โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สั่งรับมือช่องโหว่ไซเบอร์ระดับวิกฤต

ไทยโพสต์

อัพเดต 23 ตุลาคม 2569 เวลา 4.49 น. • เผยแพร่ 59 นาทีที่แล้ว

วิกฤต! "ยศชนัน" เผย OpenAI ตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัยในระบบ PHP เสี่ยงถูกเจาะระบบ สั่งหน่วยงานในสังกัด อว.เร่งตรวจสอบและอัปเกรด พร้อมประสานกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เน้นปกป้องข้อมูลผู้ป่วยและนักศึกษา ด้าน "ภราดร” เผย สกมช.รับมือช่องโหว่ไซเบอร์ระดับวิกฤต แจ้งเตือนหน่วยงานทั่วประเทศ เฝ้าระวังการโจมตี

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ได้รับแจ้งว่าทีมวิจัยของ OpenAI เพิ่งตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัยครั้งใหญ่ในระบบ PHP ซึ่งเป็นภาษาหลักที่ใช้สร้างเว็บไซต์กว่า 70% ทั่วโลก โดยมีความรุนแรงถึงขั้นที่อาจถูกใช้เจาะเข้ามายึดควบคุมระบบ (Hijack) ได้

นายยศชนันระบุว่า ความโชคดีของเหตุการณ์นี้คือ OpenAI ตรวจพบจุดอ่อนดังกล่าวได้ก่อนจะเกิดเหตุ ทำให้ทีมผู้พัฒนามีเวลาตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาในการจัดทำอัปเดตแก้ไขและเตรียมระบบป้องกันไว้พร้อมแล้ว

ทั้งนี้ ประชาชนยังไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่หน่วยงานในประเทศไทย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และโรงเรียนแพทย์ ซึ่งดูแลข้อมูลสำคัญจำนวนมาก ต้องเร่งดำเนินการ 3 ขั้นตอน ได้แก่

1.เตรียมรับมือ ให้ทีมเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ตรวจสอบเว็บไซต์และระบบงานทั้งหมดที่ใช้ PHP โดยให้ความสำคัญกับระบบข้อมูลผู้ป่วยและฐานข้อมูลนักศึกษาเป็นอันดับแรก

2.ระงับความเสี่ยง ระหว่างรออัปเกรดระบบหลัก ให้เปิดใช้ระบบป้องกันเสริมบนเครือข่ายหรือคลาวด์ (Cloud) ทันที พร้อมเฝ้าระวังการเข้าใช้งานที่ผิดปกติเพื่อป้องกันและสกัดกั้นล่วงหน้า

3.แก้ไข เร่งทดสอบและอัปเกรด PHP ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด เพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าวอย่างถาวร

นายยศชนันระบุอีกว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานภายใต้กระทรวง อว. และประสานไปยังกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันเร่งตรวจสอบและอัปเกรดระบบในความดูแลทั้งหมดอย่างใกล้ชิด ภายหลังได้รับการแจ้งเตือนจาก OpenAI

“ผมขอแจ้งให้ประชาชนและผู้ใช้บริการทุกท่านได้รับทราบถึงปัญหานี้ และมั่นใจได้ว่าเราและหน่วยงานภายใต้กำกับของผม กำลังเดินหน้าแก้ไขอยู่อย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญของประชาชนและปิดความเสี่ยงทั้งหมดก่อนที่ผู้ไม่หวังดีจะเริ่มลงมือครับ” นายยศชนันระบุ

ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เปิดเผยว่า จากกรณีการเปิดเผยช่องโหว่ PHP2Shell (CVE-2026-109618 และ CVE-2026-109619) ซึ่งเป็นช่องโหว่ระดับวิกฤตในระบบ PHP ที่ใช้พัฒนาเว็บไซต์และบริการออนไลน์อย่างแพร่หลาย และอาจเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้าควบคุมระบบจากระยะไกลโดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตนนั้น สกมช. โดยศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ดำเนินมาตรการรับมือเชิงรุกแล้วในวันนี้ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อระบบสารสนเทศสำคัญของประเทศ

นายภราดรกล่าวว่า ThaiCERT ได้ดำเนินการใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.แจ้งเตือนภัยคุกคามระดับประเทศ ไปยังหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) และเครือข่าย Sectoral CERT เพื่อให้เร่งตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ของระบบที่อาจได้รับผลกระทบ

2.สำรวจและประเมินความเสี่ยง ของระบบสารสนเทศที่อาจได้รับผลกระทบ โดยให้ความสำคัญกับระบบที่เปิดให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตและระบบบริการสำคัญของประเทศ

3.เฝ้าระวังและตรวจจับการโจมตี โดยรวบรวมข้อมูลภัยคุกคาม วิเคราะห์พฤติกรรมการโจมตี และประสานการตอบสนองเหตุการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4.ติดตามและรายงานสถานการณ์ ทั้งผลการตรวจสอบ การติดตั้งแพตช์แก้ไขช่องโหว่ และเหตุการณ์ผิดปกติที่ตรวจพบ เพื่อรายงานผู้บริหาร สกมช.อย่างต่อเนื่อง

นายภราดรกล่าวเพิ่มเติมว่า สกมช.จะติดตามสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ในระบบที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์โจมตีขึ้น

“การทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อาจไม่เป็นข่าวเมื่อทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ แต่ความสำเร็จที่สำคัญคือการทำให้ประชาชนยังสามารถใช้บริการที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องเผชิญกับความเสียหายจากภัยที่เราสามารถป้องกันได้” นายภราดรกล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...