โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

คนอายุยืน 100 ปี ดื่มอะไร? เปิด 3 เครื่องดื่มที่พบใน Blue Zones

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 06 ต.ค. เวลา 19.42 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. เวลา 02.45 น.

การมีอายุยืนถึง 100 ปีคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เมื่อศึกษาวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ที่มีประชากรอายุยืนจำนวนมากทั่วโลก นักวิจัยกลับพบพฤติกรรมบางอย่างที่น่าสนใจ ทั้งสิ่งที่พวกเขากิน การเคลื่อนไหวในแต่ละวัน และเครื่องดื่มที่ดื่มในชีวิตประจำวัน

พื้นที่เหล่านี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “บลูโซน” (Blue Zones) เช่น เกาะซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี และโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความสนใจจากการศึกษาวิถีชีวิต อาหาร และปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการมีสุขภาพดีและอายุยืน

แดน บิวต์เนอร์ (Dan Buettner) นักสำรวจและผู้เผยแพร่แนวคิด Blue Zones ระบุว่า มีเครื่องดื่ม 3 ชนิดที่พบได้ในวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่เหล่านี้ ได้แก่ น้ำเปล่า กาแฟดำ และไวน์แดง ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อมูลด้านสุขภาพที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป

อย่างไรก็ตาม การที่คนอายุยืนดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นประจำ ไม่ได้หมายความว่าเครื่องดื่มเหล่านี้เป็น “เคล็ดลับ” ที่ทำให้มีอายุถึง 100 ปีโดยตรง

กรุงเทพธุรกิจ ชวนผู้อ่านสำรวจ 3 เครื่องดื่มที่พบในวิถีชีวิตของผู้คนใน Blue Zones ว่าแต่ละชนิดเกี่ยวข้องกับสุขภาพอย่างไร และจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน มีพฤติกรรมอะไรบ้างที่เราสามารถหยิบมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้บ้าง

1. น้ำเปล่า

ถ้าต้องเลือกเครื่องดื่มเพียงหนึ่งอย่าง บิวต์เนอร์ยกให้น้ำเปล่าเป็นอันดับแรก โดยระบุว่าผู้คนในพื้นที่ Blue Zones มักดื่มน้ำประมาณ 6 - 7 แก้วต่อวัน

น้ำมีบทบาทต่อการทำงานแทบทุกระบบของร่างกาย ตั้งแต่การรักษาสมดุลของของเหลว การไหลเวียนเลือด ไปจนถึงการทำงานของไตและการควบคุมความดันโลหิต

งานวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (National Institutes of Health: NIH) ยังพบความเชื่อมโยงระหว่างการได้รับน้ำอย่างเพียงพอกับการมีสุขภาพที่ดีเมื่ออายุมากขึ้น โดยผู้ที่มีภาวะขาดน้ำหรือมีตัวชี้วัดที่บ่งชี้ว่าร่างกายได้รับน้ำน้อย อาจมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและการเสียชีวิตก่อนวัยสูงกว่า

แต่ปริมาณน้ำที่เหมาะสมไม่ได้จำเป็นต้องเท่ากับ 6 - 7 แก้วสำหรับทุกคน เพราะความต้องการน้ำแตกต่างกันตามขนาดร่างกาย อากาศ การออกกำลังกาย อาหาร และภาวะสุขภาพ

2. กาแฟดำ

เครื่องดื่มชนิดที่สองคือ “กาแฟ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนในหลายพื้นที่ที่มีประชากรอายุยืน โดยบิวต์เนอร์แนะนำให้ดื่มกาแฟดำประมาณ 1 - 2 แก้วต่อวัน โดยไม่เติมน้ำตาลหรือครีม และควรดื่มในช่วงเช้าหรือก่อนเที่ยง โดยเฉพาะคนที่ไวต่อคาเฟอีน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการนอนในช่วงกลางคืน

ความน่าสนใจของกาแฟไม่ได้อยู่ที่คาเฟอีนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสารจากพืชหลายชนิด รวมถึงโพลีฟีนอล (Polyphenols) และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีการศึกษาเกี่ยวกับบทบาทต่อการอักเสบและสุขภาพของระบบเผาผลาญ

งานวิจัยหลายชิ้นยังพบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มกาแฟเป็นประจำกับความเสี่ยงที่ลดลงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 รวมถึงโรคทางระบบประสาทบางชนิด เช่น โรคพาร์กินสัน (Parkinson's disease) อย่างไรก็ตาม การพบความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ากาแฟสามารถป้องกันโรคเหล่านี้ได้โดยตรง

สำหรับคนที่ดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือเย็นแล้วนอนไม่หลับ การลดปริมาณคาเฟอีนหรือขยับเวลาดื่มให้เร็วขึ้นอาจสำคัญกว่าการดื่มกาแฟเพื่อหวังผลเรื่องอายุยืน เพราะการนอนหลับอย่างเพียงพอก็เป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว

3. ไวน์แดง

เครื่องดื่มชนิดสุดท้ายอาจเป็นข้อที่ถกเถียงกันมากที่สุด นั่นคือ “ไวน์แดง” เพราะในพื้นที่ Blue Zones บางแห่ง เช่น เกาะซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี การดื่มไวน์แดงในปริมาณเล็กน้อยพร้อมมื้ออาหารถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น

ไวน์แดงมีสารจากพืชหลายชนิด เช่น เรสเวอราทรอล (Resveratrol) และฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งถูกศึกษาเกี่ยวกับบทบาทต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความเชื่อว่า “ดื่มไวน์แดงดีต่อหัวใจ”

อย่างไรก็ตาม หลักฐานในปัจจุบันชี้ว่า ประโยชน์ต่อสุขภาพที่เคยพบในกลุ่มคนที่ดื่มไวน์อาจไม่ได้มาจากไวน์เพียงอย่างเดียว เพราะคนกลุ่มนี้อาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น รูปแบบการกิน การออกกำลังกาย การเข้าสังคม หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งล้วนมีผลต่อสุขภาพและอายุขัย

ขณะเดียวกัน แอลกอฮอล์ก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ได้รับการยืนยัน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด ดังนั้น แม้จะพบการดื่มไวน์ในวิถีชีวิตของคนอายุยืนบางพื้นที่ ก็ไม่ได้หมายความว่า ไวน์เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาอายุยืน หรือคนที่ไม่ดื่มควรเริ่มดื่มเพื่อหวังผลด้านสุขภาพ

ถ้าต้องการสารโพลีฟีนอลที่พบได้ในไวน์แดง เรายังสามารถได้รับจากอาหารอย่าง องุ่น เบอร์รี และจากพืชชนิดอื่น ๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องดื่มแอลกอฮอล์

อยากอายุยืนไม่ได้อยู่ที่ว่า “ดื่มอะไร” แต่คือใช้ชีวิตอย่างไร

เมื่อมองทั้ง 3 เครื่องดื่ม สิ่งที่นำมาปรับใช้ได้ง่ายที่สุดยังคงเป็นเรื่องพื้นฐานอย่างการดื่มน้ำให้เพียงพอ ส่วนกาแฟมีงานวิจัยที่พบความเชื่อมโยงกับประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน ขณะที่ไวน์แดงยังเป็นประเด็นที่ต้องระมัดระวัง เพราะการพบว่าคนอายุยืนบางพื้นที่ดื่มไวน์ ไม่ได้หมายความว่าไวน์เป็นเคล็ดลับที่ทำให้พวกเขามีอายุยืน

เพราะสิ่งที่ทำให้วิถีชีวิตของคนใน Blue Zones น่าสนใจ ไม่ใช่เครื่องดื่มชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เป็นภาพรวมของการใช้ชีวิต ตั้งแต่อาหารที่กิน การเคลื่อนไหวในแต่ละวัน การพักผ่อน ไปจนถึงความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อน และชุมชน

ดังนั้น แทนที่จะมองหาว่าต้องดื่มอะไรถึงจะมีอายุ 100 ปี สิ่งที่เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้อาจง่ายกว่านั้น คือดื่มน้ำให้เพียงพอ ดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมโดยไม่เติมน้ำตาลมากเกินไป และไม่จำเป็นต้องเริ่มดื่มแอลกอฮอล์เพื่อหวังผลเรื่องสุขภาพ เพราะสุดท้ายแล้ว “อายุยืน” อาจไม่ได้อยู่ในแก้วที่เราดื่ม แต่อยู่ในพฤติกรรมที่เราทำซ้ำ ๆ ทุกวัน

อ้างอิง foxnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...