โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เอกนิติ’ รับลูกพลังงาน เตรียมปรับลดภาษีสรรพสามิต B20-E20

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘เอกนิติ’ รับลูกพลังงาน เตรียมเรียกอธิบดีกรมสรรพสามิตปรับลดภาษี B20-E20 ‘เอกนัฏ’ แนะดึงเงินปันผลบริษัทน้ำมัน-กองทุนอนุรักษ์ฯ โป๊ะกองทุนน้ำมันติดลบกว่าแสนล้าน

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานสัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symposium 2026 หัวข้อ “Thailand Pragmatic Energy Transition พลังงานยุคใหม่ ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การแข่งขันโลกอย่างยั่งยืน” จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทสไทย (ส.อ.ท.) ถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบกว่า 100,000 ล้านบาทว่า ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้เข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมันผ่าน 2 กลไก คือ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กับการนำส่วนต่างผลประโยชน์ของค่าการกลั่นมาประมาณ 30,000 ล้านบาท มาใช้ในการตรึงราคาน้ำมันไม่ให้ปรับขึ้นตามราคาตลาด หรือทำให้ราคาน้ำมันลดลงลิตรละ 4 บาท หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในช่วงที่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตอนนั้นกระทรวงการคลังปรับลดภาษีทั้งน้ำมันเบนซิน และดีเซลลิตรละ 3-5 บาท นานเกือบ 2 ปี ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ไปกว่า 170,000 ล้านบาท แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องไปกู้เงินมาชดเชยการขาดดุลตามระบบงบประมาณ นี่คือผลกระทบจากการปรับลดภาษีน้ำมัน ถามว่ามีโอกาสนำกลับมาใช้อีกหรือไม่ ก็ต้องบอกว่ามี แต่ขอเป็นมาตรการสุดท้าย

“อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์น้ำมันยังไม่ดีขึ้น ก็เหลือมาตรการภาษีสรรพสามิต วันนี้ผมได้มีการหารือกับกระทรวงการคลังแล้ว ในเบื้อต้นอาจมีการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันในกลุ่มเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น แก๊สโซฮอล์ E20 และ ไบโอดีเซล B20 ซึ่งความช่วยเหลือต้องเน้นพุ่งเป้าไปที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น ภาคการขนส่ง มอเตอร์ไซด์ ไรเดอร์ เครื่องยนต์ด้านการเกษตร โดยขจะพยายามรักษาระดับราคาน้ำมัน B20 และ E20 ให้ถูกกว่า B7 และ E10 ลิตรละ 6 บาท ซึ่งจะช่วยลดภาระให้กับกองทุนน้ำมันที่ต้องนำเงินไปแทรกแซงราคาน้ำมัน โดยเฉพาะ B20 ที่มีปริมาณการใช้วันละ 6 ล้านลิตร ถามว่าจะลดภาษีสรรพสามิตเมื่อไหร่ ก็จะพยายามให้ออกมาเร็วที่สุด” นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กระทรวงพลังงานยังศึกษาหาแหล่งเงินที่จะนำมาใช้เสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยที่ไม่ต้องกู้ยืมเงินเพิ่ม ซึ่งก็มีอยู่หลายทางเลือก อาทิ การนำเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมัน แต่เอาไว้กองไว้เฉย ๆ ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร นำกลับมาช่วยลดราคาน้ำมันให้กับประชาชนในช่วงนี้ อีกทางเลือกหนึ่ง ก็อาจจะให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน นำเงินปันผลที่ได้มาจากการค้ากำไรในช่วงนี้มาช่วยหนุน หรือ ลดภาระให้กับผู้ใช้น้ำมัน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า “วันนี้ผมได้มีการหารือกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแล้ว และก็ได้แจ้งให้กับกระทรวงพลังงานรับทราบว่า เรื่องนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการคลัง ที่ต้องการปรับลดภาษีสรรพสามิตที่เกี่ยวกับพลังงานทดแทน หรือ เชื้อเพลิงชีวภาพ อย่างเช่น แก๊สโซฮอล์ E20 และ ไบโอดีเซล B20 อยู่แล้ว เพื่อสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน โดยรัฐบาลจะลดภาษีสรรพสามิต แต่จะลดเท่าไหร่นั้น คงต้องเรียกอธิบดีกรมสรรพสามิตมาหารือเร็วๆนี้

“หลักการคือพยายามช่วยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรักษาส่วนต่าง หรือ Space ของน้ำมัน B20 และ E20 ให้มีราคาถูกกว่า B7 และ E10 ลิตรละ 6 บาท หากเราไม่ช่วยกองทุนน้ำมันฯ ก็จะทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท” ดร.เอกนิติ กล่าว

จากข้อมูลของสำนักการเงินและบัญชี สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2569 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะสุทธิติดลบ 103,561 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์รวม 36,201 ล้านบาท และหนี้สินรวม 139,762 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 62,359 ล้านบาท และบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 41,202 ล้านบาท สะท้อนว่ากองทุนยังมีภาระหนี้สินสูงกว่าสินทรัพย์ ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นประมาณการของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...