โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ลูกสาวเจ้าของสวนส้มลุยเอง ไลฟ์ขายส้ม สร้างตลาดออนไลน์ ขายดี ขายหมด ฟันรายได้เกือบล้าน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 19 ส.ค. 2565 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2565 เวลา 03.00 น.

เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ในช่วงหลายปีหลังมานี้เราได้เห็นลูกหลานเกษตรกรหลายบ้านหันมาให้ความสนใจกับอาชีพเกษตรกรที่เป็นอาชีพดั้งเดิมพ่อกับแม่ทำมาก่อนแล้ว ถึงแม้ว่าบางบ้านจะส่งลูกไปเรียนไกลถึงเมืองนอกเมืองนา บางบ้านส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี ไปจนถึงปริญญาเอก ลูกๆ หลานๆ ก็ยังไม่ลืมที่จะกลับมาพัฒนาสานต่องานเกษตรที่เลี้ยงชีวิตพวกเขาให้เติบโตมาอย่างสมบูรณ์แบบอย่างทุกวันนี้ได้ อย่างเช่นว่าที่เกษตรกรสาวอายุน้อยท่านนี้

คุณวริศรา ไกรกิจราษฎร์ หรือ น้องอ้อม อายุ 22 ปี อยู่ที่ตําบลแม่สิน อําเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ลูกหลานเกษตรกรชาวสวนส้มเขียวหวาน ที่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเธอก็จะเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี กำลังเป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง อาศัยความรักและชอบในการขายของ เข้ามาช่วยทำการตลาดส้มที่สวนของพ่อกับแม่ จากผลผลิตที่เคยราคาตก ขายออกไม่หมด ปัญหาเหล่านี้ไม่มีอีกแล้ว

น้องอ้อม เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันตนกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ชั้นปีที่ 4 ใกล้เรียนจบปริญญาตรี จึงได้วางแผนอนาคตตนเองไว้ว่าหลังเรียนจบจะเข้ามาสานต่อสวนส้มเขียวหวานของครอบครัว และบททดสอบก็เข้ามาไวกว่าที่คิด จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทำให้ผลผลิตส้มของที่สวนที่เคยขายส่งให้กับพ่อค้าคนกลางขายไม่ได้ ซ้ำร้ายราคาของผลผลิตก็ตกต่ำ ตนจึงได้ใช้วิชาจากการที่เป็นคนชอบพูด ชอบขายของออนไลน์ นำมาประยุกต์ใช้กับการขายส้ม ที่จากเมื่อก่อนทั่วไปจะเห็นแต่ร้านไลฟ์ขายเสื้อผ้า เครื่องสำอาง แต่ของเราไลฟ์ขายส้ม ซึ่งผลลัพธ์ก็ดีเกินคาด ช่วยให้กระจายผลผลิตออกได้เร็วมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณภาพถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าสินค้าคุณภาพไม่ดีเราก็ขายได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น

ส้มเขียวหวาน 3,000 ต้น
การดูแลต้องทั่วถึง น้ำอย่าให้ขาด

น้องอ้อม บอกว่า ถึงแม้ว่าตนจะเข้ามาช่วยในส่วนของการตลาดเป็นหลัก แต่ในเรื่องของวิธีการปลูกและการดูแลสวนส้ม ตนก็พอมีวิชาความรู้ติดตัวอยู่ไม่น้อย เพราะสิ่งสำคัญในการขายของ ขายอย่างไรให้คนเชื่อถือ ขายอย่างไรให้สามารถบอกแหล่งที่มา และคุณภาพได้ คนขายก็ต้องเข้าไปคลุกคลีและรู้จริงในตัวผลผลิตที่ตนเองขายด้วย

โดยในปัจจุบันสวนส้มเขียวหวานของครอบครัว ปลูกอยู่จำนวน 3,000 ต้น จากเมื่อก่อนพื้นที่ในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะปลูกถั่ว ปลูกฝ้ายกันเยอะ แต่พอมาช่วงหลังเริ่มมีคนในหมู่บ้านเอาส้มเขียวหวานมาปลูกแล้วมีรายได้ดี มีเงินเก็บ คนในพื้นที่จึงเริ่มหันมาให้ความสนใจและเปลี่ยนมาปลูกส้มกันเกือบหมดทั้งหมู่บ้าน ซึ่งตากับยายของตนก็เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่เปลี่ยนจากการปลูกพืชท้องถิ่น มาปลูกส้มเขียวหวานมาจนถึงทุกวันนี้

การปลูกส้มให้ได้คุณภาพ เริ่มจากการเลือกกิ่งพันธุ์ที่มีคุณภาพ เลือกกิ่งที่สมบูรณ์ที่สุด ขยายพันธุ์ส้มด้วยวิธีการตอนกิ่ง เป็นวิธีที่สะดวก ง่ายและรวดเร็ว (นำกิ่งตอนมาชำและอนุบาล ไปเพาะสักประมาณ 1-2 เดือน แล้วจึงค่อยย้ายลงหลุมปลูก ควรขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างและลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ขุดหลุมให้เป็นวงกลม)

ปลูกในฤดูฝน การเตรียมดินเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่มีการใส่ปุ๋ยอย่างอื่นเพิ่มต้น เนื่องจากสภาพดินในพื้นที่ค่อนข้างมีความอุดมสมบูรณ์ ปลูกในระยะห่างระหว่างต้น 4×4 เมตร สำหรับที่ดอย ส่วนพื้นที่ราบปลูกในระยะ 5×5 เมตร ไว้สำหรับรองรับการเจริญเติบโตของต้นที่ทรงพุ่มที่ใหญ่

หลังจากปลูกเสร็จระยะ 1-2 ปีแรก ดูแลตัดหญ้า ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ปีละครั้ง และที่ขาดไม่ได้คือน้ำ ช่วงหน้าแล้งจะให้น้ำ เดือนละครั้ง ดูแลง่าย เนื่องจากส้มเขียวหวานเป็นสายพันธุ์ที่แข็งแรง ถึงช่วงฤดูฝนต้นจะได้กินน้ำอย่างเต็มที่ ใช้เวลาปลูกประมาณ 3-4 ปี ติดผล เรียกว่าส้มสาว

การให้น้ำ ส้ม ถือเป็นพืชที่ขาดน้ำไม่ได้ ที่สวนจะขุดสระกักเก็บน้ำไว้ใช้แต่ละแปลง และจำเป็นต้องมีระบบน้ำสปริงเกลอร์คอยซัพพอตในช่วงฝนแล้งจะให้น้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แบ่งเปิดเป็นล็อค ล็อคละ 50-60 ต้น เปิดรดน้ำล็อคละ 1 ชั่วโมง

ปุ๋ย ในช่วงที่ส้มยังไม่ให้ผลผลิตจะเน้นใส่ปุ๋ยขี้วัวเป็นหลัก ยังไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมี ใส่ขี้วัวปีละครั้ง ครั้งละ 5-7 กิโลกรัม ต่อต้น หว่านบริเวณรอบๆ โคนต้น แล้วพอหลังจากผลผลิตเริ่มออกจะเริ่มใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อบำรุงต้น บำรุงผล ปีละครั้ง ใส่ครั้งละ 7-8 กำมือ ต่อต้น

การแต่งกิ่ง จะเริ่มแต่งกิ่งตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ หรือปลูกได้ประมาณ 3 ปี ถ้าดูแลแบบดีๆ จะเริ่มออกดอก และเริ่มติดผลเล็กๆ เป็นช่วงที่จะทำการแต่งกิ่ง หลังจากการแต่งกิ่งเรียบร้อยแล้ว ลูกจะเริ่มโต ให้หาไม้มาค้ำต้นไว้ เพื่อที่จะให้ต้นพยุงลูกไว้ และถ้าต้นไหนผลออกมาเยอะเกินให้เด็ดทิ้ง เพื่อให้ต้นเลี้ยงลูกและสารอาหารได้ทั่วถึง และได้ผลผลิตส้มเขียวหวานที่ลูกใหญ่ เป็นที่ต้องการของตลาด

แมลงและไรศัตรูพืชส้มเขียวหวาน วิธีป้องกันแมลงและโรค คือการพ่นยาตามฤดูกาลและโรคในแต่ล่ะรุ่น

ปริมาณผลผลิตต่อต้น สำหรับต้นที่มีอายุประมาณ 5-6 ปี สามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 50 กว่ากิโลกรัม ต่อต้น หรือประมาณ 2 ตะกร้า ถ้าต้นส้มที่มีอายุ 8-9 ปี ผลผลิตได้ประมาณ 150 กว่ากิโลกรัม ต่อต้น หรือประมาณ 6 ตะกร้า น้ำหนักตะกร้าละ 25 กิโลกรัม

โดยส้มเขียวหวานของที่สวนจะแบ่งเก็บเป็น 3 รุ่น เพื่อให้มีขายตลอดทั้งปี และส้มแต่ละรุ่นจะมีความแตกต่างกันทั้งสีและรสชาติ ปัจจัยหลักที่ทำให้ส้มเขียวหวานแต่ละฤดูมีความแตกต่างกันคือปริมาณน้ำ และสภาพภูมิอากาศ

ส้มเขียวหวานรุ่นที่ 1 หรือส้มในฤดู ด้วยสภาพอากาศที่เย็น จึงทำให้ผิวส้มมีสีเหลืองทอง เนียนสวย เปลือกบาง รสชาติหวานนำ เข้มข้นสุดๆ ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม

ส้มเขียวหวานรุ่นที่ 2 หรือส้มนอกฤดูกาล จะเป็นช่วงที่ส้มเริ่มมีผิวสีเขียวปนเล็กน้อย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น แต่รสชาติยังหวานเข้มข้นเหมือนเดิม เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมีนาคม-มิถุนายน

ส้มเขียวหวานรุ่นที่ 3 หรือ ส้มนอกฤดู เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจึงทำให้ส้มในช่วงนี้ผิวจะเป็นสีเขียวมากกว่าสีเหลือง หรือเรียกว่า “สีสบันงา” รสชาติยังคงหวานเหมือนเดิม เริ่มเก็บเกี่ยวฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม

อนาคต วางแผนทำสวนส้ม
เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

น้องอ้อม เล่าให้ฟังว่า จากเดิมที่รุ่นพ่อกับแม่เคยขายให้แต่กับพ่อค้าแม่ค้าคนกลางเพียงอย่างเดียว ตนก็เข้ามาปรับเปลี่ยนพัฒนาในส่วนของการทำตลาดออนไลน์ รวมถึงในส่วนของการหาพ่อค้าซื้อแบบเหมาสวน ทำให้สามารถกระจายสินค้าออกได้เร็วขึ้น และเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น จากเดิมกิโลกรัมละ 5-6 บาท

ซึ่งใจความหลักสำคัญของการไลฟ์ขายส้มนั้น อยู่ที่แม่ค้าต้องเป็นคนช่างพูดช่างเจรจา และขยันนำสินค้ามาวางให้ผู้ชมไลฟ์ได้เห็น เห็นถึงความสด ความสวยของผิวส้ม และปอกให้เห็นถึงเนื้อใน ให้เห็นว่าคุณภาพดีแค่ไหน โดยจุดเด่นส้มเขียวหวานของที่สวน อยู่ที่รสชาติหวานฉ่ำ เปลือกบาง เพราะที่สวนไม่เคยปล่อยให้ส้มขาดน้ำเลย ใครที่เคยได้ลองซื้อไปชิมเป็นอันต้องติดใจกลับมาซื้อใหม่ทุกราย

ถัดมาการทำตลาดในเพจเฟซบุ๊กการถ่ายรูป เลือกรูปลงถือเป็นสิ่งสำคัญ ถ่ายยังไงให้คนเห็นแล้วคนซื้ออยากสั่ง อยากเข้ามาที่สวน เทคนิคก็คือความสม่ำเสมอ ถ่ายให้เขาเห็นทุกวัน วันนี้อาจจะถ่ายส้มติดผลดกเต็มต้น หรืออีกวันอาจจะถ่ายตอนกำลังเก็บส้มมาจัดเรียงใส่ตะกร้าอย่างสวยงาม โดยที่สวนอยากให้ลูกค้าเข้ามาชมเข้ามาชิมที่สวนเอง เพื่อให้ได้ลิ้มรสชาติ และรับรู้ถึงความใส่ใจในการดูแลของที่สวน แล้วจึงค่อยตัดสินใจสั่งซื้อ ปีนึงสามารถสร้างรายได้จากการขายส้มปีละประมาณ 7-8 แสนบาท หักต้นทุนออกประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคือกำไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการสวนของแต่ละที่ด้วย หากสวนไหนทำเองทุกขั้นตอนตั้งแต่การปลูก รดน้ำ-ใส่ปุ๋ย ก็จะเหลือกำไรเยอะ แต่ถ้าสวนไหนจ้างหมดทุกอย่างกำไรก็จะเหลือน้อย

โดยในอนาคตหากเรียนจบมาแล้วตนวางแผนไว้ว่าจะกลับมาพัฒนาสวนส้มเขียวหวานของที่บ้านให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้คนที่สนใจเข้ามาถ่ายรูปลงโซเชียลสวยๆ พร้อมกับการเปิดคาเฟ่เล็กๆ ภายในสวนส้ม เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ และช่องทางการกระจายสินค้าของสวนได้อีกทางหนึ่ง

“อ้อมอยากจะฝากถึงเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ว่าเราคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรม หากใครที่มีพ่อแม่ทำสวนอยู่แล้วก็อยากให้กลับมาสานต่อของที่บ้านกันให้มากขึ้น เข้ามาช่วยพัฒนาทำการตลาด และการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมการเกษตรที่ทันสมัยเข้ามาช่วย เพื่อการพัฒนาสวน และพัฒนาความเป็นอยู่ของครอบครัวให้ดีขึ้น ถ้าคนรุ่นใหม่ร่วมมือร่วมใจกัน คิดว่าภาคเกษตรกรไทยจะหมดหนี้ และก้าวทันต่างประเทศได้อีกไม่ช้า” น้องอ้อม กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร.083-063-7734 หรือติดต่อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : ส้มเขียวหวาน สวนอ้อมอั้มอิงค์

สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิ้ง https://shorturl.asia/0zJwQ - Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...