เปิดประวัติ “อับดุล เอล-ซาเยด” ว่าที่ สว. มุสลิมคนแรก ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
เปิดประวัติ “อับดุล เอล-ซาเยด” ว่าที่ สว. มุสลิมคนแรก ในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา หลังคว้าชัยชนะศึกเลือกตั้งกลางเทอม
ความเคลื่อนไหวในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา อับดุล เอล-ซาเยด (Abdul El-Sayed) ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการการเมืองสหรัฐฯ หลังคว้าชัยชนะเหนือ ไมค์ โรเจอร์ส อดีต สส.จากพรรครีพับลิกัน ในศึกเลือกตั้งรัฐมิชิแกนที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก้าวขึ้นเป็นชาวมุสลิมคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่วุฒิสภา และช่วยให้พรรคเดโมแครตรักษาเก้าอี้สำคัญนี้เอาไว้ได้
เอล-ซาเยด อดีตแพทย์และผู้บริหารด้านสาธารณสุข ฝ่าฟันสนามเลือกตั้งขั้นต้นที่เข้มข้นจนได้เป็นตัวแทนพรรค ชิงตำแหน่งแทน แกรี ปีเตอร์ส วุฒิสมาชิกที่ตัดสินใจวางมือ ชัยชนะครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสต่อต้านอย่างหนัก โดยเฉพาะการถูก โดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกัน โจมตีเรื่องความศรัทธาในศาสนาอิสลาม วันนี้เราจะพาไปเปิดประวัติทำความรู้จักกับว่าที่ สว. ชาวมุสลิมคนแรกของสหรัฐอเมริกาให้มากขึ้น
เปิดประวัติ “อับดุล เอล-ซาเยด”
อับดุลเราะห์มาน โมฮัมเหม็ด เอล-ซาเยด เกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 1984 ปัจจุบันเป็นทั้งนักระบาดวิทยา ผู้บริหารด้านสาธารณสุข นักวิชาการ และนักการเมืองหัวก้าวหน้าชาวอเมริกัน เกิดและเติบโตในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐมิชิแกน สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน โดยสามารถคว้าทุนโรดส์ (Rhodes Scholarship) ไปศึกษาต่อจนจบปริญญาเอกด้านสาธารณสุขที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และทำงานเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาที่คณะสาธารณสุขศาสตร์เมลแมน มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารสำนักงานสาธารณสุขเมืองดีทรอยต์ (ปี 2015-2017) และผู้อำนวยการสำนักงานสาธารณสุข บริการมนุษย์ และทหารผ่านศึก เขตเวย์น (ปี 2023-2025)
เส้นทางการเมืองและการหาเสียงเลือกตั้ง ปี 2026
ในเดือนเมษายน 2025 เอล-ซาเยดเปิดตัวแคมเปญหาเสียงชิงเก้าอี้วุฒิสภารัฐมิชิแกน ช่วงแรกเขาตกเป็นเป้าวิจารณ์จากการร่วมเวทีกับ ฮาซาน ไพเกอร์ นักวิจารณ์การเมืองฝ่ายซ้าย จนต้องออกมาชี้แจงว่าเพียงต้องการสื่อสารกับกลุ่มผู้ติดตามของไพเกอร์เท่านั้น แต่ไม่ได้เห็นด้วยกับทุกคำพูด พร้อมประณามความเห็นที่ไม่เหมาะสมของไพเกอร์ ก่อนจะประกาศยุติการหาเสียงร่วมกันในเดือนสิงหาคม 2026
การแข่งขันในศึกเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตเป็นไปอย่างดุเดือดระหว่างกลุ่มสายกลางที่นำโดย เฮลีย์ สตีเวนส์ กับกลุ่มหัวก้าวหน้าของเอล-ซาเยด แม้กลุ่มทุนภายนอกจะทุ่มเม็ดเงินกว่า 62 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนสตีเวนส์ แต่ในเดือนสิงหาคม เอล-ซาเยดก็พลิกคว้าชัยชนะมาได้อย่างเฉียดฉิวด้วยคะแนน 48.4% ต่อ 47.6% ก้าวขึ้นเป็นตัวแทนพรรคไปสู้ศึกกับ ไมค์ โรเจอร์ส จากพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งทั่วไป
ชัยชนะของเอล-ซาเยดปลุกกระแสต่อต้านชาวมุสลิมอย่างหนัก เขาถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรง ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ โจมตีเขาอย่างต่อเนื่องด้วยวาทกรรมรุนแรง ซึ่งเอล-ซาเยดได้โต้กลับว่านี่เป็นเพียงการหยิบยกเรื่องศาสนามาเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาเศรษฐกิจที่แท้จริง
นอกจากนี้ เขายังต้องรับมือกับเสียงวิจารณ์หลังเหตุการณ์โจมตีวิหารอิสราเอลในรัฐมิชิแกน โดยเขาได้ออกมาขอโทษที่ใช้ถ้อยคำซึ่งอาจสื่อถึงความเห็นอกเห็นใจครอบครัวผู้ก่อเหตุ พร้อมให้คำมั่นว่าจะปกป้องชุมชนชาวยิวจากการเลือกปฏิบัติ และเน้นย้ำจุดยืนต่อต้านการเกลียดชังทุกรูปแบบ เพื่อยืนยันว่าเขาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนมากกว่าความขัดแย้ง
ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ทรัมป์ยังคงยกระดับการโจมตีความเป็นมุสลิมของเอล-ซาเยดอย่างไม่ลดละ แต่เขาก็ยืนหยัดจุดยืนในการแยกศาสนาออกจากการเมือง พร้อมประกาศเดินหน้าผลักดันนโยบายประกันสุขภาพถ้วนหน้า ความมุ่งมั่นนี้ทำให้เขาได้รับการสนับสนุนจากบุคคลสำคัญมากมาย ทั้งอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา, กมลา แฮร์ริส รวมถึง บรูซ สปริงส์ทีน ศิลปินชื่อดัง และในที่สุดเขาก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์ เป็นวุฒิสมาชิกชาวอเมริกันเชื้อสายอียิปต์และมุสลิมคนแรกที่ได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้สำเร็จ
ที่มา:Anadolu Ajansi , Wikipedia
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง