โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว เที่ยวแม่กำปอง ม่อนแจ่ม 3 วัน 2 คืน ช่วงไฮซีซั่นอย่างไร? ไม่ให้งบบานปลาย เพียง 5 แบงค์เทา!

LSA Thailand

อัพเดต 13 ธ.ค. 2567 เวลา 14.48 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2567 เวลา 02.00 น. • Lifestyle Asia Thailand
เที่ยวแม่กำปอง

มีหลายคนที่อยากออกไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ แต่ก็ติดปัญหาลางานไม่ได้ จะไปเที่ยวช่วงวันหยุดยาว ไฮซีซั่น หรือ กรีนซีซั่น ก็กลัวว่างบจะบานปลาย วันนี้เราจะพาคุณไป เที่ยวแม่กำปอง ม่อนแจ่ม ช่วงไฮซีซั่น มาดูกันว่าเที่ยวอย่างไรไม่ให้งบบานปลาย

Relate article

เปิดแพลน เที่ยวเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน หรูหราจัดเต็ม จนไม่อยากกลับ

10 ร้านอาหาร เชียงใหม่ Bib Gourmand เสน่ห์แห่งรสชาติหัวเมืองเหนือล้านนา มีร้านไหนน่าชิมบ้าง ?

ต้องยอมรับก่อนว่าการไปเที่ยวช่วงวันหยุดยาวไฮซีซั่น ทั้งค่าเดินทางและที่พักมีการอัพราคาขึ้นแน่นอนอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่วิธีที่จะช่วยให้เราเซฟค่าใช้จ่ายได้ดีที่สุด นั่นคือการจองล่วงหน้า ยิ่งเราจองล่วงหน้ามากเท่าไหร่ เราก็จะได้ที่พักและตั๋วเดินทางที่ถูกลงมากขึ้นเท่านั้น

ทริปนี้เป็นทริปเที่ยวแม่กำปอง ม่อนแจ่ม 2 คน แพลน 3 วัน 2 คืนช่วงวันหยุด วันที่ 5 – 7 ธันวาคม 2024 เราแพลนล่วงหน้าประมาณ 6 เดือน

  • โดยเริ่มจากการจองที่พักแม่กำปอง 1 คืน ในราคา 1,000 บาท/ จองที่พักที่ม่อนแจ่มอีก 1 คืนแต่ที่พักม่อนแจ่มช่วงหยุดยาวและไฮซีซั่นแบบนี้ ผู้คนจะค่อนข้างหนาแน่น เราเลยเลือกพักที่โป่งแยง ซึ่งห่างจากม่อนแจ่มประมาณ 10 กิโลเมตร ระดับความสูงเท่า ๆ กันกับม่อนแจ่ม แต่จะเงียบสงบกว่า เราได้ที่พักมาในราคา 1,600 บาท ซึ่งจริง ๆ แล้วราคาช่วงวันหยุดจะสูงกว่านี้ แต่เราแอบไปต่อรองราคาลงมาได้นิดหน่อย (อย่างที่บอกว่ายิ่งเราจองเร็วเราก็ยิ่งได้ราคาที่ถูก)
  • ต่อด้วยการจองตั๋วเครื่องบิน เชียงใหม่ – ดอนเมือง 2 คน ในราคา 2,092 บาท (จองผ่าน Trip.com อันนี้แอบกระซิบบอก ให้คอยเข้าไปเช็คราคาบ่อย ๆ เพราะจะมีช่วงเวลาที่ตั๋วถูกแพงไม่เท่ากัน พอได้ราคาที่เราพอใจค่อยจอง)
  • ปิดท้ายด้วยการจองตั๋วรถไฟนอน ด่วนพิเศษ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ 2 คน ในราคา 1,606 บาท

4 ธันวาคม 2024

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

เราเริ่มออกเดินทางจาก สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ด้วยรถไฟนอน ด่วนพิเศษ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ เวลา 20:05 น. ตอนแรกแอบกังวลนิดหน่อยว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า เพราะเป็นการเดินทางด้วยรถไฟนอนครั้งแรก แต่บอกเลยว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ตรงทางเดินเปิดไฟสว่างทั้งขบวน แต่ตอนนอนเราสามารถปิดม่านได้ มีเจ้าหน้าประจำรถไฟเดินตรวจเรื่อย ๆ มีที่สำหรับชาร์จมือถือ ห้องน้ำสะอาด ค่อนข้างประทับใจกับประสบการณ์ขึ้นรถไฟนอนครั้งแรก พอประมาณ 7 โมง จะมีเจ้าที่มาเก็บที่นอนให้ และพับที่นอนให้เป็นที่นั่งสำหรับชมวิวระหว่างการเดินทาง

DAY 1 ( 5 ธันวาคม 2024 )

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

08:50 น. เดินทางถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ ล้างหน้า-แปรงฟัน และเริ่มต้นทริป เที่ยวแม่กำปอง ม่อนแจ่ม ด้วยการเรียกแกร๊ป 83 บาท ไปเช่ามอเตอร์ไซค์ที่ร้านแถวสถานีขนส่งอาเขต (แต่จริง ๆ ที่สถานีรถไฟก็มีร้านเช่านะ แต่ร้านที่สถานีอาเขตมีรถให้เลือกเยอะกว่า เราเลยเลือกที่นั่น)

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

ทางร้านแนะนำ มอเตอร์ไซค์ 125 CC ขึ้นไปเพราะเราต้องขี่ขึ้นเขา เราเลยเลือกเวฟ 125CC เช่า 2 วันครึ่ง เป็นเงิน 750 บาท(ราคาขึ้นอยู่กับ CC และรุ่น) เมื่อจัดการเช่ามอเตอร์ไซค์เรียบร้อย ก็พร้อมออกเดินทาง

ร้านใต้ถุนบ้าน

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

จุดเช็คอินแรกที่เราไปคือ ร้าน ใต้ถุนบ้าน เพื่อทานกาแฟและมื้อเช้า เป็นร้านสไตล์บ้าน ๆ ให้ความรู้สึกทานข้าวอยู่ใต้ถุนบ้านกับครอบครัวดูอบอุ่นสุด ๆ ค่าใช้จ่ายมื้อนี้อยู่ที่ 285 บาท จากนั้นก็พร้อมออกเดินทางไปแม่กำปอง ระยะทาง 48 กิโลเมตร

ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเชิงดอย

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

เวลา 12:30 น. แวะพักทานมื้อกลางวันกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเชิงดอย ร้านอยู่ติดถนนระหว่างทางไปแม่กำปองเลย ด้านหลังเป็นวิวสระน้ำบรรยากาศเย็นสบายเหมาะสำหรับการนั่งพักเหนื่อยมาก ค่าใช้จ่ายมื้อนี้ (ก๋วยเตี๋ยว+เครื่องดื่ม) 150 บาท หลังจากทานเสร็จก็พร้อมเดินทางต่ออีก 28 กิโลเมตร

บ้านพักชื่นชีวา

เที่ยวแม่กำปอง
Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

13:50 น. ในที่สุดก็เดินทางถึงแม่กำปอง ได้เวลาเช็กอินพอดี เราพักที่บ้านชื่นชีวา เป็นบ้านพักสไตล์วินเทจ ล้านนา อยู่ท้าย ๆ หมู่บ้าน สูงกว่าจุดที่เป็นตลาด ทำให้มองเห็นวิวภูเขาอีกมุมของแม่กำปอง แถมอากาศก็เย็นสบายมาก

Claai Cafe’& Eatery

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

เช็คอินเสร็จก็นั่งพักนิดหน่อยก่อนจะไปต่อที่ Claai Cafe’& Eastery ซึ่งห่างจากแม่กำปองประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ กลางหุบเขา ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ และลำธาร เราอยากให้ทุกคนได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง บรรยากาศตรงปกสุด ๆ เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ค่อนข้างนาน เพราะอยากกักตุนความรู้สึกนี้ให้ได้มากที่สุด ให้คุ้มกับการเดินทางมาหลายร้อยกิโลเมตรจาก กทม. ค่าใช้จ่ายร้านนี้อยู่ที่ 285 บาท

เวลา 16:45 น. ได้เวลากลับที่พักเพื่อไปเตรียมตัวเดินเล่นที่ตลาดแม่กำปองในตอนเย็น

แม่กำปองยามเย็น

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

หลังกลับจากคาเฟ่ก็กลับที่พัก นั่งชมวิวหลังบ้านนิดหน่อย พอฟ้าเริ่มมืด ก็ได้เวลาเดินเล่นที่แม่กำปองกันแล้ว ตอนกลางคืนตลาดแม่กำปองจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟที่ตกแต่งแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน แต่มองแล้วทุกอย่างกลับดูเข้ากันได้อย่างลงตัว ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้แม่กำปองหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาใหญ่มากขึ้นไปอีก หลังจากเดินเล่นและซื้ออาหารสำหรับมื้อเย็นเรียบร้อยก็ได้เวลากลับที่พัก ค่าใช้จ่ายมื้อนี้อยู่ที่ 250 บาท และหลังจากตะลุยกินตะลุยเที่ยวมาทั้งวัน เวลา 20:30 น. ก็ได้เวลาอาบน้ำพักผ่อน เตรียมร่างกายสำหรับทริป เที่ยวแม่กำปอง ม่อนแจ่ม DAY2

DAY 2 ( 6 ธันวาคม 2024 )

05:30 น. เราตื่นอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน (น้ำเย็นมาก! ก.ไก่ล้านตัว เย็นจนหน้าชา) แต่จริง ๆ มีเครื่องทำน้ำอุ่นนะ แต่เราไม่ได้ใช้ ชาเลนจ์ตัวเองสุด ๆ หลังจากทำภาระกิจส่วนตัวเสร็จก็ชงกาแฟไปนั่งดูวิวหลังบ้าน มองแสงอาทิตย์กระทบกับเมฆยามเช้าเกิดเป็นท้องฟ้าสีส้มอ่อนตัดกับวิวภูเขาเขียวชอุ่ม บรรยากาศกำลังเย็นสบาย ให้ความรู้สึกเหมือนได้ชาร์จแบตเต็ม 100%

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

หลังจากฟ้าสว่างเต็มที่ ก็ได้เวลาทานมื้อเช้ากันแล้ว เราลงมาเดินเล่นกันที่ตลาดแม่กำปอง ถ่ายรูปบรรยากาศอีกนิดหน่อย ตอนเช้าร้านจะเปิดน้อยกว่าตอนเย็น แต่ก็พอมีร้านค้าให้เราเลือกอยู่ไม่น้อย หลังทานมื้อเช้าเสร็จก็ได้เวลาเดินกลับที่พักเก็บของเช็กเอาท์เพื่อไปจุดเช็กอินต่อไป ค่าใช้จ่ายสำหรับมื้อเช้า 250 บาท

Teddu Coffee

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

เวลา 09:20 น. ณ Teddu Coffee ห่างจากจุดที่เราพักเพียง 600 เมตร แต่เนื่องจากคาเฟ่อยู่หน้าหมู่บ้านทางที่เราจะไปม่อนแจ่ม เราเลยเลือกเช็กเอาท์ออกมาเลย จะได้ไม่เสียเวลาย้อนกลับไปกลับมา Teddu Coffee เป็นคาเฟ่ที่มีทั้งน้ำตก วิวภูเขา และสะพานแขวน ซึ่งจุดที่ต้องไปเช็กอินให้ได้คือสะพานแขวน อาจจะขาสั่นนิดหน่อย แต่วิวข้างบนสวยมาก! ถ้าไม่ขึ้นไปคือพลาดสุด ๆ ค่าใช้จ่ายร้านนี้อยู่ที่ 320 บาท ต้องบอกว่าจ่ายในราคาหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านที่แท้ทรู เราใช้เวลาที่คาเฟ่นี้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังโป่งแยง ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร

น้ำตกแม่สา

เที่ยวแม่กำปอง
Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

ประมาณ 13:00 น. เราแวะพักเหนื่อยที่น้ำตกแม่สา จ่ายค่าเข้าคนละ 20 บาท ค่ามอเตอร์ไซค์ 20 บาท รวมเป็น 60 บาท น้ำตกแม่สาอยู่ก่อนทางขึ้นเขาไปม่อนแจ่ม มีทั้งหมด 10 ชั้น แต่เราไม่ได้ขึ้นไปต่อแค่อยากมานั่งพักเหนื่อยเฉย ๆ แต่แค่ชั้นแรกก็ทำเราใจฟูแล้ว ไม่อยากคิดถ้าขึ้นไปถึงชั้นที่ 10 จะสวยขนาดไหน ถ้ามีโอกาสก็อยากลองขึ้นไปให้ถึงสักครั้ง หลังจากหายเหนื่อย ก็พร้อมเดินทางต่ออีกประมาณ 17 กิโลเมตร

ระเบียงม้ง

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

14:20 น. เช็กอินระเบียงม้ง ที่พักคืนที่ 2 ของเรา เป็นที่พักในโป่งแยง ห่างจากม่อนแจ่มประมาณ 10 กิโลเมตร แต่ระดับความสูงพอ ๆ กันกับม่อนแจ่ม ใครที่ชอบวิวม่อนแจ่มแต่ไม่ชอบคนเยอะ ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว เราจองหลังที่เป็นกระโจมสำหรับ 2 คน วิวภูเขา กระโจมล้อมรอบไปด้วยต้นอโวคาโด วิวดีแบบตะโกน นั่งพักนิดหน่อยก็ได้เวลาไปเที่ยวกันต่อ

ai nara cafe

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

ai nara cafe ห่างจากจุดที่เราพัก ประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นคาเฟ่กลางเขาสไตล์ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้านและทำเล ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ญี่ปุ่น ยิ่งช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน จะมีแสงแดดสีส้มกระทบกับต้นหญ้าสีเขียวบวกกับอากาศเย็น ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่คาเฟ่ที่ญี่ปุ่นจริง ๆ คาเฟ่ที่นี่มีคนแนะนำว่าให้มาวันธรรมดา เพราะวันหยุดคนจะเยอะหน่อย ตอนแรกก็กลัวคนจะเยอะเหมือนกัน เนื่องจากเป็นวันที่หลายคนเลือกลาต่อเนื่องมาเที่ยวกันเยอะ แต่ก็ลองเสี่ยงดวงดู แต่พอมาถึงคนก็ไม่ได้เยอะมาก อาจเป็นเพราะที่นี่มีพื้นที่กว้างขวางรองรับประมาณลูกค้าได้เพียงพอ และเรามาค่อนข้างเย็น คนเลยบางตาแล้ว ถ้าใครเลือกเวลาได้ เราอยากให้มาช่วงเย็นแบบเราจะดีมาก ทั้งบรรยากาศ แสง ทุกอย่าง mood ดีไปหมด เราอยู่ที่นี่ถึงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินก็ต้องรีบกลับที่พัก เพราะกลัวว่าจะมืดก่อนถึงที่พัก ค่าอาหารและเครื่องดื่มร้านนี้อยู่ที่ 370 บาท

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

กลับถึงที่พักฟ้าก็เริ่มสลัวแล้ว เดินชมวิวต่ออีกนิดหน่อยก็กลับบ้านพัก มื้อเย็นเราสั่งหมูกระทะมานั่งทานที่หน้ากระโจม ชุดละ 500 บาท ได้เยอะมาก กินกันจนจุก หมูกระทะกับอากาศเย็น ๆ ช่างเป็นอะไรที่เข้ากันที่สุด หลักจากกินเสร็จก็นั่งให้อาหารย่อยสักพัก ก็ได้เวลาอาบน้ำ ตอนแรกตั้งใจว่าอาบน้ำเสร็จจะเคลียร์รูปล้านแปดที่ถ่ายมาวันนี้ แต่บรรยากาศน่าจะดีเกินไป เคลียร์รูปได้ครึ่งเดียวก็สลบกันไปเลย

DAY 3 ( 7 ธันวาคม 2024 )

เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอ วันนี้เราต้องเดินทางกลับไปทำงานที่เรารักแล้ว…

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

06:20 น. เราตื่นเพราะเสียงไก่ขันยามเช้าให้ความรู้สึกที่ดีกว่าเสียงนาฬิกาที่ปลุกเราในทุกวัน เมื่อคืนเราตั้งใจเปิดกระโจมไว้เพื่อต้องการตื่นมาดูวิวตอนเช้า และไม่ผิดหวังเลย เพราะสิ่งแรกที่เห็นหลังลืมตาคือภาพวิวภูเขาที่ตัดด้วยฟ้าสีส้มปนครามกับบรรยากาศโดยรอบที่ยังสว่างไม่เต็มที่ ให้ความรู้สึกใจฟูมาก ไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดยังไง เรานั่งมองวิวอยู่แบบนั้นจนพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ก็ได้เวลาล้างหน้าแปรงฟันเพื่อไปทานอาหารเช้า

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

เช้านี้กับเมนูกาแฟร้อนกับขนมปังปิ้งราดด้วยน้ำผึ้งหอมหวาน นั่งชมวิวฟังเสียงนกร้อง มองน้องบินไปมาเกาะตามกิ่งไม้ เป็นอะไรที่ฟีลกู๊ดสุด ๆ หลังทานมื้อเช้าเสร็จ ก็เดินเก็บภาพบรรยากาศโดยรอบกันอีกนิดหน่อย

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

มีอุโมงสะพานดอกไม้สำหรับถ่ายรูป และเป็นทางเชื่อมไปยังจุดชมวิวที่อยู่กลางเขาสามารถมองเห็นภูเขาได้ทั้งลูก ใช้เวลาชมวิวสักพัก ก็ได้เวลากลับที่พักไปอาบน้ำเพื่อเช็กเอาท์กันแล้ว

09:30 น. เช็กเอาท์ระเบียงม้ง ยังไม่อยากกลับเลย แต่ก็ถึงเวลาเดินทางลงเขาแล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับมาที่นี่อีกสักครั้ง

บ้านข้างวัด

เที่ยวแม่กำปอง
Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

11:30 น. ยังพอมีเวลาเหลือนิดหน่อยก่อนคืนรถ เราเลยแวะเดินเล่นที่บ้านข้างวัด แหล่งรวมของแฮนด์เมด ที่วาดรูป ทาสี งานศิลปะ และของกินต่าง ๆ ไว ้ในที่เดียวกัน บรรยากาศค่อนข้างครึกครื้น เราแวะกินไอศกรีม 3 Scoops 120 บาท และเดินเล่นต่ออีกนิดหน่อย ก็ได้เวลาเดินทางต่อเพื่อไปคืนมอเตอร์ไซค์

13.10 น. คืนมอเตอร์ไซค์เสร็จก็เรียกแกร๊ปเพื่อไปสนามบิน ค่าโดยสาร 220 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาทีก็ถึงสนามบินแล้ว เราเลยหาอะไรรองท้องนิดหน่อยระหว่างรอขึ้นเครื่อง ค่าใช้จ่ายมื้อนี้อยู่ที่ 335 บาท

Photo Credit: by theimaxzakung via Instagram

14:50 น. เครื่อง Take off จากสนามบินเชียงใหม่

16:20 น. เครื่อง Landing ถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ

สรุปค่าใช้จ่ายทริป เที่ยวแม่กำปอง ม่อนแจ่ม ช่วงไฮซีซั่น!

ค่าที่พักคืนที่หนึ่ง 1,000

ค่าที่พักคืนที่สอง 1,600

ค่าตั๋วรถไฟ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ 1,606

ค่าตั๋วเครื่องบิน เชียงใหม่ – ดอนเมือง 2,092

ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ 750

ค่าแกร๊ปไปร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ 83

ค่าแกร๊ปไปสนามบิน 220

เติมน้ำมัน 2 รอบรอบละ 50 รวม 100

ค่าเข้าน้ำตกแม่สา 60

ค่าอาหารและเครื่องดื่ม DAY 1 970

ค่าอาหารและเครื่องดื่ม DAY 2 1,440

ค่าอาหารและเครื่องดื่ม DAY 3 455

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 10,376 หาร 2 คน ตกคนละ 5,188 บาท

เป็นทริปเที่ยวช่วงไฮซีซั่น ที่แพลนแน่นมาก ไปคาแฟ่แบบจุก ๆ ได้ที่พักวิวหลักล้าน ใช้งบเพียงคนละ 5 พันนิด ๆ คือว่าคุ้มมาก เราตั้งงบไว้ไม่เกินคนละ 6 พัน ถือว่าเป็นการจัดการค่าใช้จ่ายได้ลงตัวมากสำหรับการเที่ยวช่วงไฮซีซั่น แถมเป็นช่วงวันหยุดยาวด้วย คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ก่อนจบทริปวันนี้ เราอยากแนะนำสำหรับคนที่อยากเช่ามอเตอร์ไซค์เหมือนเรา อยากให้ขับขี่กันช้า ๆ และระมัดระวังกันด้วยนะ เพราะทางขึ้นแม่กำปองเป็นทางขึ้นเขาค่อนข้างแคบและโค้งเยอะ ต้องระวังรถสวนดี ๆ ส่วนทางไปที่พักม่อนแจ่มโป่งแยงเป็นทางขึ้นเขาค่อนข้างชัน ดังนั้นรถที่แนะนำสำหรับทริปนี้คือ รถที่มีกำลัง 125 CC ขึ้นไป ขอให้ทุกคนเอ็นจอยกับการออกไปท่องเที่ยว ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Main, Hero and Featured images: by theimaxzakung via Instagram

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...