โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดบทเรียน 7 ตร.ตื้บหนุ่ม ไล่จับรถแหกด่าน-ผิดคัน ให้ออกฟันทั้งวินัย-อาญา ตร.ถกด่วนขันน็อตจราจร

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 16 ธ.ค. 2567 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2567 เวลา 02.19 น.

เหตุการณ์ 7 ตำรวจจราจรรุมทำร้ายชายหนุ่มหลังจับกุมโดยเข้าใจว่าเป็นคนร้ายที่ขับแหกด่านตรวจมา สร้างแรงสะเทือนไปทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สะท้อนให้เห็นว่ายังมีตำรวจจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ใส่ใจกับ “พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย”

ถึงขนาดที่ พล.ต.ท.สยาม บุญสม รรท.ผบช.น. ต้องออกมาคาดโทษไปถึงผู้บังคับบัญชาว่า “หากมีครั้งต่อไป ถ้ามีการกระทำผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่อีก ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ ไม่มีความสามารถในตำแหน่ง ให้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งออกจากหน้าที่”

เรื่องราวถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม โดย พ.ต.ท.ธนชัย เกิดศรี อายุ 61 ปี อดีต สว.กก.2 บก.ปทส. ร้องเรียนสื่อมวลชนว่า นายธนานพ เกิดศรี อายุ 33 ปี ลูกชายถูกตำรวจสังกัด บก.จร.ประมาณ 7 นาย รุมกระทืบสาหัส หลังเจ้าตัวขับรถผ่านด่านตรวจบริเวณแยกเกษตร-นวมินทร์

แต่หลังจากผ่านด่านมาได้ไม่นาน มีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจขับตามมา ส่งสัญญาณเรียกให้จอด หลังจากเจ้าตัวยอมจอด ก็โดนลากลงมากระทืบจนอ่วม

ก่อนมาเฉลยความจริงภายหลังว่า ตำรวจไล่ตามรถที่หนีด่าน แต่เป็นการจับผิดคัน โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าอาคารสามารถบันทึกพฤติกรรมของตำรวจกลุ่มนี้ไว้ได้ทั้งหมด เป็นหลักฐานมัดตัวทั้ง 7 นายชนิดหมดโอกาสแก้ตัว

ต่อมาวันที่ 5 ธันวาคม ที่ บช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 และ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร รอง ผบก.จร. ร่วมกันแถลงกรณีดังกล่าวว่า จากการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง บก.จร.พบว่ามีมูล สอดคล้องกับที่ญาติของผู้เสียหายให้ข้อมูล

รวมถึงตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 7 คนได้รับสารภาพ ว่าร่วมกันกระทำการดังกล่าวจริง ซึ่งผู้บังคับบัญชาของทั้ง 7 คนได้ควบคุมตัวไปมอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นจะดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กายและใจก่อน ส่วนข้อหาอื่นๆ หากตรวจสอบพบเข้าข่ายครบองค์ประกอบข้อหาใดก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม

รอง ผบช.น.ยังยืนยันว่า บช.น.จะไม่ปกป้อง ให้ความช่วยเหลือ หรือทำให้คดีบิดเบี้ยว อย่างที่สังคมตั้งข้อสังเกต โดยจะทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา เพราะคดีนี้ข้อเท็จจริงมีเพียงอย่างเดียว ประกอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดพลาดของตำรวจทั้ง 7 นายเอง ที่ไม่มีการตรวจสอบให้ละเอียดรอบคอบ ว่ารถที่แหกด่านเป็นรถของผู้กระทำความผิดจริงหรือไม่

และแม้ว่าหากผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้ที่ขับรถฝ่าด่านจริง ตำรวจก็ไม่มีสิทธิ์กระทำการในลักษณะดังกล่าว

ส่วนประเด็นที่ทุกคนสงสัยว่าตำรวจทั้ง 7 นาย ทำไมจึงมี 4 นายที่แต่งชุดนอกเครื่องแบบ

พล.ต.ต.นพศิลป์อธิบายเหตุการณ์ว่า ช่วงเวลาดังกล่าวมีการตั้งด่านกวดขันวินัยการจราจรของ บก.จร. ซึ่งขณะนั้นมีตำรวจประจำด่านทั้งหมด 15 นาย ในระหว่างนั้นได้พบรถเก๋งมาสด้าสีแดง ที่มีปัญหาเมาแล้วขับ เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวเข้าด่าน แต่ปรากฏว่าคนขับรถได้ขับรถฝ่าด่านออกไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งก่อนหน้านั้นเพียง 5 นาที ผู้บาดเจ็บได้เข้าด่านตรวจ เพื่อวัดระดับแอลกอฮอล์ 3 ครั้ง ตามขั้นตอน และพบว่าไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด แต่รถไม่ติดแผ่นป้ายภาษี จึงได้ทำการว่ากล่าวตักเตือน และปล่อยตัวไป

หลังจากนั้นผู้ต้องสงสัยเมาแล้วขับ ซึ่งขับรถยนต์ที่มีลักษณะเหมือนกันกับผู้เสียหาย ได้ขับรถแหกด่านออกไป ตำรวจในด่านจึงได้ตะโกนไปว่ามีรถแหกด่าน เป็นรุ่นและสีเดียวกันกับรถของผู้เสียหาย

ตำรวจทั้ง 7 นาย ประกอบด้วยนอกเครื่องแบบ 4 นาย ซึ่งออกเวรแล้ว แต่ยังคงประจำอยู่ในจุดดังกล่าว และในเครื่องแบบ 3 นาย ที่ยังอยู่ในเวลาเวร ได้สมัครใจขับรถตามรถคันของผู้ต้องสงสัยไป

จากนั้นก็เป็นไปตามข้อมูลที่ญาติผู้เสียหายระบุ ยืนยันตำรวจมียุทธวิธีในการดำเนินการ โดยจะเริ่มจากการพูดคุยด้วยวาจา และหากพบพฤติการณ์ของฝ่ายตรงข้ามมีแนวโน้มจะใช้กำลัง ก็จะพิจารณาตามสัดส่วน

พล.ต.ต.นพศิลป์ยังกล่าวแสดงความเสียใจและฝากไปถึงครอบครัวของผู้ได้รับบาดเจ็บว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลรวมทั้งผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเต็มที่ เพิ่งทราบว่าผู้เสียหายก็เป็นลูกตำรวจเช่นเดียวกัน

แต่ไม่ว่าจะเป็นลูกตำรวจหรือประชาชนคนธรรมดาก็ไม่ควรเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น

ขณะที่ในส่วนของการดำเนินคดี เมื่อกลางดึกวันที่ 6 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สังกัด กก.1 บก.จร.ทั้ง 7 นาย เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.บางเขน โดยพยายามหลบเลี่ยงสื่อมวลชน พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน กล่าวว่า ตำรวจจราจร 7 นาย ได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนครบทุกคนแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นการสอบปากคำ เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกาย”

ส่วนพยานหลักฐานขณะนี้ทางตำรวจได้คลิปจากกล้องวงจรปิดจุดเกิดเหตุครบถ้วน เหลือเพียงต้องกลับไปสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม เพื่อให้ช่วยยืนยันตัวตำรวจแต่ละราย รวมถึงลักษณะการก่อเหตุ และระหว่างก่อเหตุได้มีการพูดคุยอะไรบ้าง ซึ่งยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

กรณีที่ครอบครัวของผู้เสียหายว่าคดีนี้อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายนั้นอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนประเด็นที่ทางครอบครัวต้องการเห็นภาพจากกล้องบอดี้แคมของตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่นั้น ทางพนักงานสอบสวนได้ประสานไปยังกองบังคับการตำรวจจราจร เพื่อขอดูภาพดังกล่าวแล้ว

คดีนี้เกิดขึ้นขณะที่ตำรวจกองบังคับการจราจรตั้งด่านตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.บางเขน แต่การทำร้ายร่างกายผู้เสียหายนั้นเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจโคกคราม เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.บางเขนจะเป็นผู้รับผิดชอบสำนวนที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา ก่อนจะส่งมอบสำนวนให้ สน.โคกครามดำเนินการต่อ

แต่เนื่องจากคดีนี้มีความผิดตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงต้องส่งสำนวนคดีไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นผู้พิจารณาชี้มูลความผิด และส่งสำนวนกลับมาให้ตำรวจส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ส่วนการดำเนินการทางวินัย ทางกองบังคับการตำรวจจราจรอยู่ระหว่างการพิจารณาโทษความผิดตามวินัยร้ายแรง

สำหรับตำรวจจราจรทั้ง 7 นาย เข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ รวมถึงยังมีประเด็นที่ต้องสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม ทำให้หลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้น ตำรวจจราจร 7 นายจะถูกปล่อยตัวชั่วคราว

พล.ต.ท.สยาม บุญสม รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.จร. มีคำสั่งให้ ร.ต.อ.ทวีพงษ์ อึดทุม รอง สว.งานสายตรวจ 1 กก.1 บก.จร., ส.ต.อ.วีรพงษ์ มะณี ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 5 กก.1 บก.จร., ส.ต.อ.ปพนธีร์ เลิศอนันต์ ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 5 กก.1 บก.จร., ส.ต.อ.กีรติ ประสพโชค ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 5 กก.1 บก.จร., ส.ต.อ.วัชรวี ทวีบุรุษ ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 5 กก.1 บก.จร., ส.ต.อ.จักรินทร์ ใคร่ครวญ ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 1 กก.1 บก.จร., ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ ดุษฎี ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร. ออกจากราชการไว้ก่อน

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้รับทราบรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ต่อมาวันที่ 9 ธันวาคม ที่ห้องประชุม บก.อคฝ. พล.ต.ท.สยาม บุญสม รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. ดูแลงานจราจร พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.จร. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 รอง ผบก.น.1-9 ดูแลงานจราจร ผกก.ทำงานเกี่ยวข้องกับจราจร รอง ผกก.จร. ทั้ง 88 สถานีตำรวจนครบาล ร่วมประชุมกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจร

พล.ต.ท.สยามกำชับการปฏิบัติอย่าให้มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกโดยเด็ดขาด และขอให้นำข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน อบรมฝึกยุทธวิธีการเข้าจับกุมตามระเบียบแบบแผนตามกฎหมาย รวมทั้งชุดคำพูดในการปฏิบัติหน้าที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข อดีต ผบ.ตร. ได้สร้างแนวคิดดังกล่าวไว้ เนื่องจากในการปฏิบัติหน้าที่อาจมีการปะทะกับประชาชนที่ไม่พอใจในการปฏิบัติหน้าที่ จึงต้องอดทนอดกลั้น และต้องมีผู้บังคับบัญชาลงมาตรวจสอบการปฏิบัติเมื่อเกิดปัญหา และดำเนินการให้ถูกต้องเพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

ทั้งนี้ หากมีครั้งต่อไปถ้ามีการกระทำผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่อีกผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ ไม่มีความสามารถในตำแหน่งให้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งออกจากหน้าที่หากไม่สามารถปฏิบัติงานดังกล่าวได้

ดังนั้น ใครมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงขอให้ดำเนินการตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชา อย่าปล่อยให้ลูกน้องแก้ไขปัญหาหรือทำงานโดยลำพัง ต้องให้ความรับผิดชอบและให้คำแนะนำ

ขณะที่ในส่วนของนายยุทธนา พนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ผู้ขับขี่รถมาสด้าสีแดงคันต้นเหตุ ก็เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในความผิด 4 ข้อหา คือ เมาสุราในขณะขับรถ, ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน, ทำให้เสียทรัพย์ และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย

ข้อดีของการมีด่านตรวจคือมีส่วนช่วยป้องกันเหตุอาชญากรรมและอุบัติเหตุ แต่พฤติกรรมที่ลุแก่อำนาจของผู้ปฏิบัติงาน กลายเป็นประเด็นร้อนที่ผู้บังคับบัญชาต้องเร่งแก้ไข

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถอดบทเรียน 7 ตร.ตื้บหนุ่ม ไล่จับรถแหกด่าน-ผิดคัน ให้ออกฟันทั้งวินัย-อาญา ตร.ถกด่วนขันน็อตจราจร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...