โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

นายหญิงหอสังหาร (มีอีบุ๊คแล้วจ้า)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 28 เม.ย. 2567 เวลา 15.10 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2567 เวลา 15.10 น. • โกโก้น้อย8998
เธอถูกน้องสาวแท้ๆ กับแฟนหนุ่มที่คบกันมาสิบปีหักหลัง! สองคนนั้นขายข้อมูลส่วนตัวของเธอให้กับแก๊งค้ายา พอเธอตายวิญญาณหลุดมาอยู่ในร่างคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ที่พ่อไม่รัก แม่เลี้ยงจับมาขายหอนางโลม!

ข้อมูลเบื้องต้น

อ่านรวดเดียวจบ ครบทุกตอนไม่ต้องรอ ได้ที่ลิ้งก์ข้างล่างนี้ได้เลยจ้า

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzA0MzEwOCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI5MjUyNSI7fQ

ความเจ็บปวดที่สุดในชีวิต

ตอนที่ 1 ความเจ็บปวดที่สุดในชีวิต

เพื่อหาเงินส่งเสียน้องสาวเรียนหนังสือ ฟางต้องไปทำงานเป็นสายสืบอยู่ในองค์กรลับที่นานๆ ทีจะได้กลับบ้านสักหน เธอเปิดร้านกาแฟขนาดเล็กบังหน้า มีแฟนหนุ่มซึ่งคบหากันนานถึงสิบปีคอยช่วยน้องสาวของเธอดูแลร้านกาแฟ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นแฟนหนุ่มของเธอโทรมา

พีช “ฮัลโหลที่รัก วันนี้เป็นวันครบรอบที่เราสองคนเป็นแฟนกัน ที่รักจะกลับมากินข้าวที่บ้านไหม”

ฟางตอบอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษนะพีช มีงานด่วนเข้ามา เสร็จงานแล้วเราจะรีบกลับไปอยู่กับพีชนะ ไม่โกรธเราใช่ไหม”

พีช “ไม่หรอก เราเข้าใจ ที่รักดูแลตัวเองด้วยนะ เราเป็นห่วงที่รักมากเลย อย่าทำงานจนลืมกินข้าวล่ะ รักฟางมากนะครับ”

“รักพีชมากเหมือนกันค่ะ” พูดจบก็วางสาย ตอนนี้ฟางอยู่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวที่เธอเจอกับพีชครั้งแรก

ความจริงวันนี้ไม่มีงานด่วนอะไรหรอก แค่อยากเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่ม พร้อมทั้งหิ้วก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำไปฝากเขา เธออยากเห็นสีหน้าท่าทางประหลาดใจของแฟนหนุ่มยามที่พบกัน ฟางค่อยๆ เดินย่องเข้าบ้าน รู้สึกตื่นเต้นอยากเจอน้องสาวและแฟนหนุ่มเร็วๆ เธอไม่ค่อยได้กลับบ้าน พวกเขาจะดีใจแค่ไหนกันนะที่รู้ว่าเธอกลับมา

เมื่อเข้ามาในบ้านพบว่าชั้นล่างไม่มีคนอยู่ เธอวางก๋วยเตี๋ยวไว้บนโต๊ะ แล้วเดินขึ้นบันไดไปหาน้องสาวที่ห้องนอน ขณะกำลังจะเคาะประตูกลับได้ยินเสียงครางกระเส่า เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเล็ดลอดออกมา เป็นเสียงของพีชกับน้องสาวเธอ…

ฟางยืนตัวแข็งทื่อ รู้สึกเหมือนลำคอตีบตัน กระบอกตาร้อนผ่าว สองมือสั่นระริก เธอแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่มันคือความจริง…

กิจกรรมในห้องยังคงดำเนินต่อไปไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ฟางน้ำตาไหลอาบแก้ม สองมือกำหมัดแน่น ในใจรู้สึกทรมานยากจะทานทน ทำไมถึงทำกับเธอแบบนี้ ทำไม! เธอยอมเสี่ยงอันตรายทำงานเป็นสายลับ หาเงินเลี้ยงดูน้องสาวกับแฟนหนุ่มที่พร่ำบอกว่ารักและคิดถึงเธอหนักหนา ก่อนหน้าเพิ่งวางสายไปมันคือคำโกหกหลอกลวงสินะ

ฟางหมุนกายหันหลังกลับ เดินเกาะราวบันไดลงมาชั้นล่างอย่างหมดแรง เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว จะเคาะประตูเรียกสองคนนั้นให้ออกมาตอบคำถามที่ค้างคาใจก็ดูไร้ประโยชน์ เธอไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น!

พอรู้ว่าชายโฉดหญิงชั่วแอบสมสู่กันลับหลังเธอ ทุกสิ่งในบ้านก็ดูน่าขยะแขยงไปหมด ฟางฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ใส่ฝ่ามือทั้งสองข้าง ป้องกันเสนียดจัญไรเกาะติด เธอจะไม่กลับมาเหยียบบ้านหลังนี้อีก! ฟางก็เหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไป อยากแต่งงานมีลูก อยากส่งน้องสาวเรียนสูงๆ ตามที่ได้รับปากบิดามารดาไว้ก่อนตาย แต่ตอนนี้ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว

เธอนั่งรถแท็กซี่ไปบ้านพักซึ่งมีไว้สำหรับพักผ่อนขณะทำภารกิจลับ พอถึงที่หมายก็ลงจากรถอย่างคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ได้สังเกตหรือระมัดระวังตัวเช่นทุกครั้งยามเมื่ออยู่ข้างนอก

ฉับพลันนั้นเองฟางได้ยินเสียงปืนดังอื้ออึง ตามมาด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณช่วงท้อง พอก้มมองก็พบว่าเธอถูกยิง เลือดไหลทะลักเปื้อนเสื้อขาวที่สวมใส่ ฟางรีบเอามือกดบาดแผลห้ามเลือด มองหาทิศทางที่ลูกกระสุนถูกยิงออกมา

คนร้ายมีกันทั้งหมดห้าคน รอยสักเต็มแขน พวกมันเป็นลูกสมุนแก๊งค้ายารายใหญ่ หัวหน้าของพวกมันโดนตำรวจจับกุมตัวไปแล้ว ลูกสมุนห้าคนนี้หนีรอดไปได้จึงย้อนกลับมาเล่นงานเธอ เพราะถ้าหากไม่มีสายลับอย่างเธอแฝงตัวเข้าไป ลูกพี่ของพวกมันก็คงไม่ต้องนอนในคุก

ลูกสมุนหนึ่งในนั้นแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม “สร้างศัตรูไว้เยอะ สายลับฟางจะมาเดินใจลอยแบบนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวตายไม่รู้ตัว เสียชื่อองค์กรลับหมด”

ฟางหน้าซีดเพราะเสียเลือดมาก หากหนีคงหนีไปได้ไม่ไกล หญิงสาวได้แต่ยอมรับชะตากรรม ถามเสียงอ่อนแรงว่า “พวกแกรู้ที่อยู่ของฉันได้ยังไง”

พวกมันเห็นว่าไหนๆ เธอก็จะตายแล้ว จึงบอกความจริงให้เอาบุญ “น้องสาวมึงเป็นคนขายข่าวให้พวกกู ดูท่าคงอยากให้พี่สาวตายไวๆ”

อีน้องเลว! เพื่อผู้ชายเพียงคนเดียว ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ? ยืมมือแก๊งค้ายากำจัดพี่สาวแท้ๆ ของตัวเอง จิตใจทำด้วยอะไร! เสียงปืนดังรัวหลายสิบนัด ร่างของฟางทรุดฮวบลงพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม เจ็บกายไม่เท่าเจ็บใจ!

ก่อนสิ้นใจเธออดไม่ได้ที่จะเย้ยหยันตัวเอง ทํางานหามรุ่งหามค่ำ สุดท้ายก็ไม่ได้อยู่ใช้เงินที่ตัวเองหามาด้วยความยากลำบาก ต้องตายอย่างหมาข้างถนน ทว่าตายไปก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องรับรู้อะไรอีก พอแล้วความรัก พอแล้วความเชื่อใจ พอกันที…

ที่นี่ที่ไหน ใครรู้บ้าง

ที่นี่ที่ไหน ใครรู้บ้าง?

ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน ฟางปรือตาขึ้นท่ามกลางเสียงร้องไห้ดังระงม เธอพยายามปรับสายตาให้เป็นปกติ กวาดมองโดยรอบด้วยความมึนงง ที่นี่ที่ไหน? ไม่ใช่ว่าเธอถูกยิงตายไปแล้วหรอกหรือ ทำไมมาโผล่ที่นี่ได้ รอบข้างมีแต่คนแต่งกายชุดจีนโบราณ เธอเองก็เช่นกัน

ขณะคิดทบทวนลำดับเหตุการณ์อยู่นั้น จู่ๆ พลันรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรงจนต้องยกมือกุมศีรษะ ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาดุจสายน้ำทำให้เธอหมดสติไปอีกหน เมื่ออาการปวดหัวทุเลาลงเธอก็ลืมตาตื่น ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ร่างนี้มีนามว่า ไป๋เสวี่ยฉิง นางคือคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ ถือกำเนิดจากภรรยาเอก ฮูหยินเอกเผชิญกับภาวะคลอดบุตรยาก เพราะเสียเลือดมากจึงสิ้นใจทันทีหลังจากที่ให้กำเนิดบุตรสาวคนนี้

สถานที่ที่เธออยู่ขณะนี้ถูกเรียกว่าหอนางโลม หลายคนคงสงสัยว่าเหตุใดคุณหนูผู้ลากมากดีจึงมาโผล่ในสถานที่อโคจรเช่นนี้ได้ เรื่องมันมีอยู่ว่า… แม่เลี้ยงอาศัยโอกาสขณะที่แม่ทัพไป๋ทำศึกอยู่ชายแดน วางยาที่ทำให้ร่างกายไป๋เสวี่ยฉิงอ่อนกำลัง แล้วสั่งให้บ่าวไพร่จับคุณหนูใหญ่ผู้เคราะห์ร้ายโยนใส่รถม้าเตรียมขายทอดตลาด ระหว่างนั้นไป๋เสวี่ยฉิงพยายามขัดขืนสุดชีวิต จึงถูกสาวใช้คนสนิท ซึ่งไม่รู้แม่เลี้ยงซื้อตัวไปเป็นพวกตั้งแต่เมื่อไหร่ ใช้ไม้ฟาดศีรษะไป๋เสวี่ยฉิงจนเลือดอาบ สุดท้ายสิ้นใจตายแต่คนพวกนั้นไม่รู้คิดว่านางเพียงแค่สลบ จึงช่วยกันอุ้มร่างไป๋เสวี่ยฉิงขึ้นรถม้าตามเดิม

ฟางนั่งกอดเข่าพลางถอนหายใจ ที่ผ่านมาชีวิตเธอยังบัดซบไม่พอหรือไง ถึงส่งเธอมาตกระกำลำบากอยู่ที่นี่ ชาติที่แล้วทำบุญไปตั้งมากคิดว่าตายแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์เสียอีก เธอกวาดตามองรอบห้อง เห็นผู้หญิงหลายคนนั่งร้องไห้ เนื้อตัวสั่นเทา ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง คงโดนจับมาขายอย่างไม่เต็มใจเหมือนกันกับเธอ

บุรุษชุดเทาซึ่งทำหน้าที่จับตาดูสตรีเหล่านี้ รำคาญเสียงร้องไห้ของพวกนางจึงตวาดเสียงกร้าว “ขืนยังไม่หุบปากจะฆ่าทิ้งให้หมด!” บุรุษชุดเทาพูดพลางเอื้อมมือมาฉุดดึงให้ฟางลุกตามมันไป เธอไม่ได้ดิ้นรนต่อต้าน อยากรู้นักว่าหอนางโลมแห่งนี้จะเหมือนอย่างที่เห็นในซีรีส์ย้อนยุคหรือเปล่า

บุรุษชุดเทาพาเธอมาส่งยังห้องพักลูกค้าท่านหนึ่ง ผู้ที่รออยู่ในห้องเป็นชายชราท่าทางบ้าตัณหา พอเห็นเด็กสาวเอ๊าะๆ ก็พร้อมจะกระโจนเข้าใส่

บุรุษชุดเทาค้อมกาย พูดกับชายชราผู้นั้นด้วยท่าทางประจบประแจง “เด็กใหม่เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ ยังไม่เคยผ่านมือชายใด นายท่านสนใจจะรับไว้ใช้งานหรือไม่”

“นี่แหละของชอบเลย” ชายชราผู้นั้นหัวเราะ ตกรางวัลให้บุรุษชุดเทาอย่างใจป้ำ “หมดธุระแล้วก็รีบไสหัวไปเสีย ข้ากับแม่นางน้อยจะเล่นสนุกกัน”

“ขอรับๆ” บุรุษชุดเทารู้ดีว่าตาเฒ่าผู้นี้จิตใจวิปริต เอาได้ทั้งหญิงและชาย มีเด็กหลายคนตายด้วยน้ำมือของอีกฝ่าย หลังเกิดเรื่องชายชรายินดีชดใช้เงินสามเท่า แม่เล้าจึงยอมหลับตาข้างหนึ่ง

พอบุรุษชุดเทาออกไป ชายชราก็สืบเท้าเข้าหาเธอด้วยท่าทีคุกคาม รอยยิ้มบนใบหน้าเหี่ยวย่นไม่ปกปิดความลามก “เด็กน้อย ให้ข้าลิ้มลองเนื้อกายสาวของเจ้าดูหน่อยเถิดว่ามันจะหอมหวานสักเพียงใด”

ชายชรายื่นมือหมายจะเชยคางสาวงาม แต่ยังไม่ทันแตะถูกตัวเธอ ฟางก็บิดข้อมือเขาแล้วหักดังกร็อบ! ชายชราแผดเสียงร้องเหมือนหมูถูกเชือด ฟางไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามได้ตั้งตัว เธอยกเท้าเตะผ่าหมากเต็มแรง ให้มะเขือเหี่ยวๆ ของตาเฒ่าหัวงูใช้การไม่ได้อีก

ชายชราเอามือกุมเป้าร้องโอดโอย โกรธจนเลือดขึ้นหน้า “นางเด็กเวร! เจ้ากล้าทำร้ายข้ารึ”

ฟางไหวไหล่ ตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน “กล้าไม่กล้าก็ทำไปแล้ว”

“นางเด็กปากดี ข้าจะฆ่าเจ้า!” ชายชรากระโจนเข้าหาทำท่าจะบีบคอเธอ ฟางรีบเบี่ยงกายหลบ เธอดึงปิ่นเงินออกจากศีรษะ ผมยาวสยายเต็มแผ่นหลัง ฟางใช้ปิ่นอันนั้นกระหน่ำแทงลำคอของชายชราจนทะลุ! เลือดพุ่งกระฉูดย้อมอกเสื้อชายชราเป็นวงกว้าง บรรยากาศโดยรอบตกอยู่ในความเย็นยะเยือก ร่างชายชราล้มลงบนพื้น ตายตาไม่หลับ

ฟางสูดกลิ่นคาวเลือดเข้าเต็มปอด รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก เธอตายอย่างอยุติธรรม ดวงจิตผูกพยาบาท สิ่งแรกที่อยากทำหลังจากฟื้นขึ้นมาคือฆ่าคน… ไม่มีอีกแล้วผู้หญิงบูชาความรัก ฝากอนาคตไว้ในมือคนอื่นจนสุดท้ายตายอย่างหมาข้างถนน นับจากนี้ฉันคือไป๋เสวี่ยฉิง!

ไป๋เสวี่ยฉิงคว้าผ้าห่มมาเช็ดคราบเลือดที่ติดอยู่บนปิ่นและฝ่ามือจนสะอาด นางเดินไปข้างหน้าต่าง ใช้สายตาคาดคะเนความสูงที่จะไต่ลงไป หญิงสาวรื้อผ้าปูเตียง ผ้าห่ม ผ้าม่าน เอามามัดต่อกันจนเป็นเส้นยาว ผูกไว้กับเสาเตียง แล้วโยนอีกด้านหนึ่งออกไปนอกหน้าต่าง

ไป๋เสวี่ยฉิงอาศัยผ้าเส้นนั้นค่อยๆ ไต่ลงมาอย่างระมัดระวัง กระทั่งเท้าเหยียบพื้นจึงถอนหายใจโล่งอก นางฉีกชายประโปรงเพื่อใช้ปิดบังครึ่งใบหน้า เดินเลาะไปเรื่อยๆ อย่างคนไม่รู้เส้นทาง ขณะกำลังจะผ่านรถม้าคันหนึ่งพลันมีเสียงตะโกนเรียกนาง

“คุณหนู!” สาวใช้คนนั้นตกตะลึงเมื่อเห็นไป๋เสวี่ยฉิงปรากฏตัวที่นี่

ไป๋เสวี่ยฉิงจดจำได้ทันทีว่าสาวใช้ผู้นี้แหละที่เอาไม้ฟาดศีรษะเจ้าของร่างเดิมจนเลือดอาบ คิดว่าคงถูกแม่เลี้ยงซื้อตัวไปนานแล้ว

ไป๋เสวี่ยฉิงทักทายด้วยรอยยิ้มที่คาดเดาอารมณ์ไม่ออก “ถิงถิง”

ถิงถิงชะงักเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะดึงมือไป๋เสวี่ยฉิงไปเขย่าเบาๆ พูดด้วยสีหน้าดีใจ “บ่าวเป็นห่วงคุณหนูแทบแย่ สั่งสารถีค้นหาทุกตรอกซอกซอย โชคดีในที่สุดก็พบคุณหนู” ถิงถิงพูดราวกับว่าไป๋เสวี่ยฉิงเป็นฝ่ายหนีออกจากบ้านเอง และทุกคนห่วงความปลอดภัยของนางจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

ไป๋เสวี่ยฉิงแค่นยิ้มเย็นในใจ หากให้เดา สาวใช้นางนี้คงถูกสั่งให้มาดูว่าเธอโดนผู้ชายย่ำยีความบริสุทธิ์ไปแล้วกี่คน บังเอิญเหลือเกินที่ถิงถิงมาพบกับไป๋เสวี่ยฉิงระหว่างทางพอดี ในเมื่ออีกฝ่ายเสแสร้งมา ไป๋เสวี่ยฉิงก็เสแสร้งกลับ “ทำให้ทุกคนต้องลำบากแล้ว” ไป๋เสวี่ยฉิงพูดพลางดึงมือออกจากการเกาะกุมอย่างแนบเนียน

ถิงถิงลอบถอนหายใจโล่งอก คุณหนูมิได้ตำหนินาง แสดงว่าจดจำเรื่องก่อนหน้านี้ไม่ได้ ต่อให้จำได้ก็คงไม่กล้าขัดแย้งกับตน “รีบกลับจวนกันเถิดเจ้าค่ะ อนุซูเป็นห่วงคุณหนูแทบแย่”

ไป๋เสวี่ยฉิงเหยียดยิ้ม ‘อนุภรรยา’ พูดตามประสาชาวบ้านก็คือเมียน้อย ถือว่าเป็นเมียที่มีหน้ามีตาระดับหนึ่ง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยาเอกก็ยังต้องเรียกแทนตัวเองว่า ‘บ่าว’

“ลำบากอนุซูแล้ว” นางเห็นถิงถิงเฝ้ารถม้าเพียงลำพัง ส่วนสารถีที่มาด้วยกันไม่รู้หายไปไหน “สารถีล่ะ”

ก็ไปดูความเป็นอยู่ของเจ้าที่หอนางโลมน่ะสิ ส่วนข้ารับหน้าที่เฝ้ารถม้า วาจานี้ถิงถิงไม่กล้าพูดออกไป “น่าจะทำธุระอยู่แถวๆ นี้เจ้าค่ะ คุณหนูขึ้นมานั่งรอบนรถม้าก่อนเถิด ดึกแล้วน้ำค้างลง ประเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้”

“อือ ขอบใจนะถิงถิง”

“เป็นหน้าที่ของบ่าวเจ้าค่ะ”

ถิงถิงหมุนกายเดินนำหน้า ไป๋เสวี่ยฉิงจึงสบโอกาสลงมือ นางเข้าประชิดตัวสาวใช้ ยกแขนล็อคคอ ถามเสียงเย็นยะเยียบ “รู้ไหม ข้าไป๋เสวี่ยฉิงเกลียดชังคนประเภทใดมากที่สุด”

ท่าทีแข็งกร้าวที่ไป๋เสวี่ยฉิงแสดงออกมาทำไมถิงถิงตื่นตระหนกอย่างยิ่ง “บ่าว…บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ”

“ก็คนทรยศเยี่ยงเจ้าอย่างไรเล่า ถิงถิง” ไป๋เสวี่ยฉิงเงื้อปิ่นแทงลำคอสาวใช้สุดแรง แม้แต่โอกาสร้องขอชีวิตก็ยังไม่มี

ถิงถิงเบิกตากว้างมองเจ้านายเก่าอย่างไม่อยากจะเชื่อ พยายามใช้มือกดบาดแผลห้ามเลือดทว่าไร้ประโยชน์ สิ้นใจตายไปทั้งอย่างนั้น ไป๋เสวี่ยฉิงฉวยผ้าเช็ดหน้าซึ่งเหน็บอยู่ตรงเอวถิงถิง เช็ดคราบเลือดบนปิ่นและฝ่ามือของตนจนสะอาด เดินข้ามศพสาวใช้ไปอย่างไม่แยแส

ชั้นสองของโรงน้ำชาฝั่งตรงข้าม ชายชราแต่งกายภูมิฐานเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ รู้สึกว่าแม่นางน้อยที่เพิ่งจากไปนั้นน่าสนใจไม่น้อย “ฮ่าๆๆ ข้าหาทายาทสืบทอดตำแหน่งต่อจากข้าได้แล้ว”

ชายชราไม่รอช้า รีบรุดไปดักอีกทาง หวังผูกมิตรกับสาวน้อยใจเด็ดผู้นั้นให้จงได้

เรียกข้าว่าท่านปู่

เรียกข้าว่าท่านปู่

ไป๋เสวี่ยฉิงไม่รู้ตัวเลยว่าการฆ่าสาวใช้อย่างอุกอาจจะนำความรุ่งโรจน์มาให้ ตอนนี้นางทั้งเหนื่อยและหิว ไม่มีเงินติดตัวสักอีแปะ กระเพาะเริ่มส่งเสียงดังโครกคราก

“นางหนูๆ หยุดก่อน!”

ไป๋เสวี่ยฉิงมองตามเสียงเรียก ไม่คุ้นหน้าชายชราผู้นี้เลย เห็นอยู่ว่าเขารีบร้อนวิ่งมา แต่กลับไม่มีอาการเหนื่อยหอบให้เห็น “ท่านรู้จักข้าหรือ?”

“ไม่รู้จัก แต่พวกเรามีวาสนาได้รู้จักกันแล้วตอนนี้”

ไป๋เสวี่ยฉิงร้องอ้อ มองคนตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา ชายชราแต่งกายภูมิฐาน ท่าทางมีอันจะกิน สัญชาตญาณบอกนางว่าฐานะของเขาต้องไม่ธรรมดา “ว่ามาเถิด ท่านมีธุระอะไรกับข้า”

ชายชราตอบไม่ตรงคำถาม “เรียกท่านปู่สิ”

“ฮะ?” ไป๋เสวี่ยฉิงสับสนมึนงง มีอย่างที่ไหน เจอกันครั้งแรกก็ให้นางนับญาติกับเขาแล้ว

ชายชราหัวเราะฮ่าๆ พูดต่ออีกว่า “ค่ำมืดไยไม่กลับบ้านกลับช่อง สตรีตัวคนเดียวเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกมันอันตรายรู้หรือไม่”

“ข้าไม่มีบ้านให้กลับ” หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าขณะพูดเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย

ชายชราเห็นแบบนั้นก็พอจะคาดเดาเรื่องราวได้บ้างแล้ว จึงกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “เจ้ายังไม่ได้กินข้าวกระมัง ไปเถิด มื้อนี้ข้าเลี้ยงเอง”

ของฟรีไม่มีในโลก ไป๋เสวี่ยฉิงรู้สึกระแวงน้ำใจที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้ ยังไม่ทันคิดสิ่งใดให้มากความ กระเพาะที่ว่างเปล่าพลันบีบรัดอย่างแรง หิวจนไส้กิ่ว อยากนอนใจจะขาด สุดท้ายไป๋เสวี่ยฉิงก็พ่ายแพ้ให้กับความหิวโหย นางพยักหน้าตอบตกลง ทั้งสองเดินมาถึงโรงเตี๊ยมอิ่มสุข ชายชราพยักพเยิดให้นางตามเขาเข้าไป

เสี่ยวเอ้อร์ที่กำลังเช็ดโต๊ะรีบกุลีกุจอเดินมาต้อนรับ “นายท่านกลับมาแล้ว ให้ข้าน้อยเตรียมสำรับมื้อค่ำเลยหรือไม่ขอรับ”

ชายชราโบกมือปฏิเสธ “ข้ากินมาแล้ว จัดสำรับแค่ชุดเดียวนำขึ้นไปส่งข้างบน เปิดห้องพักสองห้อง”

“ขอรับนายท่าน” เสี่ยวเอ้อร์รีบไปทำตามที่สั่ง

ชายชราหันมากล่าวเหมือนรู้ใจไป๋เสวี่ยฉิง “เจ้าคงจะเพลียมากแล้ว ไปพักเถอะ สงสัยอันใดเก็บไว้ถามพรุ่งนี้”

ไป๋เสวี่ยฉิงย่อกายคำนับ ดูจากลักษณะคนผู้นี้ไม่น่าคิดร้ายกับตน “ขอบคุณนายท่านที่ยื่นมือเข้าช่วย”

“ข้าแซ่หรง เจ้าเรียกข้าว่าท่านปู่หรงเถอะ” ชายชราแสดงออกชัดเจนว่าต้องการนับญาติกับนาง

แม้จะสงสัย แต่ไป๋เสวี่ยฉิงก็ไม่ได้รู้สึกว่าคำนั้นเรียกยากเรียกเย็นอะไร “ขอบคุณท่านปู่หรงมากเจ้าค่ะ”

“ฮ่าๆๆ ไปพักเถอะ” ผู้เฒ่าหรงหัวเราะถูกใจ ในที่สุดก็มีหลานสาวกับเขาเสียที ซ้ำยังเป็นหลานสาวรูปโฉมงดงามมากอีกด้วย

ไป๋เสวี่ยฉิงเดินตามเสี่ยวเอ้อร์ขึ้นชั้นสอง พอถึงห้องของนาง เขาก็หันมาบอกว่าน้ำอุ่นที่ใช้อาบน้ำและอาหารถูกวางไว้ในห้องเรียบร้อยแล้ว ไป๋เสวี่ยฉิงพยักหน้าขอบคุณ ก่อนจะลงมือกินอาหารหมดเกลี้ยงด้วยความหิว

ปล่อยให้กระเพาะย่อยอาหารสักพัก หญิงสาวจึงลุกไปชำระกาย ในอ่างไม้ขนาดใหญ่มีดอกกุหลาบลอยเต็มผิวน้ำ แค่มองก็รู้สึกผ่อนคลายแล้ว

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เป็นเสี่ยวเอ้อร์คนเมื่อครู่นำชุดใหม่มาส่งให้ ดึกขนาดนี้ร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปปิดหมดแล้ว โรงเตี๊ยมมีแต่ชุดเสี่ยวเอ้อร์ที่ยังมิได้ผ่านการใช้งานหลงเหลืออยู่บ้าง จึงขอให้นางใส่แก้ขัดไปก่อน พรุ่งนี้นายท่านจะพาไปซื้อชุดใหม่ที่ตลาด

ไป๋เสวี่ยฉิงรับชุดมาแล้วกล่าวขอบคุณ เมื่อประตูปิดลงก็จัดการแช่น้ำอุ่นจนสบายตัว รู้สึกถึงความเมื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันเริ่มผ่อนคลาย นางหลับทันทีที่หัวถึงหมอน อย่างน้อยๆ ในความโชคร้ายยังมีโชคดีหลงเหลืออยู่บ้าง พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรค่อยว่ากันใหม่

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...