โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดมุมมอง กนง. คงดอกเบี้ย 1% ลุ้น GDP ปี 70 โตเกิน 2.1% พร้อมปรับทิศทางดอกเบี้ย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ตุลาคม 2569 เวลา 0.52 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กนง.คงดอกเบี้ย 1% เปิดทางปรับนโยบายตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ลุ้น GDP ไทยปี 2570 โตเกิน 2.1% รับแรงหนุน AI และ MPI ชุดใหม่ ท่ามกลางความเสี่ยงเศรษฐกิจโตไม่ทั่วถึงและตลาดแรงงานเปราะบาง

จากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วันที่ 28 ต.ค.2569 ได้มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1 % ต่อ ปี

ทั้งนี้กนง.ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2570 ขยายตัว 2.1% แต่ยังมีโอกาสเติบโตสูงกว่าคาดการณ์ หากแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI ช่วยหนุนการผลิตและการส่งออกมากกว่าที่ประเมินไว้ โดยเฉพาะหลังการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ชุดใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาว่าการเติบโตจะกระจายสู่ภาคเศรษฐกิจอื่นและช่วยฟื้นกำลังซื้อในประเทศได้มากน้อยเพียงใด

ปรับประมาณการเศรษฐกิจและแรงขับเคลื่อนจาก AI

ดร.ดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวในการแถลงว่า เศรษฐกิจไทยมีแรงส่งต่อเนื่องจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้มีการปรับประมาณการอัตราการเติบโตขึ้น โดย

  • ปี 2569 : ปรับเพิ่มอัตราการขยายตัวขึ้นสู่ร้อยละ 2.4 จากเดิมที่ประเมินไว้ร้อยละ 2.3
    • ปี 2570 : มองการเติบโตไว้ที่ร้อยละ 2.1 จากเดิมร้อยละ 1.8

แม้ตัวเลขภาพรวมจะปรับดีขึ้น แต่การเติบโตยังคงต่ำกว่าศักยภาพ ผลดีค่อนข้างกระจุกตัว และมีผลไปสู่ด้านอื่น (Spillover) ต่ำ โดยมีเพียงภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI (AI-related) เช่น คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้นที่ปรับตัวได้ดีและมีทิศทางพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน ในขณะที่ภาคส่วนอื่น ๆ เช่น ยานยนต์และการท่องเที่ยว (เมื่อเทียบจากฐานปี 2564) ยังคงทรงตัวและเติบโตได้จำกัด

การปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ชุดใหม่

ดร.ดอน ระบุว่า ประมาณการเศรษฐกิจที่ประเมินไว้อาจยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้มีการ ปรับปรุงและเผยแพร่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ใหม่ ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยครอบคลุมใน 2 มิติหลัก คือ

  • เพิ่มโรงงานในผลิตภัณฑ์เดิม เช่น ไอซี (IC) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากแต่เดิมไม่ได้อยู่ในกลุ่มตัวอย่างของดัชนี
  • เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น โน้ตบุ๊ค (Laptop), อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ Optical, และเครื่องสำรองไฟ สำหรับประมวลผลข้อมูล ซึ่งสินค้าเหล่านี้มีการผลิตมานานแล้วแต่ไม่เคยอยู่ในระบบดัชนีเดิม

“การปรับปรุง MPI นี้ถือเป็น Upside ต่อประมาณการทางเศรษฐกิจ เนื่องจากตัวเลขการผลิตที่แท้จริงอาจสูงกว่าที่คาดไว้ ทำให้จีดีพีไทยมีโอกาสสูงกว่าประเมินว่าปี 2569 จะอยู่ร้อยละ 2.4 และ ปี 2570 ที่ร้อยละ 2.1 แต่ทั้งนี้ยังต้องรอติดตามกระบวนการนำไปปรับใช้คำนวณในตัวเลข GDP ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ต่อไป”

ความเปราะบางของตลาดแรงงานและการบริโภคภาคเอกชน

แม้ว่าการเติบโตในภาพรวมจะถูกขับเคลื่อนด้วยการส่งออกและการลงทุน แต่การบริโภคภาคเอกชนกลับอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยปัจจัยที่ฉุดรั้งนอกเหนือจากปัญหาหนี้ครัวเรือนแล้ว ตลาดแรงงานไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความเปราะบางที่เพิ่มมากขึ้น

อัตราการว่างงานขยับเพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ร้อยละ 0.8 ล่าสุดมาอยู่ที่ร้อยละ 1.1

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาเครื่องชี้ตลาดแรงงานผ่านจำนวนผู้ขอรับสิทธิ์ว่างงานตามมาตรา 38 คือ ผู้ประกันตน ม.33 ที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างและขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานพบว่ามีแนวโน้มความชันที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ข้อมูลล่าสุดจะมีรายงานการปรับลดลงเล็กน้อย

“ความเปราะบางของตลาดแรงงาน ยังต้องติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการบริโภคและการผิดชำระหนี้ของครัวเรือน”
นอกจากนี้ จากการประชุมร่วมระดับนานาชาติ (IMF World Bank Annual Meeting) ได้มีการชี้ ภารภาพตรงกันว่า โลกในยุคขับเคลื่อนด้วย AI จะทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวมดูดีขึ้น แต่ผลประโยชน์และการจ้างงานอาจไม่ได้กระจายตัวไปสู่ตลาดแรงงานในวงกว้าง

ทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย

ดร.ดอน กล่าวด้วยว่า การเติบโตแบบ K-Shaped ที่แม้ภาพรวมจะดูดีขึ้น แต่การเติบโตยังคงต่ำกว่าศักยภาพและมีความเหลื่อมล้ำสูง ที่ประชุมมองว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมในการช่วยประคับประคองการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึง ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้นชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทาน (เช่น ราคาพลังงานและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์) ก่อนจะกลับสู่ระดับต่ำตามอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอ

แต่ยังมีความเสี่ยงจากการคงดอกเบี้ยต่ำนานเกินไป แม้จะยังไม่มีสัญญาณความเสี่ยงที่รุนแรงในทันที แต่คณะกรรมการได้เพิ่มความระมัดระวังต่อ ผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานานต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว รวมถึงการจัดสรรทรัพยากร (Resource Allocation) และนโยบายการเงินที่มีพื้นที่รองรับวิกฤต (Policy Space) ในอนาคต

“ทิศทางดอกเบี้ยไม่ได้ถูกปิดตาย โดยหากในอนาคตเกิดวิกฤตรุนแรง ยังมีความสามารถในการปรับลดดอกเบี้ยได้อีก แต่ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจฟื้นตัวได้แข็งแกร่งตามทิศทาง การลดระดับความผ่อนคลายลงก็เป็นสิ่งที่ต้องประเมินตามบริบทความเหมาะสมต่อไป”

ขณะที่ ทิศทางดอกเบี้ยของต่างประเทศ (สหรัฐฯ และภูมิภาค) ธนาคารกลางในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา มีทิศทางและมุมมองการดำเนินนโยบายการเงินที่ต่างออกไป โดยมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือมีแนวโน้มตึงตัวขึ้น เนื่องจากประเทศเหล่านั้นมีอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่ากรอบเป้าหมายและเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งกว่า

ดร.ดอน กล่าวว่า มุมมองของ กนง. ต่อส่วนต่างดอกเบี้ยและเสถียรภาพภายนอก แม้ทิศทางดอกเบี้ยระหว่างไทยกับต่างประเทศจะสวนทางกัน ต่างประเทศปรับขึ้นหรือตึงตัว แต่ไทยยังคงระดับต่ำไว้ แต่คณะกรรมการประเมินว่า ยังไม่น่ากังวลในภาพรวม
เนื่องจากเสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยยังคงแข็งแกร่งมาก ทั้งทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ดุลบัญชีสะพัดที่มีแนวโน้มสมดุลและเกินดุลในระยะถัดไป รวมถึงหนี้ต่างประเทศต่อ GDP ที่ไม่สูง

การเคลื่อนย้ายของเงินทุน (Capital Flows) ในตลาดหุ้นไทยยังเป็นการไหลเข้าสุทธิ เช่นเดียวกับตลาดพันธบัตรที่แม้ผลตอบแทนจะต่ำกว่า แต่ก็ไม่ได้เกิดการไหลออกสุทธิที่ผิดปกติ

“ประสบการณ์จากประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคที่ค่าเงินอ่อนหรือเงินทุนไหลออกเร็ว มักเกิดจากความไม่เชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐาน (Fundamentals) ของประเทศนั้น ๆ มากกว่าเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเพียว ๆ ซึ่งปัจจัยพื้นฐานของไทยยังมีความน่าเชื่อถือ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...