โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

น้องสาวคิม จวก วาทกรรมไร้สาระ ปมมะกันกล่าวหาเกาหลีเหนือ บงการโจรกรรมคริปโทฯบันลือโลก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
คิม โยจอง น้องสาวคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ(แฟ้มภาพรอยเตอร์)

น้องสาวคิม จวก วาทกรรมไร้สาระ ปมมะกันกล่าวหาเกาหลีเหนือ บงการโจรกรรมคริปโทฯบันลือโลก

คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกโรงปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐอเมริกาที่ว่าเกาหลีเหนืออยู่เบื้องการโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีมูลค่ากว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.1 แสนล้านบาท จากไบแนนซ์ แพลตฟอร์มซื้อขายเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกว่าเป็น “วาทกรรมที่ไร้สาระ” พร้อมซัดกลับว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวพิสูจน์ให้เห็นว่าสหรัฐยังคงเป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงเปียงยางรายงานในวันอังคาร (3 พ.ย.) อ้างคิม โยจอง กล่าวว่า เกาหลีเหนือมีประเด็นที่ต้องพิจารณาใหม่เกี่ยวกับสิ่งที่เธอเรียกว่าความเป็นปรปักษ์ของสหรัฐ

“เอฟบีไอกำลังพยายามตีตราว่าเกาหลีเหนือเป็น ‘รัฐอาชญากรไซเบอร์’ โดยอ้างว่าได้รับข้อมูลจากองค์กรแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากเกาหลีเหนือมีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ แต่คำกล่าวอ้างของสหรัฐนั้นเป็นเพียงวาทกรรมที่ไร้สาระและไม่ใช่เรื่องใหม่” คิม โยจองกล่าว และว่า “นี่เป็นการยั่วยุทางการเมืองอย่างร้ายแรงต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งที่สหรัฐพยายามทำให้สาธารณชนระหว่างประเทศเข้าใจผิดราวกับว่าอาชญากรรรมไซเบอร์ต่างๆ ในโลกทั้งหมดเป็นฝีมือของเรา”

การปฏิเสธข้อครหาของน้องสาวผู้นำคิมมีขึ้นหลังจากสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ของสหรัฐระบุกล่าวอ้างเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีมูลค่ากว่า 6 พันล้านดอลลาร์ จากกระดานซื้อขายของไบแนนซ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในการโจรกรรมทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา และมีขึ้นในขณะที่เปียงยางยังนิ่งเงียบต่อข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่ต้องการจะกลับมาพบปะเจรจาทางการทูตกับผู้นำเกาหลีเหนืออีกครั้ง

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้ข้อมูลว่า แฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือเป็นหนึ่งในกลุ่มโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีที่แพร่หลายมากที่สุดในโลก และรายได้จากการโจรกรรมเหล่านั้นถูกนำมาสนับสนุนโครงการอาวุธของเกาหลีเหนือ ขณะที่เปียงยางได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจรกรรมเงินสกุลดิจิทัลและอาชญากรรมทางไซเบอร์อื่นๆ

ข้อมูลจาก Elliptic บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนประเมินว่าเกาหลีเหนือได้เจาะโขมยคริปโทเคอร์เรนซีในปีนี้ไปแล้วมีมูลค่ารวมกว่า 7,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2.56 แสนล้านบาท

ขณะนักวิเคราะห์ในกรุงโซลมองว่าการตอบสนองที่รวดเร็วผิดปกติของเปียงยางน่าจะสะท้อนถึงความกังวลว่าข้อกล่าวหานี้อาจนำไปสู่ความพยายามที่เข้มงวดมากขึ้นในการขัดขวางแหล่งรายได้ที่เกาหลีเหนือถูกกล่าวหาว่าใช้ในการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการอาวุธของตน

“ด้วยมาตรการคว่ำบาตรที่มีอยู่แล้ว การโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีได้กลายเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญของเกาหลีเหนือในการหาเงินทุนเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบอบปกครองและพัฒนาอาวุธ” ลิม อึลชอล อาจารย์จากสถาบันตะวันออกไกลศึกษา แห่งมหาวิทยาลัยคยองนัมกล่าว และว่า มาตรการเพิ่มเติมของสหรัฐที่มุ่งเป้าไปที่กระเป๋าเงินคริปโทฯ เครือข่ายฟอกเงินและตลาดแลกเปลี่ยนคริปโทฯนั้นอาจทำให้แหล่งรายได้สำคัญของเปียงยางถูกตัดขาด

ด้านธนาคารกลางของเกาหลีใต้ประเมินว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีเหนือในปี 2025 อยู่ที่ 47.18 ล้านล้านวอน (35.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) นั่นหมายความว่าการโจรกรรมคริปโทฯจาก ไบแนนซ์อาจเทียบเท่ากับประมาณ 1 ใน 6 ของผลผลิตทางเศรษฐกิจของประเทศ

Chainanalysis บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอีกแห่งประเมินว่า 89% ของความเสียหายจากการแฮกคริปโทฯในปี 2026 มีความเกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ เพิ่มขึ้นจาก 15% ในปี 2021 โดยค่าเฉลี่ยความเสียหายที่รายงานต่อการแฮกหรือการเจาะระบบโจมตีต่อครั้งนั้นเพิ่มขึ้นจาก 50.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2021 เป็น 185.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้องสาวคิม จวก วาทกรรมไร้สาระ ปมมะกันกล่าวหาเกาหลีเหนือ บงการโจรกรรมคริปโทฯบันลือโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...