โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระบรมราโชวาทพ่อหลวงกระหึ่มเวทีIMF

ไทยโพสต์

อัพเดต 17 ตุลาคม 2569 เวลา 4.22 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตอกย้ำคำสอนพ่อหลวง “กอร์เกียวา” เชิญพระบรมราโชวาท ร.9 ให้ 191 ชาติใช้นำทางฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก “นายกฯ” เปิดเวที IMF-World Bank ตีปี๊บความสำเร็จยิ่งกว่าพลัส เป็นการก้าวกระโดด “บิ๊กไอเอ็มเอฟ” เตือนเศรษฐกิจโลกเจอแรงกดดัน 2 ด้าน “ประธานเฟด” แนะประเมินผลกระทบเงินเฟ้อ ชมไทยจัดงานเยี่ยม ด้านเลขาธิการโออีซีดีหนุนไทยเต็มที่

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่ประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ 2569 (Annual Meeting Plenary) โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าร่วม

นายอนุทินกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า เราร่วมมือกับ IMF-World Bank และหุ้นส่วนของเราทุกท่านในที่นี้ และเราจะเปลี่ยนการเจรจาหารือให้เป็นความร่วมมือ เปลี่ยนการเงินให้เป็นโอกาสและให้หลักประกันว่าการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในที่นี้จะนำไปสู่โอกาสและเศรษฐกิจที่ดีสำหรับประชาชนของพวกเรา นับศตวรรษก่อนหน้านี้กรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นนครหลวงของประเทศไทยที่เชื่อมโยงกับโลก กรุงเทพมหานครจะเชื่อมโยงประเทศต่างๆ โดยมีเป้าประสงค์ร่วมกัน เพื่อให้เศรษฐกิจโลกรับใช้ประชาชน เพื่อให้การประชุมนี้มีผลกับทุกประเทศ เราจะได้เจอกันอีกในอีก 35 ปี

นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกยังแสดงความยืดหยุ่นท่ามกลางความไม่แน่นอน แต่ความสามารถในการรองรับแรงกระแทกกำลังถูกทดสอบ ทั้งจากสงครามในตะวันออกกลาง ราคาพลังงาน เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง และพื้นที่ทางการคลังที่ลดลง โดยไอเอ็มเอฟคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2569 ขยายตัว 3.1% และปี 2570 ขยายตัว 3.4% ขณะที่เงินเฟ้อในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 4.7% สะท้อนแรงกดดันจากราคาพลังงานและอาหารที่เพิ่มขึ้น โดยเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงขับเคลื่อนสองด้านพร้อมกัน คือสงครามที่สร้างแรงกระแทกด้านอุปทานพลังงาน ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและฉุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กับกระแสลงทุนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่กระตุ้นอุปสงค์ การค้า และการลงทุน

ในช่วงท้าย นางคริสตาลินาได้เชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยระบุข้อความในสไลด์ว่า "Benefits and positive outcomes do not arise on their own. Rather, they must be gradually cultivated, accumulated, and strengthened over time." (ประโยชน์และความสำเร็จอันดีงามมิได้เกิดขึ้นโดยลำพัง หากต้องค่อยๆ ปลูกฝัง สั่งสม และเสริมสร้างให้มั่นคงขึ้นตามลำดับ เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยเวลา ความเพียร และความต่อเนื่อง) พร้อมระบุว่า สิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญในการทำงานของพวกเราทุกคนในการมุ่งมั่นยกระดับชีวิตของประชาชน ซึ่งต้องอาศัยเวลา ความอดทน และความร่วมมือกันของประเทศสมาชิกทั้ง 191 ประเทศเพื่อเป้าหมายเดียวกัน

ด้านนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) กล่าวว่า การประเมินผลของเอไอต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะโครงสร้างตลาดในอนาคต ว่าผลประโยชน์จากเทคโนโลยีจะตกอยู่กับใคร และผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นจะเกิดขึ้นจริงมากน้อยเพียงใด แม้ว่าเอไออาจจะสร้างแรงกระตุ้นด้านอุปสงค์ก่อนที่กำลังการผลิตจะขยายตัวตามทัน แต่หากเทคโนโลยีช่วยเพิ่มผลิตภาพได้ในระยะกลาง ก็อาจเพิ่มศักยภาพการผลิตและเปลี่ยนแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะยาวได้ ดังนั้น เฟดจึงต้องติดตามทั้งเงินเฟ้อ การจ้างงาน และเสถียรภาพระบบการเงิน ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะผลกระทบด้านใดด้านหนึ่ง

“เอไอกำลังเปลี่ยนสมการเศรษฐกิจโลก ขณะที่สงครามและราคาพลังงานยังเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินจึงต้องพิจารณาทั้งอุปสงค์ อุปทาน ผลิตภาพ และความคาดหวังเงินเฟ้อควบคู่กัน และในระยะต่อไป ธนาคารกลางต้องพร้อมดำเนินนโยบายเข้มงวดเมื่อแรงกดดันราคายังสูง แต่ต้องประเมินข้อมูลอย่างรอบคอบว่าเอไอกำลังเพิ่มกำลังการผลิตจริง หรือเพียงกระตุ้นการลงทุนและอุปสงค์ในระยะสั้น เพราะคำตอบจะเป็นตัวกำหนดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนเพียงใด โดยไม่แลกกับเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน” ประธานเฟดกล่าว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง กล่าวว่า นางกอร์เกียวาได้กล่าวชื่นชม ขอบคุณคนไทยและประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในครั้งนี้ พร้อมระบุว่ามีความประทับใจเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่สำคัญและถือเป็นความภาคภูมิใจที่สุดของไทย คือ การที่นางกอร์เกียวาปิดท้ายสรุปการประชุมในวันที่ 16 ต.ค. ด้วยการยกตัวอย่างพระราชดำรัสและนำพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาแสดงบนเวที ที่เป็นการสะท้อนว่าทุกอย่างที่ทำทั้งหมดนี้เพื่อให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มุ่งมั่นทำเพื่อคนไทย

“การประชุมครั้งนี้ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ไม่ใช่แค่กับประเทศไทย แต่เป็นประโยชน์กับทุกประเทศที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ หลายประเด็นประเทศไทยได้เป็นต้นแบบในหลายๆ เรื่องให้กับหลายๆ ประเทศ”

ขณะที่นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายมาทีอัส คอร์มันน์ เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ว่า เขาก็ให้ความมั่นใจว่าเรามาถูกทาง ซึ่งความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับโออีซีดีเป็นไปตามที่กำหนดไว้ ซึ่งเราต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน การที่ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จเข้าไปเป็นสมาชิกโออีซีดีก็ถือเป็นความสำเร็จของสำนักงานเลขาธิการโออีซีดีด้วย หากเราเข้าโออีซีดีได้ เราจะไม่เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา แต่เราจะเป็นประเทศในระดับที่พัฒนาแล้ว จะเป็นการยกระดับพื้นฐานขึ้นไป โครงสร้างพื้นฐานทั้งหลายจะถูกยกระดับขึ้นไป ทำให้ประเทศก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ นายอนุทินยังเปิดเผยภายหลังการหารือกับนายเควินว่า เขาได้เห็นตัวเลขต่างๆ และแนวโน้มที่ในช่วงที่ไทยกลับมาเป็นจุดสนใจของนานาชาติ มีการทำข้อตกลงร่วมกันกับแทบทุกประเทศทั่วโลก และเห็นว่ามีความสนใจเข้ามาทำธุรกรรมต่างๆ ในไทย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่ง ที่ทั่วโลกให้ความมั่นใจในการเข้ามาลงทุน เปิดธุรกิจและเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ได้หารือกับนายเควิน โดยประธานเฟดชื่นชมไทยและแสดงความประทับใจต่อความสำเร็จในการจัดการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการรองรับผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาประเทศ ตลอดจนศักยภาพในการบริหารจัดการงานระดับนานาชาติ อีกประเด็นหนึ่งที่ได้รับการกล่าวถึงคือเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายและการขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ ที่มีความท้าทาย โดยเฉพาะในสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

โฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังเปิดเผยว่า นายกฯ ยังได้หารือทวิภาคีกับหลายๆ ประเทศ ทั้งนายลาร์ส คลิงไบล์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเยอรมนี, นางบริกิทเทอ ฮาส นายกรัฐมนตรีราชรัฐลิกเตนสไตน์, นายบัดร์ อับเดลอาฏี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์, นายพาโบล ชีโฮ คัง เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย พร้อมคณะผู้แทนภาคเอกชนออสเตรเลีย และนายมีลอยโค สปายิช นายกรัฐมนตรีมอนเตเนโกร

ในช่วงเย็น นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงความสำเร็จที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ว่าต่อยอดให้ไทยคงอยู่ในเรดาร์ของโลกต้องทำให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งในทุกมิติให้ชาวโลกได้เห็น วันนี้เราได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ได้รับการยอมรับ ชื่นชม และที่สำคัญที่สุดคือความมั่นใจว่าท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก เรายังคงมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ไทยมีโอกาสพบปะหารือกว่า 10 วงในวันนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ใช่เราได้พบ แต่เขามาพบเรา เราไม่ต้องมีแบบฟอร์มกำหนดว่าใครจะต้องไปหาใครก่อน สิ่งแรกที่ได้แจ้งทาง กต.ไปคือพร้อมพบผู้นำระดับสูงทุกคน รวมถึงระดับผู้ว่าการธนาคารกลาง โดยไม่ได้พบเพียงกว่า 10 ประเทศในวันนี้เท่านั้น แต่ได้พบมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันจันทร์ ทั้งรองนายกฯ รัสเซีย รัฐมนตรีต่างประเทศหลายประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยยกระดับฐานเศรษฐกิจของประเทศ เหมือนโครงการในอดีตอย่างไทยช่วยไทยพลัส หรือคนละครึ่งพลัส ที่ช่วยผลักดันให้พ่อค้าแม่ค้ามียอดขายเพิ่มขึ้น และแม้ว่าโครงการจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่ยอดขายก็ยังคงรักษาระดับฐานและขยับสูงขึ้นต่อไปได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือในรูปแบบไทยแลนด์พลัสใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ไทยแลนด์พลัส แต่เป็นการยกระดับประเทศแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล ยกกำลังหรือก้าวกระโดดอย่างแท้จริง

วันเดียวกัน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ในส่วนของการควบคุมดูแลการชุมนุมสาธารณะ ผบ.ตร.สั่งการให้ทุกหน่วยกำหนดแผนป้องกัน จัดกำลังพลบริหารจัดการการชุมนุมตามความเหมาะสมและได้สัดส่วน เพื่อป้องกันเหตุและเกิดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด และขอให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปอย่างเหมาะสม.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...