โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คนไทยผวาข้อมูลเงินรั่ว! ผลสำรวจชี้ 95% จี้แบงก์-แพลตฟอร์มเยียวยาด่วน "ดร.นพดล" ชู 5 กลไกรับมือมิจฉาชีพ

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คนไทยผวาข้อมูลเงินรั่ว! ผลสำรวจชี้ 95% จี้แบงก์-แพลตฟอร์มเยียวยาด่วน "ดร.นพดล" ชู 5 กลไกรับมือมิจฉาชีพ

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งซูเปอร์โพลเปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "ความไม่ปลอดภัยทางไซเบอร์กับความเชื่อมั่นต่อบริการทางการเงิน" ศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,248 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม 2569 โดยเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน ทั้งการตอบแบบสอบถามออนไลน์และการสัมภาษณ์ ครอบคลุมบริการธนาคารออนไลน์และแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล

ผลสำรวจพบว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 85.1 เคยประสบเหตุถูกคุกคามจากมิจฉาชีพออนไลน์ เช่น ข้อความล่อลวงผ่าน SMS ไลน์ และโทรศัพท์ ขณะที่ร้อยละ 18.9 เคยสูญเสียเงินหรือทรัพย์สินจากการถูกหลอกลวง

ด้านความกังวล พบว่าร้อยละ 85.2 กังวลต่อข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินรั่วไหล ร้อยละ 73.8 กังวลว่าจะไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุ และร้อยละ 69.7 กังวลต่อการถูกเข้าถึงบัญชีหรือทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับสิ่งที่ต้องการจากผู้ให้บริการ ร้อยละ 95.3 ต้องการกระบวนการตรวจสอบความเสียหายและพิจารณาเยียวยาที่ชัดเจน เป็นธรรม และติดตามความคืบหน้าได้ ร้อยละ 91.9 ต้องการช่องทางช่วยเหลือฉุกเฉินที่ติดต่อได้ตลอดเวลา และร้อยละ 90.3 ต้องการให้แจ้งเตือนอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ พร้อมอธิบายว่าข้อมูลหรือทรัพย์สินใดอาจได้รับผลกระทบ และผู้ใช้บริการต้องดำเนินการอย่างไร

นอกจากนี้ ร้อยละ 87.4 ต้องการระบบตรวจจับและยับยั้งธุรกรรมผิดปกติ และร้อยละ 83.4 ต้องการให้มีการประเมินความปลอดภัยโดยผู้ตรวจสอบอิสระ พร้อมเปิดเผยผลในระดับที่ประชาชนเข้าใจได้ โดยไม่กระทบความมั่นคงของระบบ

ส่วนปัจจัยสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการ ร้อยละ 86.1 ให้ความสำคัญกับความสามารถในการป้องกันและระงับเหตุ ร้อยละ 82.4 ให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และร้อยละ 80.9 ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้เสียหายอย่างเป็นธรรม

ซูเปอร์โพลเสนอให้หน่วยงานกำกับดูแล ธนาคาร และผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล นำผลสำรวจไปพัฒนาการคุ้มครองประชาชนให้ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน ตรวจจับ ระงับเหตุ แจ้งเตือน ไปจนถึงฟื้นฟูและเยียวยา โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและระยะเวลาดำเนินการที่ประชาชนติดตามได้

ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้ที่นำไปใช้ได้จริง เช่น ตรวจสอบช่องทางติดต่อก่อนให้ข้อมูล ไม่เปิดเผยรหัสผ่านและรหัสยืนยัน เปิดใช้การยืนยันตัวตนที่เหมาะสม และรู้ช่องทางแจ้งเหตุของผู้ให้บริการ รวมถึงพัฒนาระบบที่ช่วยลดความผิดพลาดของผู้ใช้

"ความปลอดภัยทางไซเบอร์ต้องวัดได้ทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดความเสียหาย ประชาชนควรรู้ว่าใครกำลังปกป้องเงินและข้อมูลของตน และเมื่อเกิดปัญหาจะได้รับความช่วยเหลืออย่างไร"ผศ.ดร.นพดลกล่าว

ผู้ก่อตั้งซูเปอร์โพลยังยกกรณี Binance ถูกโจมตีกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมต่อระบบออนไลน์ หรือ Hot Wallet เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ตามเวลา UTC เป็นบทเรียนสำหรับธุรกิจไทย โดยระบุว่า ข้อมูลตามประกาศของบริษัทประเมินสินทรัพย์ที่สูญเสียประมาณ 212,316 ล้านบาท อายัดสินทรัพย์ได้ประมาณ 101,103 ล้านบาท และจัดสรรเงินบริษัทมากกว่า 213,664 ล้านบาทเพื่อรองรับความเสียหาย ทั้งนี้ เป็นตัวเลขประมาณการตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 31 ตุลาคม และยังต้องติดตามผลการดำเนินงานต่อไป

ผศ.ดร.นพดลย้ำว่า ยอดสินทรัพย์ที่ถูกขโมย ยอดอายัด และเงินที่เตรียมชดเชยเป็นคนละรายการ ไม่ควรนำมารวมเป็นความเสียหายทั้งหมด อีกทั้งการนำเงินบริษัทมาเติมสินทรัพย์ส่วนที่ขาด ไม่ได้หมายความว่าสามารถติดตามสินทรัพย์ที่คนร้ายขโมยไปกลับคืนมาได้ครบแล้ว

สำหรับการป้องกัน ธุรกิจต้องดูแลทั้งกุญแจเข้ารหัสและระบบที่มีอำนาจสั่งใช้กุญแจ เพราะแม้จัดเก็บกุญแจอย่างแข็งแรง แต่หากผู้โจมตีควบคุมกระบวนการสร้างหรือตรวจคำสั่งได้ ก็อาจทำให้ระบบอนุมัติธุรกรรมที่ไม่ควรเกิดขึ้น จึงควรแยกอำนาจ จำกัดสิทธิ์เข้าถึง และเพิ่มช่องทางตรวจสอบรายละเอียดธุรกรรมที่เป็นอิสระ

พร้อมเสนอให้นำกรอบมาตรฐานสากลมาทำงานร่วมกัน ทั้ง NIST สำหรับกำหนดผลลัพธ์และผู้รับผิดชอบ MITRE ATT&CK สำหรับสร้างสถานการณ์ทดสอบภัยคุกคาม และมาตรฐาน ISO สำหรับจัดระบบบริหารความเสี่ยง การรับมือเหตุ และความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยการมีใบรับรองไม่อาจใช้แทนหลักฐานว่าป้องกันเหตุได้ทุกกรณี

ผศ.ดร.นพดลเสนอให้องค์กรเตรียมกลไกสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ กำหนดอำนาจตัดสินใจฉุกเฉิน จัดทำคู่มือและซ้อมตอบสนองเหตุ เตรียมระบบฟื้นฟูที่สะอาดและแยกจากระบบเดิม เตรียมสภาพคล่องและหลักเกณฑ์เยียวยา และสร้างเครือข่ายประสานงานพร้อมเกณฑ์เปิดบริการอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องรอให้การติดตามเงินทั้งหมดสิ้นสุดก่อนเริ่มช่วยเหลือความเสียหายที่ตรวจสอบแล้ว

ส่วนกรณี Binance TH ผศ.ดร.นพดลระบุว่า บริษัทชี้แจงว่าดำเนินงานภายใต้นิติบุคคลและระบบจัดเก็บสินทรัพย์ของตนเอง แยก Cold Wallet จาก Binance อย่างเป็นอิสระ พร้อมยืนยันว่าสินทรัพย์ลูกค้าปลอดภัย และวันที่ 1 พฤศจิกายนประกาศว่าตรวจสอบระบบเสร็จแล้ว เตรียมทยอยเปิดบริการถอนสินทรัพย์ดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม การแยกนิติบุคคลและกระเป๋าสินทรัพย์ไม่ควรตีความว่าระบบทุกส่วนแยกจากกันทั้งหมด ผู้ที่ต้องประเมินความเสี่ยงจึงควรขอหลักฐานเรื่องสิทธิ์เข้าถึง อำนาจอนุมัติธุรกรรม การจัดการกุญแจเข้ารหัส และการพึ่งพาบริการร่วมกัน โดยข้อเสนอนี้ไม่ได้หมายความว่าพบการเจาะระบบหรือสูญเสียสินทรัพย์ของ Binance TH

ท้ายที่สุด ผศ.ดร.นพดลเสนอให้คณะกรรมการบริษัทขอหลักฐาน 3 ชุด ได้แก่ แผนผังการพึ่งพาพันธมิตร ผลทดสอบการหยุดธุรกรรมผิดปกติ และผลซ้อมฟื้นฟูพร้อมเยียวยาลูกค้า จากนั้นกำหนดผู้รับผิดชอบ งบประมาณ และระยะเวลาแก้ข้อบกพร่องให้ชัดเจน เพื่อให้ความเชี่ยวชาญด้านไซเบอร์นำไปสู่ความเสียหายที่ลดลง บริการที่กลับมาอย่างปลอดภัย และลูกค้าที่ได้รับความช่วยเหลือเร็วขึ้น

#ภัยไซเบอร์ #ซูเปอร์โพล #มิจฉาชีพออนไลน์ #Binance #สินทรัพย์ดิจิทัล #ข่าวการเงิน #ความมั่นคงไซเบอร์ #ข่าวเศรษฐกิจ #คอลเซ็นเตอร์ #ข่าววันนี้ #สำนักข่าว #CyberSecurity #SUPERPOLL #ธนาคารออนไลน์ #เตือนภัยออนไลน์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...