค่ะ”• ยอมรับความผิดพลาดของลูกอย่างเข้าใจ: คุณพ่อคุณแม่ควรปลูกฝังให้ลูกรู้ว่าความผิดพลาดคือโอกาสที่ลูกจะได้เรียนรู้ และคุณพ่อคุณแม่พร้อมจะเข้าใจในความผิดพลาดของลูกเสมอ• สอนให้ลูกเห็นว่าตัวเองมีคุณค่า: หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบกับผู้อื่น และแสดงให้ลูกเห็นว่าไม่ว่าจะอย่างไร ลูกก็เป็นคนสำคัญของครอบครัวเสมอ3. การยอมรับและเคารพตัวตนของลูก

• เข้าใจความแตกต่างของลูกทุกคน: เด็กแต่ละคนมีความชอบ ความถนัด และบุคลิกส่วนตัวที่ต่างกัน คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจและปรับเปลี่ยนการเลี้ยงดูให้เหมาะกับลูกแต่ละคน เช่น ถ้าลูกชอบศิลปะ ให้ส่งเสริมความสนใจด้านศิลปะ แม้ว่าลูกจะเล่นกีฬาไม่เก่งเท่าคนอื่น แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องบีบบังคับลูกเลยค่ะ• หลีกเลี่ยงการคาดหวังเกินจริง: อย่าคาดหวังหรือกดดันให้ลูกต้องเป็นในแบบที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการ• สนับสนุนการแสดงความเป็นตัวเอง: ให้ลูกมีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจในเรื่องเล็กๆ เช่น เลือกเสื้อผ้าหรือกิจกรรมที่อยากทำด้วยตัวเอง4. การแก้ปัญหาด้วยความร่วมมือ

• มองปัญหาเป็นโอกาสเรียนรู้: เมื่อเกิดปัญหาในครอบครัว ให้ทุกคนช่วยกันพูดคุยและเสนอวิธีแก้ไข แทนการหาคนผิด เช่น หากลูกทำของพัง ลองถามว่า “เราควรทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก”• เปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ: สร้างบรรยากาศที่ทุกคนรู้สึกว่าความเห็นของตนมีความหมาย เช่น หากจะไปเที่ยว ให้ลูกมีส่วนร่วมในการวางแผน• ส่งเสริมการคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง: แทนที่จะบอกวิธีหรือเข้าไปแก้ปัญหาให้ลูกทุกครั้ง คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งคำถามชวนให้ลูกคิด เช่น “ลูกคิดว่าวิธีไหนดีที่สุดในสถานการณ์นี้”5. การสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและปลอดภัย

• สร้างความไว้วางใจในครอบครัว: ลูกต้องรู้สึกว่าพ่อแม่พร้อมจะรับฟังและเข้าใจเสมอ ไม่ว่าเขาจะเจอปัญหาอะไร• ให้พื้นที่ในการแสดงความรู้สึก: สอนลูกให้บอกความรู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ หรือโกรธ โดยไม่ต้องกลัวการถูกตำหนิ เช่น “ลูกบอกแม่ได้นะว่ารู้สึกยังไงกับเรื่องนี้”• จัดเวลาให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน: เช่น กินข้าวพร้อมหน้าหรือทำกิจกรรมเล็กๆ ร่วมกัน เพื่อสร้างสายสัมพันธ์และความรู้สึกปลอดภัยทางใจอ่านบทความ: 4 วิธีซ่อมแซมและดูแลความสัมพันธ์ในครอบครัวอ้างอิงpsychologytoday

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...