โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้ร่วมก่อตั้งแอนโทรปิกเรียกร้องกติกากลางคุมเอไอ หวั่นเทคโนโลยีวิ่งเร็วเกินเบรก

เดลินิวส์

อัพเดต 17 ตุลาคม 2569 เวลา 2.56 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้ร่วมก่อตั้งแอนโทรปิกชี้ การพัฒนาเอไอที่รวดเร็วเปรียบเสมือนแข่งรถสูตรหนึ่งกลางคืนโดยไร้เบรก เรียกร้องสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและระบบตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยไม่ปล่อยให้ความเสี่ยงแซงหน้าการกำกับดูแล

การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) กำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว จนคำถามสำคัญของโลกไม่ใช่เพียงว่าเทคโนโลยีนี้จะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากเพียงใด แต่รวมถึงว่า มนุษย์จะควบคุมความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ทันหรือไม่

ประเด็นนี้เป็นหัวใจของการอภิปรายเรื่อง “เอไอกับเศรษฐกิจโลก จากความเสี่ยงสู่โอกาส” ในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) และธนาคารโลก ( เวิลด์แบงก์ ) ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

นายแจ็ก คลาร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายประโยชน์สาธารณะของแอนโทรปิก บริษัทผู้พัฒนาเอไอ "คล็อด" ( Claude ) สะท้อนความกังวลผ่านการเปรียบเทียบว่า การพัฒนาเอไอในเวลานี้คล้ายกับการแข่งขันรถสูตรหนึ่งในเวลากลางคืน โดยอาจไม่มีแม้แต่เบรก ซึ่งเป็นการต่อยอดคำเปรียบเปรยของนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ ที่ชี้ว่า การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วโดยปราศจากแนวป้องกัน อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่สังคมยังไม่พร้อมรับมือ

คลาร์กเห็นว่า โลกไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการปล่อยให้เอไอพัฒนาอย่างเสรีกับการหยุดยั้งนวัตกรรมทั้งหมด เพราะยังมีทางเลือกคือการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยที่สมเหตุสมผล ความพยายามสร้างกรอบกำกับเริ่มปรากฏแล้ว ทั้งแนวทางเชิงนโยบายของสหภาพยุโรป ( อียู ) และคำมั่นโดยสมัครใจของบริษัทในสหรัฐ แต่การกำกับดูแลไม่ควรขึ้นอยู่กับความสมัครใจของภาคเอกชนเพียงอย่างเดียว

คลาร์กกล่าวว่า “เราต้องมีมาตรฐานที่สมเหตุสมผล และนั่นคือวิธีที่จะสร้างความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี และสร้างเศรษฐกิจในท้ายที่สุด”

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมเอไอ นั่นคือ บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีเป็นผู้เข้าใจระบบของตนเองมากที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็มีแรงจูงใจทางธุรกิจให้เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อแข่งขันในตลาด หากปล่อยให้บริษัทกำหนดกติกาและตรวจสอบตนเองทั้งหมด สังคมย่อมมีคำถามว่า มาตรการเหล่านั้นเข้มงวดและเป็นอิสระเพียงพอหรือไม่

คลาร์กระบุด้วยว่า แอนโทรปิกทดสอบระบบเอไอของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ เผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบ และแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวกับผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดให้ผู้ประเมินภายนอกเข้าตรวจสอบระบบและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่น แนวทางนี้สะท้อนว่า การพัฒนาเอไออย่างรับผิดชอบต้องอาศัยการตรวจสอบที่มากกว่าคำรับรองจากผู้สร้างเทคโนโลยีเอง

อย่างไรก็ตาม การกำหนดมาตรฐานให้ใช้ร่วมกันยังเป็นโจทย์ระดับโลก เพราะเอไอไม่ได้หยุดอยู่ภายในพรมแดนประเทศใดประเทศหนึ่ง คลาร์กสนับสนุนการมีกฎเกณฑ์ที่ประเทศผู้พัฒนาเอไอสามารถนำไปใช้ร่วมกันได้ เพื่อลดความแตกต่างของมาตรฐานความปลอดภัย และช่วยให้สังคมประเมินความเสี่ยงของเทคโนโลยีได้ชัดเจนขึ้น

ขณะเดียวกัน การอภิปรายในเวทีเดียวกันยังชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงของเอไอไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องความปลอดภัยของระบบ กอร์เกียวาเตือนว่า หากไม่มีแนวป้องกันและรากฐานด้านจริยธรรมที่เพียงพอ ความเสี่ยงอาจมีมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ อีกทั้งประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ เพื่อให้ประชาชนในวงกว้างได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่กับประเทศหรือบริษัทที่มีเงินทุนและทรัพยากรพร้อมกว่า

อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนอีกด้าน ว่าหากเอไอสร้างผลิตภาพได้จริง เศรษฐกิจอาจเติบโตขึ้น แต่ก็อาจเกิดการสูญเสียงานและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในบางอุตสาหกรรม ในทางกลับกัน หากผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาด การลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานเอไออาจนำไปสู่การปรับฐานทางการเงินที่มีต้นทุนสูง

สิ่งที่คลาร์กพยายามสื่อจึงไม่ใช่การปฏิเสธความก้าวหน้าของเอไอ แต่เป็นการเตือนว่า ความเร็วของนวัตกรรมต้องเดินคู่กับความรับผิดชอบ มาตรฐานความปลอดภัย และการตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ เพราะหากโลกปล่อยให้เทคโนโลยีวิ่งนำหน้ากติกาไปเรื่อย ๆ ความเสียหายอาจเกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลและสังคมจะหาทางรับมือได้ทัน

ความสำเร็จของเอไออาจไม่ได้วัดจากความฉลาดของระบบเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่ามนุษย์สามารถสร้างความเชื่อมั่น กระจายประโยชน์อย่างเป็นธรรม และป้องกันความเสี่ยงได้มากเพียงใด การมีกติกากลางที่ใช้ได้จริงจึงไม่ใช่อุปสรรคต่อการพัฒนา หากเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีนี้เติบโตได้อย่างยั่งยืน.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...