พาณิชย์วางแผนรับมือน้ำท่วม-เงินเฟ้อ ดึงทหารขนส่งสินค้าแก้ขาดแคลน ทดลองใช้ฟรี
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงทิศทางกรอบเงินเฟ้อและมาตรการตรึงราคาสินค้าในช่วงปลายปี ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและเทศกาลสำคัญที่กำลังจะมาถึง โดยยืนยันเป้าหมายเงินเฟ้อทั้งปีจะยังคงบริหารจัดการให้อยู่ในกรอบไม่เกินร้อยละ 3 ตามที่ตั้งไว้
นางศุภจีเปิดเผยถึงกระแสข่าวการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดขอปรับขึ้นราคาสินค้าควบคุมอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ สินค้าในประเทศมีหลายพันรายการ โดยมีสินค้าควบคุมดูแลอยู่ที่ 66 รายการ ซึ่งแม้จากการตรวจสอบร้านค้าปลีกหรือโชห่วยอาจพบการขยับราคาบ้างเล็กน้อยประมาณ 1-2 บาท แต่ยังไม่มีการขอปรับขึ้นราคาในกลุ่มสินค้าควบคุมแต่อย่างใด
"สำหรับสินค้าควบคุม ต้องเข้าใจว่าสินค้าในประเทศเราที่เราดูแลอยู่มีเป็นหลายพันสินค้าเลย สินค้าควบคุมมีอยู่แค่ 66 รายการ สินค้าควบคุมยังไม่มีใครขอเข้ามา"
เมื่อถามถึงแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรและพืชผัก นางศุภจีชี้แจงถึงหลักการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ว่า จำเป็นต้องสร้างความสมดุลทั้งระบบ ทั้งฝั่งผู้บริโภคและฝั่งเกษตรกรผู้ผลิต
"ในมุมของผู้ซื้อก็ไม่อยากซื้อของแพง แต่ในมุมของเกษตรกรเขาก็อยากได้ราคา หน้าที่ของเราคือดูความสมเหตุสมผลและสมดุลทั้งระบบ" นางศุภจีกล่าวและว่า กระทรวงพาณิชย์ใช้กลไก Trigger Point และราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีในการกำกับดูแล เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำจนเกษตรกรอยู่ไม่ได้ และไม่สูงเกินไปจนผู้บริโภคเดือดร้อน
"มันจะไม่ยกเว้น หรือไม่มีราคาอะไรที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขได้พร้อมกัน เพราะฉะนั้นมันจะต้องเป็นอะไรที่เราต้องดูความสมดุลทั่วทุกๆ ด้าน เกษตรกรวันนี้ที่เราทำโดยต้องการให้ขายราคาข้าวได้ดี สูงเกินไปคนซื้อก็มีประเด็น เราก็ต้องดูให้มันเหมาะสม มันถึงมีเรื่อง Trigger Point ว่าไม่ควรต่ำกว่า Trigger Point และราคาเฉลี่ยที่มีมาใน 3 ปี ไม่ควรจะเกินราคาตรงนี้ เพราะถ้ามันเกินตรงนี้ผู้บริโภคเดือดร้อน"
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรม นางศุภจีกล่าวว่า ขณะนี้ฝนเริ่มซาลงและปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเริ่มลดลง แม้จะมีพายุเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกซึ่งช่วยให้บริหารจัดการได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องเฝ้าระวังระยะเวลาที่น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวซึ่งสามารถทนน้ำท่วมขังได้เต็มที่ประมาณ 14-15 วัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่
นางศุภจีกล่าวว่า สำหรับความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเขตเมืองมากกว่าพื้นที่เกษตรกรรม เนื่องจากประชาชนไม่สามารถย้ายทรัพย์สินได้ทันท่วงทีจากระบบแจ้งเตือนภัย
"ตอนนี้ความเสียหายที่เราเจอคืออยู่ในโซนเมืองมากกว่า ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงนี้ เกษตรกรตอนนี้ยังไม่ได้ยินมากเท่ากับคนที่อยู่ในเมืองที่ไม่สามารถที่จะขนย้ายทรัพย์สินของตัวเองขึ้นมาได้ทัน อาจจะเป็นเรื่องของระบบเตือนภัยที่อาจจะไม่ทันท่วมท้น"
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะดูแลสถานการณ์น้ำท่วม ไม่ให้สภาวะสินค้าขาดแคลนชั่วคราวอันเนื่องจากการตื่นตระหนกซื้อสินค้าตุนไว้ของประชาชน โดยกระทรวงพาณิชย์ยึดหลักการสำคัญ 2 ประการคือไม่ให้ของขาด และไม่ให้ของแพง
"เราดูสองอย่างก็คือ ไม่ให้ของขาด ไม่ให้ของแพง คนก็ตกใจ เป็นพี่ พี่ก็แอบตกใจอยู่เหมือนกัน ไปไหนก็ไม่ได้ เรื่องของการขาดแคลนก็อาจจะเป็นว่าคนตื่น แทนที่จะซื้อ 1 ก็เลยซื้อสัก 5-6 หน้าที่เราก็คือต้องไปเติมในส่วนที่ขาดแคลน"
เพื่อแก้ไขปัญหาการกระจายสินค้าในจุดที่เข้าถึงยาก กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม โดยนำกำลังทหารและยานพาหนะเข้าช่วยขนส่งสินค้าทั้งของสดและของแห้ง เช่น พื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ลาดกระบัง และคลองจั่น รวมถึงพื้นที่ต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักในช่วงที่ผ่านมา เช่น กบินทร์บุรี และสระแก้ว
"ของยังไม่ขาดค่ะ แต่ว่าเข้าไม่ได้ในบางจุด ซึ่งถ้ามีข้อมูลว่าจุดไหนยังไง แจ้งมา เราจะได้เข้าไปช่วยเต็มที่"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “ศุภจี” หารือ UAE เดินหน้า CEPA ขยายการค้า-ลงทุนไทย-UAE