โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบปรากฏการณ์ประหลาดบน “ยูเรนัส” สวนทางความรู้เดิมที่นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์คาดการณ์เอาไว้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 04.29 น.

นักวิจัยนำเสนอข้อมูลใหม่เกี่ยวกับดวงจันทร์หลายดวงของดาวยูเรนัสว่ามีพื้นผิวมืดจากการสะสมฝุ่นจากบริเวณโดยรอบในอวกาศ สวนทางกับความเข้าใจก่อนหน้าที่เชื่อว่าพื้นผิวที่มืดจากภาพถ่ายด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศนั้นเป็นผลจากสนามแม่เหล็กของยูเรนัส

ข้อมูลดวงจันทร์ของดาวยูเรนัส

ยูเรนัสเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 7 จากดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะจักรวาล (Outer Solar System) มีลักษณะความเอียง (Tilt) ที่เอียงตัวอย่างรุนแรง ดังนั้น การหมุนรอบตัวเองของยูเรนัสจึงทำให้เกิดสนามแม่เหล็กที่บิดเบี้ยวและไม่เสถียร โดยมีดวงจันทร์เป็นดาวบริวารทั้งหมด 28 ดวง

ในปี 1986 ยานโวยาเจอร์ 2 (Voyager 2) ได้โคจรผ่าน (Flyby) ดวงจันทร์ของดาวยูเรนัสหลายดวง และถ่ายภาพติดจุดมืดด้านหลังของดวงจันทร์เหล่านั้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้นำไปสร้างเป็นแบบจำลองที่ใช้เวลาคำนวณนับทศวรรษ ก่อนสรุปว่าจุดมืดที่พบเป็นผลกระทบจากความไม่เสถียรของสนามแม่เหล็กจากยูเรนัสที่เกิดขึ้นต่อพื้นผิวของดวงจันทร์

ภาพจาก STScI

เรื่องประหลาดจากดวงจันทร์ของดาวยูเรนัส

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยสถาบันวิทยาศาสตร์กล้องโทรทรรศน์อวกาศ (Space Telescope Science Institute: STScI) ในสหรัฐอเมริกา ได้ใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ตรวจสอบพื้นผิวดวงจันทร์ดวงต่าง ๆ ที่โคจรรอบยูเรนัส พบข้อมูลที่หักล้างข้อสรุปในอดีต

โดยภาพถ่ายจากดวงจันทร์ 4 ดวง ของยูเรนัส ได้แก่ แอเรียล (Ariel) อัมเบรียล (Umbriel) ไททาเนียม (Titania) และโอเบรอน (Oberon) ต่างไม่พบสัญญาณหรือร่องรอยที่ตรงกับโมเดลที่ใช้ข้อมูลในปี 1986 มาจำลอง

นอกจากนี้ ข้อมูลภาพถ่ายที่ได้จากฮับเบิลยังพบอีกด้วยว่า ดวงจันทร์ ไททาเนียม (Titania) และโอเบรอน (Oberon) ซึ่งเป็นดวงจันทร์ส่วนนอกจากเหล่าดวงจันทร์ของยูเรนัสนั้นมีจุดมืดบนฝั่งด้านสว่าง หรือฝั่งที่ตรงกับทิศทางการโคจรรอบยูเรนัส ซึ่งต่างจากข้อมูลในปี 1986 ด้วยเช่นกัน

ทีมวิจัยแถลงว่า จุดมืดดังกล่าวแท้จริงแล้วเป็นจุดมืดจากฝุ่นที่ดวงจันทร์สะสมเอาไว้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ความบิดเบี้ยวจากสนามแม่เหล็กรอบยูเรนัสแต่อย่างใด โดยเปรียบเทียบว่าจุดมืดที่เห็นนั้นเหมือนกับแมลงที่บังกระจกหน้ารถ ยิ่งขับรถด้วยความเร็วสูง แมลงที่โดนพัดมาติดกับกระจกหน้ายิ่งมาก เช่นเดียวกันกับดวงจันทร์หลายดวงที่โคจรรอบยูเรนัสด้วยความเร็วสูงจนมีฝุ่นสะสมมากขึ้น

ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันโดยภาพถ่ายจากรังสีอินฟราเรด (Infrared imaging) ที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ (James Webb Space Telescope) ซึ่งจะหันทิศทางไปยังดวงจันทร์ของยูเรนัสและประมวลผลภาพได้ในปี 2026 นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...