‘มท.2’ ประชุมบูรณาการมาตรฐาน ‘Data Center’ รับพื้นที่ EEC หนุน ‘พลังงานสะอาด’
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 69 ที่กระทรวงมหาดไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านพื้นที่ผังเมือง อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง ครั้งที่ 1/2569 โดยนายพลพีร์ เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญของการประชุมในวันนี้ เพื่อ “บูรณาการข้อมูลและจัดทำแนวทางข้อกำหนด หลักเกณฑ์ รวมถึงมาตรฐานทางเทคนิคขั้นต่ำ (Minimum Requirements)” ทั้งด้านพลังงาน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง และผังเมือง สำหรับรองรับการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนระดับเมกะโปรเจกต์ ควบคู่ไปกับความปลอดภัยของชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ซึ่งเป็นสิ่งที่อยากให้ทุกฝ่ายต้องเร่งบูรณาการจัดประเภทผังเมืองระหว่างพื้นที่อุตสาหกรรม ชนบท และเกษตรกรรมให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งผลักดันให้นำหลักเกณฑ์ระยะร่นและเขตทางในพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมมาบังคับใช้ให้ครอบคลุมถึงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมด้วย “ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมกับฝ่ายเลขานุการเร่งจัดทำนิยามและข้อเสนอด้านเขตทางเพื่อนำเสนอพิจารณาต่อไปแล้ว”
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแล ได้กำหนดให้วัดระยะร่นจากแนวขอบของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองเป็นเกณฑ์อ้างอิงหลักแทนการวัดจากตัวอาคาร สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัย โดยในส่วนโครงการเดิมที่เปิดดำเนินการแล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ให้แจ้งแนวปฏิบัติกับผู้ประกอบการ พร้อมกำหนดกรอบเงื่อนไขการผ่อนผัน ตลอดจนแนวทางรองรับโครงการเดิมที่ตั้งอยู่นอกเขตผังเมืองใหม่ ให้มีความชัดเจนมากขึ้น
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า นอกจากนี้ ประเด็นด้านพลังงาน สนับสนุนให้ Data Center สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะพลังงานทางเลือกหรือพลังงานสะอาด (Green Energy) เพื่อลดภาระและป้องกันไม่ให้กระทบต่อโครงข่ายไฟฟ้าหลัก รวมถึงไม่เพิ่มต้นทุนการนำเข้าก๊าซของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งจะกลายเป็นการผลักภาระค่าไฟฟ้าไปสู่ประชาชน ควบคู่ไปกับแนวทางการจัดระดับ (Tier) ของ Data Center ด้วยการยึดปริมาณการใช้ไฟฟ้าเป็นเกณฑ์หลักเพียงอย่างเดียว (Full Stop)
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า นอกจากนี้ได้สั่งการฝ่ายเลขานุการ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งคณะทำงานร่วม (Working Group) เพื่อแสวงหาแนวทางการออกหลักเกณฑ์เพื่อรักษาโอกาสการลงทุนจากนักลงทุนตามที่ BOI ได้เจรจาและได้รับความสนใจจากนักลงทุนหลายรายในห้วงก่อนหน้านี้