รีวิว เที่ยวแม่กำปอง ม่อนแจ่ม 3 วัน 2 คืน ช่วงไฮซีซั่นอย่างไร? ไม่ให้งบบานปลาย เพียง 5 แบงค์เทา!
LSA Thailand
อัพเดต 13 ธ.ค. 2567 เวลา 14.48 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2567 เวลา 02.00 น. • Lifestyle Asia Thailandมีหลายคนที่อยากออกไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ แต่ก็ติดปัญหาลางานไม่ได้ จะไปเที่ยวช่วงวันหยุดยาว ไฮซีซั่น หรือ กรีนซีซั่น ก็กลัวว่างบจะบานปลาย วันนี้เราจะพาคุณไป เที่ยวแม่กำปอง ม่อนแจ่ม ช่วงไฮซีซั่น มาดูกันว่าเที่ยวอย่างไรไม่ให้งบบานปลาย
Relate article
เปิดแพลน เที่ยวเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน หรูหราจัดเต็ม จนไม่อยากกลับ
10 ร้านอาหาร เชียงใหม่ Bib Gourmand เสน่ห์แห่งรสชาติหัวเมืองเหนือล้านนา มีร้านไหนน่าชิมบ้าง ?
ต้องยอมรับก่อนว่าการไปเที่ยวช่วงวันหยุดยาวไฮซีซั่น ทั้งค่าเดินทางและที่พักมีการอัพราคาขึ้นแน่นอนอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่วิธีที่จะช่วยให้เราเซฟค่าใช้จ่ายได้ดีที่สุด นั่นคือการจองล่วงหน้า ยิ่งเราจองล่วงหน้ามากเท่าไหร่ เราก็จะได้ที่พักและตั๋วเดินทางที่ถูกลงมากขึ้นเท่านั้น
ทริปนี้เป็นทริปเที่ยวแม่กำปอง ม่อนแจ่ม 2 คน แพลน 3 วัน 2 คืนช่วงวันหยุด วันที่ 5 – 7 ธันวาคม 2024 เราแพลนล่วงหน้าประมาณ 6 เดือน
- โดยเริ่มจากการจองที่พักแม่กำปอง 1 คืน ในราคา 1,000 บาท/ จองที่พักที่ม่อนแจ่มอีก 1 คืนแต่ที่พักม่อนแจ่มช่วงหยุดยาวและไฮซีซั่นแบบนี้ ผู้คนจะค่อนข้างหนาแน่น เราเลยเลือกพักที่โป่งแยง ซึ่งห่างจากม่อนแจ่มประมาณ 10 กิโลเมตร ระดับความสูงเท่า ๆ กันกับม่อนแจ่ม แต่จะเงียบสงบกว่า เราได้ที่พักมาในราคา 1,600 บาท ซึ่งจริง ๆ แล้วราคาช่วงวันหยุดจะสูงกว่านี้ แต่เราแอบไปต่อรองราคาลงมาได้นิดหน่อย (อย่างที่บอกว่ายิ่งเราจองเร็วเราก็ยิ่งได้ราคาที่ถูก)
- ต่อด้วยการจองตั๋วเครื่องบิน เชียงใหม่ – ดอนเมือง 2 คน ในราคา 2,092 บาท (จองผ่าน Trip.com อันนี้แอบกระซิบบอก ให้คอยเข้าไปเช็คราคาบ่อย ๆ เพราะจะมีช่วงเวลาที่ตั๋วถูกแพงไม่เท่ากัน พอได้ราคาที่เราพอใจค่อยจอง)
- ปิดท้ายด้วยการจองตั๋วรถไฟนอน ด่วนพิเศษ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ 2 คน ในราคา 1,606 บาท
4 ธันวาคม 2024
เราเริ่มออกเดินทางจาก สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ด้วยรถไฟนอน ด่วนพิเศษ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ เวลา 20:05 น. ตอนแรกแอบกังวลนิดหน่อยว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า เพราะเป็นการเดินทางด้วยรถไฟนอนครั้งแรก แต่บอกเลยว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ตรงทางเดินเปิดไฟสว่างทั้งขบวน แต่ตอนนอนเราสามารถปิดม่านได้ มีเจ้าหน้าประจำรถไฟเดินตรวจเรื่อย ๆ มีที่สำหรับชาร์จมือถือ ห้องน้ำสะอาด ค่อนข้างประทับใจกับประสบการณ์ขึ้นรถไฟนอนครั้งแรก พอประมาณ 7 โมง จะมีเจ้าที่มาเก็บที่นอนให้ และพับที่นอนให้เป็นที่นั่งสำหรับชมวิวระหว่างการเดินทาง
DAY 1 ( 5 ธันวาคม 2024 )
08:50 น. เดินทางถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ ล้างหน้า-แปรงฟัน และเริ่มต้นทริป เที่ยวแม่กำปอง ม่อนแจ่ม ด้วยการเรียกแกร๊ป 83 บาท ไปเช่ามอเตอร์ไซค์ที่ร้านแถวสถานีขนส่งอาเขต (แต่จริง ๆ ที่สถานีรถไฟก็มีร้านเช่านะ แต่ร้านที่สถานีอาเขตมีรถให้เลือกเยอะกว่า เราเลยเลือกที่นั่น)
ทางร้านแนะนำ มอเตอร์ไซค์ 125 CC ขึ้นไปเพราะเราต้องขี่ขึ้นเขา เราเลยเลือกเวฟ 125CC เช่า 2 วันครึ่ง เป็นเงิน 750 บาท(ราคาขึ้นอยู่กับ CC และรุ่น) เมื่อจัดการเช่ามอเตอร์ไซค์เรียบร้อย ก็พร้อมออกเดินทาง
ร้านใต้ถุนบ้าน
จุดเช็คอินแรกที่เราไปคือ ร้าน ใต้ถุนบ้าน เพื่อทานกาแฟและมื้อเช้า เป็นร้านสไตล์บ้าน ๆ ให้ความรู้สึกทานข้าวอยู่ใต้ถุนบ้านกับครอบครัวดูอบอุ่นสุด ๆ ค่าใช้จ่ายมื้อนี้อยู่ที่ 285 บาท จากนั้นก็พร้อมออกเดินทางไปแม่กำปอง ระยะทาง 48 กิโลเมตร
ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเชิงดอย
เวลา 12:30 น. แวะพักทานมื้อกลางวันกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเชิงดอย ร้านอยู่ติดถนนระหว่างทางไปแม่กำปองเลย ด้านหลังเป็นวิวสระน้ำบรรยากาศเย็นสบายเหมาะสำหรับการนั่งพักเหนื่อยมาก ค่าใช้จ่ายมื้อนี้ (ก๋วยเตี๋ยว+เครื่องดื่ม) 150 บาท หลังจากทานเสร็จก็พร้อมเดินทางต่ออีก 28 กิโลเมตร
บ้านพักชื่นชีวา
13:50 น. ในที่สุดก็เดินทางถึงแม่กำปอง ได้เวลาเช็กอินพอดี เราพักที่บ้านชื่นชีวา เป็นบ้านพักสไตล์วินเทจ ล้านนา อยู่ท้าย ๆ หมู่บ้าน สูงกว่าจุดที่เป็นตลาด ทำให้มองเห็นวิวภูเขาอีกมุมของแม่กำปอง แถมอากาศก็เย็นสบายมาก
Claai Cafe’& Eatery
เช็คอินเสร็จก็นั่งพักนิดหน่อยก่อนจะไปต่อที่ Claai Cafe’& Eastery ซึ่งห่างจากแม่กำปองประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ กลางหุบเขา ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ และลำธาร เราอยากให้ทุกคนได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง บรรยากาศตรงปกสุด ๆ เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ค่อนข้างนาน เพราะอยากกักตุนความรู้สึกนี้ให้ได้มากที่สุด ให้คุ้มกับการเดินทางมาหลายร้อยกิโลเมตรจาก กทม. ค่าใช้จ่ายร้านนี้อยู่ที่ 285 บาท
เวลา 16:45 น. ได้เวลากลับที่พักเพื่อไปเตรียมตัวเดินเล่นที่ตลาดแม่กำปองในตอนเย็น
แม่กำปองยามเย็น
หลังกลับจากคาเฟ่ก็กลับที่พัก นั่งชมวิวหลังบ้านนิดหน่อย พอฟ้าเริ่มมืด ก็ได้เวลาเดินเล่นที่แม่กำปองกันแล้ว ตอนกลางคืนตลาดแม่กำปองจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟที่ตกแต่งแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน แต่มองแล้วทุกอย่างกลับดูเข้ากันได้อย่างลงตัว ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้แม่กำปองหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาใหญ่มากขึ้นไปอีก หลังจากเดินเล่นและซื้ออาหารสำหรับมื้อเย็นเรียบร้อยก็ได้เวลากลับที่พัก ค่าใช้จ่ายมื้อนี้อยู่ที่ 250 บาท และหลังจากตะลุยกินตะลุยเที่ยวมาทั้งวัน เวลา 20:30 น. ก็ได้เวลาอาบน้ำพักผ่อน เตรียมร่างกายสำหรับทริป เที่ยวแม่กำปอง ม่อนแจ่ม DAY2
DAY 2 ( 6 ธันวาคม 2024 )
05:30 น. เราตื่นอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน (น้ำเย็นมาก! ก.ไก่ล้านตัว เย็นจนหน้าชา) แต่จริง ๆ มีเครื่องทำน้ำอุ่นนะ แต่เราไม่ได้ใช้ ชาเลนจ์ตัวเองสุด ๆ หลังจากทำภาระกิจส่วนตัวเสร็จก็ชงกาแฟไปนั่งดูวิวหลังบ้าน มองแสงอาทิตย์กระทบกับเมฆยามเช้าเกิดเป็นท้องฟ้าสีส้มอ่อนตัดกับวิวภูเขาเขียวชอุ่ม บรรยากาศกำลังเย็นสบาย ให้ความรู้สึกเหมือนได้ชาร์จแบตเต็ม 100%
หลังจากฟ้าสว่างเต็มที่ ก็ได้เวลาทานมื้อเช้ากันแล้ว เราลงมาเดินเล่นกันที่ตลาดแม่กำปอง ถ่ายรูปบรรยากาศอีกนิดหน่อย ตอนเช้าร้านจะเปิดน้อยกว่าตอนเย็น แต่ก็พอมีร้านค้าให้เราเลือกอยู่ไม่น้อย หลังทานมื้อเช้าเสร็จก็ได้เวลาเดินกลับที่พักเก็บของเช็กเอาท์เพื่อไปจุดเช็กอินต่อไป ค่าใช้จ่ายสำหรับมื้อเช้า 250 บาท
Teddu Coffee
เวลา 09:20 น. ณ Teddu Coffee ห่างจากจุดที่เราพักเพียง 600 เมตร แต่เนื่องจากคาเฟ่อยู่หน้าหมู่บ้านทางที่เราจะไปม่อนแจ่ม เราเลยเลือกเช็กเอาท์ออกมาเลย จะได้ไม่เสียเวลาย้อนกลับไปกลับมา Teddu Coffee เป็นคาเฟ่ที่มีทั้งน้ำตก วิวภูเขา และสะพานแขวน ซึ่งจุดที่ต้องไปเช็กอินให้ได้คือสะพานแขวน อาจจะขาสั่นนิดหน่อย แต่วิวข้างบนสวยมาก! ถ้าไม่ขึ้นไปคือพลาดสุด ๆ ค่าใช้จ่ายร้านนี้อยู่ที่ 320 บาท ต้องบอกว่าจ่ายในราคาหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านที่แท้ทรู เราใช้เวลาที่คาเฟ่นี้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังโป่งแยง ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร
น้ำตกแม่สา
ประมาณ 13:00 น. เราแวะพักเหนื่อยที่น้ำตกแม่สา จ่ายค่าเข้าคนละ 20 บาท ค่ามอเตอร์ไซค์ 20 บาท รวมเป็น 60 บาท น้ำตกแม่สาอยู่ก่อนทางขึ้นเขาไปม่อนแจ่ม มีทั้งหมด 10 ชั้น แต่เราไม่ได้ขึ้นไปต่อแค่อยากมานั่งพักเหนื่อยเฉย ๆ แต่แค่ชั้นแรกก็ทำเราใจฟูแล้ว ไม่อยากคิดถ้าขึ้นไปถึงชั้นที่ 10 จะสวยขนาดไหน ถ้ามีโอกาสก็อยากลองขึ้นไปให้ถึงสักครั้ง หลังจากหายเหนื่อย ก็พร้อมเดินทางต่ออีกประมาณ 17 กิโลเมตร
ระเบียงม้ง
14:20 น. เช็กอินระเบียงม้ง ที่พักคืนที่ 2 ของเรา เป็นที่พักในโป่งแยง ห่างจากม่อนแจ่มประมาณ 10 กิโลเมตร แต่ระดับความสูงพอ ๆ กันกับม่อนแจ่ม ใครที่ชอบวิวม่อนแจ่มแต่ไม่ชอบคนเยอะ ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว เราจองหลังที่เป็นกระโจมสำหรับ 2 คน วิวภูเขา กระโจมล้อมรอบไปด้วยต้นอโวคาโด วิวดีแบบตะโกน นั่งพักนิดหน่อยก็ได้เวลาไปเที่ยวกันต่อ
ai nara cafe
ai nara cafe ห่างจากจุดที่เราพัก ประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นคาเฟ่กลางเขาสไตล์ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้านและทำเล ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ญี่ปุ่น ยิ่งช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน จะมีแสงแดดสีส้มกระทบกับต้นหญ้าสีเขียวบวกกับอากาศเย็น ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่คาเฟ่ที่ญี่ปุ่นจริง ๆ คาเฟ่ที่นี่มีคนแนะนำว่าให้มาวันธรรมดา เพราะวันหยุดคนจะเยอะหน่อย ตอนแรกก็กลัวคนจะเยอะเหมือนกัน เนื่องจากเป็นวันที่หลายคนเลือกลาต่อเนื่องมาเที่ยวกันเยอะ แต่ก็ลองเสี่ยงดวงดู แต่พอมาถึงคนก็ไม่ได้เยอะมาก อาจเป็นเพราะที่นี่มีพื้นที่กว้างขวางรองรับประมาณลูกค้าได้เพียงพอ และเรามาค่อนข้างเย็น คนเลยบางตาแล้ว ถ้าใครเลือกเวลาได้ เราอยากให้มาช่วงเย็นแบบเราจะดีมาก ทั้งบรรยากาศ แสง ทุกอย่าง mood ดีไปหมด เราอยู่ที่นี่ถึงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินก็ต้องรีบกลับที่พัก เพราะกลัวว่าจะมืดก่อนถึงที่พัก ค่าอาหารและเครื่องดื่มร้านนี้อยู่ที่ 370 บาท
กลับถึงที่พักฟ้าก็เริ่มสลัวแล้ว เดินชมวิวต่ออีกนิดหน่อยก็กลับบ้านพัก มื้อเย็นเราสั่งหมูกระทะมานั่งทานที่หน้ากระโจม ชุดละ 500 บาท ได้เยอะมาก กินกันจนจุก หมูกระทะกับอากาศเย็น ๆ ช่างเป็นอะไรที่เข้ากันที่สุด หลักจากกินเสร็จก็นั่งให้อาหารย่อยสักพัก ก็ได้เวลาอาบน้ำ ตอนแรกตั้งใจว่าอาบน้ำเสร็จจะเคลียร์รูปล้านแปดที่ถ่ายมาวันนี้ แต่บรรยากาศน่าจะดีเกินไป เคลียร์รูปได้ครึ่งเดียวก็สลบกันไปเลย
DAY 3 ( 7 ธันวาคม 2024 )
เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอ วันนี้เราต้องเดินทางกลับไปทำงานที่เรารักแล้ว…
06:20 น. เราตื่นเพราะเสียงไก่ขันยามเช้าให้ความรู้สึกที่ดีกว่าเสียงนาฬิกาที่ปลุกเราในทุกวัน เมื่อคืนเราตั้งใจเปิดกระโจมไว้เพื่อต้องการตื่นมาดูวิวตอนเช้า และไม่ผิดหวังเลย เพราะสิ่งแรกที่เห็นหลังลืมตาคือภาพวิวภูเขาที่ตัดด้วยฟ้าสีส้มปนครามกับบรรยากาศโดยรอบที่ยังสว่างไม่เต็มที่ ให้ความรู้สึกใจฟูมาก ไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดยังไง เรานั่งมองวิวอยู่แบบนั้นจนพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ก็ได้เวลาล้างหน้าแปรงฟันเพื่อไปทานอาหารเช้า
เช้านี้กับเมนูกาแฟร้อนกับขนมปังปิ้งราดด้วยน้ำผึ้งหอมหวาน นั่งชมวิวฟังเสียงนกร้อง มองน้องบินไปมาเกาะตามกิ่งไม้ เป็นอะไรที่ฟีลกู๊ดสุด ๆ หลังทานมื้อเช้าเสร็จ ก็เดินเก็บภาพบรรยากาศโดยรอบกันอีกนิดหน่อย
มีอุโมงสะพานดอกไม้สำหรับถ่ายรูป และเป็นทางเชื่อมไปยังจุดชมวิวที่อยู่กลางเขาสามารถมองเห็นภูเขาได้ทั้งลูก ใช้เวลาชมวิวสักพัก ก็ได้เวลากลับที่พักไปอาบน้ำเพื่อเช็กเอาท์กันแล้ว
09:30 น. เช็กเอาท์ระเบียงม้ง ยังไม่อยากกลับเลย แต่ก็ถึงเวลาเดินทางลงเขาแล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับมาที่นี่อีกสักครั้ง
บ้านข้างวัด
11:30 น. ยังพอมีเวลาเหลือนิดหน่อยก่อนคืนรถ เราเลยแวะเดินเล่นที่บ้านข้างวัด แหล่งรวมของแฮนด์เมด ที่วาดรูป ทาสี งานศิลปะ และของกินต่าง ๆ ไว ้ในที่เดียวกัน บรรยากาศค่อนข้างครึกครื้น เราแวะกินไอศกรีม 3 Scoops 120 บาท และเดินเล่นต่ออีกนิดหน่อย ก็ได้เวลาเดินทางต่อเพื่อไปคืนมอเตอร์ไซค์
13.10 น. คืนมอเตอร์ไซค์เสร็จก็เรียกแกร๊ปเพื่อไปสนามบิน ค่าโดยสาร 220 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาทีก็ถึงสนามบินแล้ว เราเลยหาอะไรรองท้องนิดหน่อยระหว่างรอขึ้นเครื่อง ค่าใช้จ่ายมื้อนี้อยู่ที่ 335 บาท
14:50 น. เครื่อง Take off จากสนามบินเชียงใหม่
16:20 น. เครื่อง Landing ถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ
สรุปค่าใช้จ่ายทริป เที่ยวแม่กำปอง ม่อนแจ่ม ช่วงไฮซีซั่น!
ค่าที่พักคืนที่หนึ่ง 1,000
ค่าที่พักคืนที่สอง 1,600
ค่าตั๋วรถไฟ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ 1,606
ค่าตั๋วเครื่องบิน เชียงใหม่ – ดอนเมือง 2,092
ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ 750
ค่าแกร๊ปไปร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ 83
ค่าแกร๊ปไปสนามบิน 220
เติมน้ำมัน 2 รอบรอบละ 50 รวม 100
ค่าเข้าน้ำตกแม่สา 60
ค่าอาหารและเครื่องดื่ม DAY 1 970
ค่าอาหารและเครื่องดื่ม DAY 2 1,440
ค่าอาหารและเครื่องดื่ม DAY 3 455
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 10,376 หาร 2 คน ตกคนละ 5,188 บาท
เป็นทริปเที่ยวช่วงไฮซีซั่น ที่แพลนแน่นมาก ไปคาแฟ่แบบจุก ๆ ได้ที่พักวิวหลักล้าน ใช้งบเพียงคนละ 5 พันนิด ๆ คือว่าคุ้มมาก เราตั้งงบไว้ไม่เกินคนละ 6 พัน ถือว่าเป็นการจัดการค่าใช้จ่ายได้ลงตัวมากสำหรับการเที่ยวช่วงไฮซีซั่น แถมเป็นช่วงวันหยุดยาวด้วย คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
ก่อนจบทริปวันนี้ เราอยากแนะนำสำหรับคนที่อยากเช่ามอเตอร์ไซค์เหมือนเรา อยากให้ขับขี่กันช้า ๆ และระมัดระวังกันด้วยนะ เพราะทางขึ้นแม่กำปองเป็นทางขึ้นเขาค่อนข้างแคบและโค้งเยอะ ต้องระวังรถสวนดี ๆ ส่วนทางไปที่พักม่อนแจ่มโป่งแยงเป็นทางขึ้นเขาค่อนข้างชัน ดังนั้นรถที่แนะนำสำหรับทริปนี้คือ รถที่มีกำลัง 125 CC ขึ้นไป ขอให้ทุกคนเอ็นจอยกับการออกไปท่องเที่ยว ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Main, Hero and Featured images: by theimaxzakung via Instagram
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.