โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยิ่งใช้ AI โลกยิ่งร้อน? COP31 เตือนโจทย์ใหญ่ วิกฤตที่ต้องจับตา

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ตุรกีเตรียมผลักดันข้อตกลง Antalya AI Pledge ในการประชุม COP31 ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยรับมือวิกฤตโลกร้อน ขณะที่การเติบโตของ AI ทำให้ศูนย์ข้อมูลใช้พลังงานเพิ่มขึ้น คาดว่าความต้องการพลังงานทั่วโลกของ Data Center จะเพิ่มมากกว่าสองเท่าภายในปี 2573 ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีเปิดเผยข้อมูลการใช้พลังงาน และหันมาใช้พลังงานสะอาด หวั่น AI กลายเป็นตัวเร่งวิกฤตโลกร้อน

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือวิกฤตโลกร้อน แต่ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีนี้ก็กำลังเพิ่มความต้องการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ล่าสุด ตุรกี ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม COP31 เตรียมผลักดันข้อตกลงใหม่ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ พร้อมควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเติบโตของเทคโนโลยีดังกล่าว

รายงานจาก The Japan Times เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ระบุว่า ตุรกี ในฐานะเจ้าภาพการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 31 หรือ COP31 ได้เปิดตัวข้อริเริ่มที่เรียกว่า Antalya AI Pledge ซึ่งเป็นคำมั่นสมัครใจในการส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยเตรียมนำเสนออย่างเป็นทางการในการประชุม COP31 ที่เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี ในเดือนพฤศจิกายนนี้

ข้อริเริ่มดังกล่าวสะท้อนความท้าทายสำคัญของโลกยุค AI เพราะแม้เทคโนโลยีนี้จะมีศักยภาพช่วยรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center กลับกำลังกลายเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่กำลังเร่งสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ พร้อมพัฒนาโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น

ข้อมูลจาก BloombergNEF คาดการณ์ว่า สัดส่วนการใช้พลังงานทั่วโลกของศูนย์ข้อมูลจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในปี 2573 ทำให้เกิดความกังวลว่าการเติบโตของ AI อาจยิ่งเพิ่มการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และซ้ำเติมวิกฤตโลกร้อนในอนาคต

ขณะที่ อีแวน ทาคอฟสกี ประธานเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลและ AI ของสถาบันทรัพยากรโลก หรือ WRI มองว่า ข้อริเริ่ม Antalya AI Pledge เป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะให้ความสำคัญทั้งโอกาสและความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศจาก AI แต่ยังขาดกลไกตรวจสอบความรับผิดชอบที่ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลและบริษัทเทคโนโลยีจะดำเนินการตามเป้าหมายอย่างจริงจัง

ด้าน ไซมอน สตีลล์ เลขาธิการบริหารอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เคยเตือนว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานมหาศาล และกำลังผลักดันให้เกิดมลพิษจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่โลกมีความเสี่ยงสูงที่จะมีอุณหภูมิเพิ่มเกินเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียส ตามความตกลงปารีส

สำหรับข้อริเริ่ม Antalya AI Pledge จะเปิดโอกาสให้รัฐบาล องค์กรภาคประชาสังคม และสถาบันการเงินร่วมกำหนดคำมั่นโดยสมัครใจ เช่น การให้ผู้ให้บริการ AI เปิดเผยข้อมูลการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลักดันให้ศูนย์ข้อมูลเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีประเทศใดเข้าร่วมลงนามบ้าง โดยสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว ขณะที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศสำคัญในการพัฒนาศูนย์ข้อมูล ไม่ได้เข้าร่วมกระบวนการ COP แล้ว

ประเทศที่เข้าร่วมข้อริเริ่มนี้จะมีการกลับมาประเมินความคืบหน้าในการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศปี 2570 ที่กรุงแอดดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย

แม้ AI จะมีศักยภาพเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับวิกฤตโลกร้อน แต่การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วก็อาจสร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากยังต้องพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ดังนั้น ความท้าทายสำคัญของโลกจึงไม่ใช่เพียงการนำ AI มาแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ต้องทำให้การเติบโตของ AI เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะเทคโนโลยีที่ถูกคาดหวังว่าจะช่วยกู้วิกฤตโลกร้อน ไม่ควรกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งให้โลก ร้อนขึ้นกว่าเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...