โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

พบชายอายุประมาณ 39 ปี แอบย่องปีนโรงแรมร้าง พื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย หวังขโมยตัดสายไฟ กลับโดนไฟช็อต ร่วงลงมาเสียชีวิต จ.สงขลา

สวพ.FM91

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พบชายอายุประมาณ 39 ปี แอบย่องปีนโรงแรมร้าง พื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย หวังขโมยตัดสายไฟ กลับโดนไฟช็อต ร่วงลงมาเสียชีวิต จ.สงขลา

(5 พ.ย. 69) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสะเดาร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ชีพสำนักขาม ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ได้รับแจ้งจาก ผู้ที่ดูแลตึกแถวบริเวณนั้น ในพื้นที่ ม.7 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ว่าพบชายไม่ทราบ ชื่อเสียชีวิตอยู่ภายในตึกร้าง โดยสภาพมีเลือดออกที่ศีรษะ สภาพที่นอนหงายท้องมือแขนอ้า ดวงตายังไม่ปิด

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรสะเดา ทราบต่อมา ผู้เสียชีวิต คือ ชายไทย อายุ 39 ปี ชาว อ.สะเดา และตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบว่ามีสายไฟโดนตัดจากชั้น 2 และพบร่องรอยการถูกขโมย ตัดสายไฟ จึงคาดว่า ผู้เสียชีวิต แอบขึ้นไปยังตึกร้างของโรงแรมเพื่อที่จะไปขโมยสายไฟ แต่เกิดโชคร้ายโดนไฟช็อตทำให้ตกตกลงมาเสียชีวิตในบริเวณดังกล่าว

และจากการสอบถามผู้ที่ไปพบเจอคนแรกคือ นายตุ่น ผู้ที่ดูแลตึกแถวบริเวณนั้นได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองได้ดูแลตึกแถวบริเวณดังกล่าวและโรงแรมใกล้เคียง และเมื่อช่วง 10 โมงที่ผ่านมา ได้เดินไปดูบริเวณรอบรอบเพื่อสำรวจตามปกติในทุกๆ วัน แล้วก็บังเอิญไปเจอกับร่างของผู้เสียชีวิตดังกล่าว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพและเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสะเดา ให้มาตรวจตรวจสอบอย่างที่เกิดเหตุ ตอนที่ตนเองเจอตนเองก็ตกใจเพราะว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่เหตุการณ์ในลักษณะที่สายไฟถูกตัดนั้นมีเป็นประจำเพราะว่าเป็นโรงแรมร้าง ซึ่งตนก็ไม่ได้เข้ามาดูแลทุกวัน

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพสำนักขามได้นำศพของผู้เสียชีวิต ส่งโรงพยาบาลปาดังเบซาร์เพื่อชันสูตรศพหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

ข้อมูล/จาก/Borderpress Songkhla

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...