โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้น AI เด้งรับตัวเลขจ้างงาน ปิดแดนบวกฟื้นจากพิษเลือกตั้งสหรัฐฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดัชนี Nasdaq รีบาวด์กลับ 1.1% หลังเผชิญแรงขายดิ่งหนัก 5.5% รับแรงพยุงจากตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ เดือนต.ค. พุ่ง 165,000 ตำแหน่ง ตลาดหุ้นโลกสะเทือนหนักเกาหลีใต้ดิ่ง 6% ชิปยักษ์ SK Hynix วูบกว่า 10% เซ่นผลเลือกตั้งกลางเทอมเดโมแครตครองสองสภา จ่อคุมเข้มกฎหมาย AI กูรูตลาดทุนชี้ตลาดยุค "Market Purgatory" บีบยักษ์เทคฯ เลิกทุ่มทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร้ขีดจำกัด มุ่งโชว์วินัยการเงินและสร้างรายได้จริง

7 พฤศจิกายน 2569 - สำนักข่าว BBC รายงานภาพรวมความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาและตลาดการเงินโลก พบว่า หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เริ่มปรับตัวฟื้นตัวขึ้นสั้นๆ หลังจากผ่านพ้นช่วงการเทขายอย่างหนักหน่วงซึ่งส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกร่วงลงไปหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

*ดัชนี Nasdaq ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี สามารถปิดการซื้อขายในแดนบวกได้สำเร็จ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% ในการซื้อขายวันศุกร์ ชดเชยแรงขายที่ดิ่งลงรุนแรงถึง 5.5% ในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 0.3% ส่วนดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones) ยังคงทรงตัวก่อนจะปิดลบเล็กน้อยที่ 0.4% ทั้งนี้ หุ้นของบริษัทชั้นนำที่สูญเสียมูลค่าตลาดไปหลายแสนล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี โดยเฉพาะผู้ผลิตชิปและสารกึ่งตัวนำ เช่น Nvidia, SpaceX และ Tesla ต่างเริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้บางส่วน*

การปรับตัวรีบาวด์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่นักลงทุนเริ่มคลายความตื่นตระหนกจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ประกอบกับได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ประจำเดือนตุลาคม ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยมีการเพิ่มขึ้นของตำแหน่งงานถึง 165,000 ตำแหน่ง ช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยลงได้ในระดับหนึ่ง

ตลาดหุ้นเอเชีย-ยุโรปยังสาหัส Kospi ดิ่ง 6% ตระหนกเดโมแครตยึดสภาคุมเข้มกฎหมาย AI

แม้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะเริ่มตั้งหลักได้ แต่บรรยากาศการลงทุนในฝั่งเอเชียและยุโรปกลับยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ ปิดร่วงลงถึง 6% ในวันศุกร์ ซึ่งหุ้นของ SK Hynix ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ปรับตัวลดลงลึกกว่า 10% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในยุโรป ทั้งเยอรมนี ฝรั่งเศส และสเปน ที่ต่างปิดตลาดในแดนลบ

ส่วนดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษ ลดลง 1.01% โดยนอกจากผลกระทบจากหุ้นเทคโนโลยีแล้ว ตลาดหุ้นอังกฤษยังได้รับแรงกดดันจากการที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณว่าอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ

สาเหตุสำคัญของการเทขายหุ้นกลุ่ม AI ครั้งมหาศาลนี้ สืบเนื่องมาจากชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงชัยชนะในรัฐที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาศูนย์ข้อมูล AI โดยพรรคเดโมแครตได้ชูนโยบายการกำกับดูแลและจัดตั้งกฎระเบียบใหม่ที่เข้มงวดสำหรับเทคโนโลยี AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งนักลงทุนประเมินว่าอาจส่งผลให้การพัฒนา AI เป็นไปได้อย่างช้าลง

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาระบุในวันศุกร์ โดยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนสิ่งที่เรียกว่า "Super Intelligence" พร้อมระบุว่ามีเพียง "ผู้นำที่โง่เขลา" เท่านั้นที่จะปฏิเสธความมั่งคั่งที่เทคโนโลยีนี้จะนำมาสู่ประเทศ

กูรูชี้ตลาดเข้าสู่ยุค "ชำระบาป" บีบบริษัทเทคฯ แสดงวินัยทางการเงินและพิสูจน์มูลค่าเศรษฐกิจจริง

นอกเหนือจากประเด็นทางการเมืองแล้ว ตลาดทุนยังคงตั้งคำถามอย่างหนักต่อความคุ้มค่าของการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาได้จริงหรือไม่

รัส ชอว์ (Russ Shaw) ผู้ก่อตั้ง Tech London Advocates เครือข่ายสนับสนุนเทคโนโลยีระดับโลก ให้สัมภาษณ์กับรายการ Business Today ของ BBC ว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า ถึงเวลาที่จะต้องทบทวนทิศทางของ AI ใหม่ โดยสภาชุดใหม่ของสหรัฐฯ จะหันมาโฟกัสกับการกำกับดูแล AI อย่างจริงจัง และบริษัทเทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่ได้สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอเกี่ยวกับประโยชน์ที่แท้จริงของ AI

ด้านปิแอร์ บาเก้ (Pierre Baqué) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Neural Concept แพลตฟอร์ม AI ชั้นนำ ชี้ว่าความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่เกิดขึ้นถือเป็น "การปรับฐานที่จำเป็นของตลาด"เพื่อสะท้อนความกังวลที่สมเหตุสมผลต่อปริมาณเงินทุนที่ถูกทุ่มลงไปในโครงสร้างพื้นฐาน AI

“อุตสาหกรรมนี้ต้องก้าวข้ามผ่านยุคแห่งการทุ่มเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างไม่มีการตรวจสอบ และต้องแสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินที่มากขึ้น เรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ซึ่งเปรียบเสมือน 'แดนชำระบาปของตลาด'ที่เทคโนโลยีดิบจะต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริงในวงกว้าง” ปิแอร์ บาเก้ กล่าว

แดน คอตส์เวิร์ธ (Dan Coatsworth) หัวหน้าฝ่ายตลาดจาก AJ Bell ระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายสำหรับตลาดทุน และคำถามสำคัญหลังจากนี้คือ การฟื้นตัวของ S&P 500 และ Nasdaq จะสามารถรักษาแรงส่งไว้ได้ต่อเนื่องหรือไม่ โดยหลังจากที่นักลงทุนได้พักหายใจในช่วงวันหยุด สัปดาห์หน้าจะเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนขึ้นว่าการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีจะเข้าสู่ภาวะขาลงอย่างสมบูรณ์ หรือเป็นการดีดตัวกลับเพื่อสู้ต่อ

ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ พุ่ง 1.65 แสนตำแหน่ง ช่วยดึงสติเศรษฐกิจจริงยังไม่ถดถอย

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุน คือ ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ประจำเดือนตุลาคมที่ประกาศโดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ซึ่งระบุว่า นายจ้างมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 165,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนและสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มากกว่าสองเท่า ขณะที่อัตราการว่างงานปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.1% จาก 4.2% ในเดือนกันยายน โดยอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ ระหว่าง 4.1% ถึง 4.3% มาตั้งแต่เดือนมีนาคม

นีล เบอร์เรล (Neil Birrell) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน จาก Premier Miton ให้ความเห็นว่า แม้ตัวเลขการจ้างงานอาจดูเหมือนมีความสำคัญเป็นรองจากความผันผวนของตลาดหุ้น แต่รายงานฉบับนี้ถือเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญอย่างยิ่ง

"เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงวิ่งได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งนั่นอาจหมายความว่า ความเสี่ยงต่างๆ ที่ตลาดกำลังกังวลอยู่ในขณะนี้ อาจไม่ได้เป็นความเสี่ยงต่อภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงรุนแรงเหมือนอย่างที่กำลังหวาดกลัวกัน" นีล เบอร์เรล กล่าวสรุป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...